วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความมั่นใจต่อนโยบายรัฐ

โดย หมัดเหล็ก

กรณีที่ พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน ออกมาปูดเรื่องการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐ องค์กรอิสระ และรัฐวิสาหกิจไปดูงานต่างประเทศอย่างไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะหลักสูตรการอบรมที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานเหล่านี้ อันที่จริงโดยจุดประสงค์ของการจัดการอบรมหลักสูตรต่างๆขึ้นมาก็เพื่อการ สร้างคอนเน็กชั่นของผู้บริหาร จากหน่วยงานต่างๆเป็นหลัก เพราะฉะนั้นกิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็น การเดินทางไปดูงานในประเทศหรือต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร จะต้องแยกกันระหว่างการใช้งบประมาณ อย่างไม่ถูกต้องกับจุดประสงค์ของการจัดหลักสูตรดังกล่าวขึ้นมา

นโยบายรัฐกับการปฏิบัติที่จะต้องสอดคล้องกัน ไปในทิศทางเดียวกัน เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจภาพรวมของ ประเทศ ที่จะต้องเริ่มต้นจาก ความน่าเชื่อถือ ในนโยบายของรัฐบาล ไม่ใช่กลับไปกลับมา ประเด็นเรื่องของ การให้สัมปทานปิโตรเลียม การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือ การสร้างรถไฟรางคู่ ลักปิดลักเปิด กลับไปกลับมา สะท้อนถึงความไม่น่าเชื่อถือในการตัดสินใจของรัฐบาล และจะกระทบกับการลงทุนในอนาคตโดยตรง

ด้วยเหตุผลที่มีคนกลุ่มหนึ่งคัดค้าน ด้วยเหตุผลที่มีที่ปรึกษาไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นไปตามหลักการหรือไม่ก็ตาม หากรัฐบาลเอาเหตุผลเหล่านี้มาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจจะกระทบงานใหญ่ ยกตัวอย่างกรณี การตั้งคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างหรือซุปเปอร์บอร์ดจัดซื้อจัดจ้าง ขึ้นมาเพื่อจะยกเลิก โครงการรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง ย่อมมีผลกระทบกับความเชื่อมั่นในการลงทุนทันที

มีการรายงานผลสรุปจาก อานันท์ เหลืองบริบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง ทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ประเด็นการประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ต่อกรณีการเลื่อนประกาศรายชื่อผู้รับจ้างที่มีสิทธิเสนอราคาออกไป เนื่องจาก รฟท. อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด ดังนี้

การกำหนดราคากลาง ได้มีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีความรู้และเชี่ยวชาญ ในการจัดทำราคากลางและมีคณะกรรมการพิจารณาราคากลางของ รฟท.พิจารณากำหนดราคาตามระเบียบว่าด้วยการจ้างพ.ศ.2544 โดยมีการสืบราคาเหล็กรางรถไฟจากผู้ผลิตทั้งใน ญี่ปุ่น จีนและไทย จำนวน 5 ราย โดยคณะกรรมการได้พิจารณาเลือกราคาที่สืบได้ต่ำสุดเป็นราคากลาง

นอกจากนี้ เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการใหญ่ การแบ่งสัญญาก่อสร้างเป็นตอนๆตามระยะทาง ทำให้มูลค่าโครงการโดยรวมเพิ่มมากขึ้นเพราะต้องมีการจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการ เพิ่มค่าก่อสร้างในการวางราง โครงการมีความเสี่ยงมากขึ้น การบริหารโครงการที่มีผู้รับจ้างหลายรายอาจส่งผลกระทบต่อการบริหารการเดินรถในช่วงการก่อสร้าง รวมทั้งการใช้ระบบอาณัติสัญญาณและระบบรางที่ต่างกัน เช่นเดียวกับการแบ่งสัญญาก่อสร้างออกเป็นงานโยธา งานทางรถไฟ งานอาณัติสัญญาณ ทำให้มีค่าดำเนินการเพิ่มขึ้น ระยะเวลาในการก่อสร้างก็จะนานขึ้น เช่นเดียวกับที่ รฟท.ประสบกับปัญหามาแล้วในอดีต เพราะฉะนั้นที่การดำเนินงานล่าช้าจึงไม่ใช่อยู่ที่ผู้ปฏิบัติ

แต่เป็นเพราะนโยบายที่ไม่ชัดเจนต่างหาก.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th  

28 ก.พ. 2560 11:56 ไทยรัฐ