วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชาชนกับมาตรา 44 ข้อคิดผ่านสวนดุสิตโพล

โดย ซูม

เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์หลายฉบับลงข่าวว่า “สวนดุสิตโพล” ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศเมื่อ 20-24 ก.พ.ที่ผ่านมานี้

ตั้งประเด็นคำถามที่น่าสนใจมาก และเข้ากับเหตุการณ์ในขณะนี้อย่างมากว่า “ประชาชนคิดอย่างไรกับการใช้มาตรา 44 ของรัฐบาล?”

สวนดุสิตโพลแบ่งผลการสำรวจออกเป็น 3 หัวข้อย่อย ซึ่งสรุปผลได้ดังต่อไปนี้ครับ

ประเด็นแรก การใช้มาตรา 44 เรื่องใดที่ถูกใจประชาชนมากที่สุด? คำตอบเรียงตามลำดับ ได้แก่ 1.ปราบทุจริตคอร์รัปชัน (86.61%) 2. ปราบมาเฟียผู้มีอิทธิพล (80.68%) 3. ปราบยาเสพติด (74.83%) 4. แต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ (72.03%) 5. จัดระเบียบสังคม (68.47%)

ประเด็นที่สอง...นอกจากที่ใช้ไปแล้ว ประชาชนอยากให้ใช้กับเรื่องอะไรอีก? คำตอบอันดับ 1 จัดสวัสดิการดูแลประชาชนควบคุมตั้งแต่แรกเกิดจนเกษียณ (78.3%) อันดับ 2 คดีโหดเหี้ยมรุนแรงสร้างความหวาดกลัวให้กับสังคม (73.81%) อันดับ 3 แก้ปัญหาการจราจร จัดผังเมือง พัฒนาระบบขนส่งมวลชน (62.71%) อันดับ 4 เรื่องที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ (61.78%) อันดับ 5 พฤติกรรมของเยาวชน เช่น ยกพวกตีกัน ติดตามใช้สื่อโซเชียลไม่เหมาะสม (55.76%)

ประเด็นที่สาม...สิ่งที่ประชาชนอยากฝากไปถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เกี่ยวกับการใช้ มาตรา 44 อันดับ 1 ใช้ด้วยความโปร่งใสยุติธรรม (82.97%) อันดับ 2 ใช้ด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงผลดีผลเสียที่จะตามมา (75.25%) อันดับ 3 ดำเนินการเด็ดขาดจริงจังได้ผลที่เป็นรูปธรรมชัดเจน (67.46%) อันดับ 4 ชี้แจงให้สังคมทราบถึงที่มาและความจำเป็น (60.68%) และอันดับ 5 ใช้เฉพาะเรื่องสำคัญเหมาะสมสถานการณ์ ไม่ใช้พร่ำเพรื่อ (58.29%)

ผมขออนุญาตคัดลอกมาลงไว้ด้วย เพราะเห็นว่าเป็นผลสำรวจที่ดีมาก และสามารถใช้เป็นเครื่องเตือนใจและเป็นคู่มือของผู้ใช้อำนาจตาม ม.44 คือ ท่านนายกฯในฐานะหัวหน้า คสช.ได้เป็นอย่างดียิ่ง

ผมไม่แน่ใจว่านับตั้งแต่เรามีปฏิวัติรัฐประหารและมีรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งให้อำนาจพิเศษเอาไว้นั้น...รัฐบาลนี้คือ รัฐบาลลุงตู่ จะใช้มาตราพิเศษคือ มาตรา 44 มากที่สุดหรือไม่

เพราะมีการประกาศใช้ถี่ยิบและใช้ในหลายๆเรื่อง ตั้งแต่เรื่องใหญ่เรื่องเล็ก และตั้งแต่ระดับชาติไปจนถึงระดับท้องถิ่นกันเลยทีเดียว

ต่างกับในยุคก่อนๆอย่างยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งมีมาตรา 17 เป็นมาตราพิเศษ ซึ่งนานๆจะมีการหยิบมาใช้ แต่ทุกครั้งที่ใช้มักจะเป็นเรื่องดุเดือดถึงขั้นประหารชีวิต เช่น การสั่งยิงเป้า คนร้ายวางเพลิงกลางสนามหลวงบ้าง ผู้ร้ายปล้นฆ่าอุกอาจที่ต่างจังหวัดบ้าง ฯลฯ

ทำให้ในระหว่างประกาศใช้ ม.17 ทางวิทยุ ประชาชนจะเงี่ยหูฟังอย่างระทึกใจอยู่เสมอ

ในสมัย “รัฐบาลหอย” ของท่านอาจารย์ธานินทร์ ก็มีมาตรา 21 ไว้สำหรับใช้อำนาจพิเศษ และก็ได้ใช้ในการสั่งยิงเป้าพลเอกฉลาด หิรัญศิริ ที่ถูกถอดยศเป็นนายฉลาด ผู้ก่อการกบฏเมื่อ 26 มีนาคม 2520

สำหรับยุคนี้มาตรา 44 จะเขียนไว้ค่อนข้างกว้างขวางกว่าและให้อำนาจแบบครอบจักรวาลกว่ายุคก่อน เพราะนอกจากในเรื่องความมั่นคงแล้ว ยังสามารถใช้เรื่องเศรษฐกิจและราชการแผ่นดินต่างๆได้ด้วย

เป็นอำนาจที่ฟังดูแล้วน่ากลัว แต่ที่ผ่านมาถึงจะใช้ไปเยอะ แต่ก็ยังไม่มีเรื่องแรงๆแบบยิงเป้าเหมือนในอดีต ทำให้ความน่ากลัวลดลง

ระยะหลังๆใครก็ตามที่โดน ม.44 ก็ยังยิ้มออก โดยเฉพาะข้าราชการอย่างเก่งก็โดนย้ายไปโน่นไปนี่เท่านั้น

ผมจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอที่ประชาชนฝากสวนดุสิตโพลมาว่า ให้ดำเนินการเฉพาะเรื่องที่สำคัญเหมาะสมกับสถานการณ์ และไม่ใช้พร่ำเพรื่อดังข้อที่ 3 ที่สวนดุสิตโพลแนบมาด้วยถึง 5 ประเด็น

สำหรับกรณีวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นกรณีที่ใช้ ม.44 ไปแล้ว และประชาชนกำลังรอผลว่าจะสามารถใช้การได้สำเร็จหรือไม่อย่างไร เราคงต้องติดตามดูกันต่อไป

ผมหวังว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี โดยได้ตัวพระธัมมชโยมาสู้คดีตามขบวนการของกฎหมายของบ้านเมือง อันเป็นขื่อแปที่ทุกคนจะต้องเคารพและยอมรับ

ถ้าไม่สำเร็จก็จะหมายความว่าไม่เพียง ม.44 เท่านั้นที่ไม่มีน้ำยา แม้แต่กฎหมายหลักของบ้านเมืองก็ไม่มีน้ำยาเช่นกัน คนมีอิทธิพลมีกฎหมู่หนุนหลัง ก็ยังอยู่เหนือกฎหมายได้เหมือนเดิมครับ.

“ซูม”

28 ก.พ. 2560 11:42 ไทยรัฐ