วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'เขยโรงสี' ร้องกองปราบ เอาผิด จนท.แบงก์ดัง ปมเงิน 500 ล.พ่อตาล่องหน

'เขยโรงสี' ร้องกองปราบ เอาผิด จนท.แบงก์ดัง ปมเงิน 500 ล.พ่อตาล่องหน

  • Share:

เครดิตภาพ :ตำรวจกองปราบ

"ลูกเขยเจ้าของโรงสี" หอบเอกสารหลักฐานร้องกองปราบ เอาผิดเจ้าหน้าที่ 13 ราย มีทั้งเจ้าหน้าที่ธนาคารชื่อดัง และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง กระทำการเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ปมธนาคารชี้แจงไม่ชัดเจน หลังเงิน 506 ล้านบาทที่พ่อตาฝากไว้ 4 บัญชี ใช้สำหรับค้ำประกันทำธุรกรรมการค้าหายไป 

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 27 ก.พ. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายภิญโญ ภิญโญชีพ อายุ 73 ปี พร้อมด้วย นางทิวา พิทท์ อายุ 38 ปี ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.วิทวัส สายอ๋อง สารวัตร (สอบสวน) กก.2 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคล 13 ราย มีทั้งเจ้าหน้าที่ธนาคารชื่อดัง และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ มาตรา 4 ผู้ใดเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต ยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย และมาตรา 11 ผู้ใดเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต โดยนำเอกสารที่เกี่ยวข้องหลายรายการ มามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

นายภิญโญ กล่าวว่า ตนเป็นสามีของนางนันทา คุ้มบาง ผู้จัดการมรดกของนายสง่า คุ้มบาง บิดาซึ่งเป็นเจ้าของโรงสีสง่าพาณิชย์ ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี แต่เสียชีวิตไปแล้ว โดยนายสง่า พ่อตาของตน เคยฝากเงินไว้กับธนาคารแห่งหนึ่ง มีทั้งบัญชีฝากประจำและบัญชีออมทรัพย์ รวม 4 บัญชี มียอดเงินรวม 506 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับค้ำประกันการทำธุรกรรมกับรัฐบาล นับตั้งแต่ปี 2525 กระทั่งเมื่อปี 2533 นายสง่า เสียชีวิตลง ทางครอบครัว ได้พยายามติดต่อกับธนาคาร เพื่อทวงถามเรื่องเงินจำนวนดังกล่าวในบัญชีทั้ง 4 เล่ม แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยง และไม่เคยได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน มีเพียงการทำหนังสือแจ้งมาว่านายสง่า เคยถอนเงินออกไปหมด และอีกครั้งกลับแจ้งว่า นายสง่า เคยนำโฉนดที่ดินมาแลกกับบัญชีธนาคาร ไปแล้ว แต่ฝ่ายตนตรวจสอบแล้วไม่พบการทำธุรกรรมในโฉนดที่ดินแต่อย่างใด

นายภิญโญ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ได้เข้าร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว รวมถึงร้องเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้มีการตรวจสอบและเร่งรัดกรณีที่เกิดขึ้นกับตน จนกระทั่งทางธนาคาร จึงทำหนังสือชี้แจงว่า นายสง่า ทำธุรกรรมกับทางธนาคารจนเป็นหนี้ จึงต้องยึดบัญชีดังกล่าวไว้ โดยขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ สิ้นสุดลงในชั้นศาลแล้ว แต่ทางครอบครัวพบว่าเป็นคนละประเด็นที่ได้ร้องขอความเป็นธรรม

นายภิญโญ กล่าวอีกว่า เรื่องราวต่างๆ จะได้ข้อยุติ หากว่าทางธนาคาร นำหลักฐานทั้งหมด เหมือนกับที่ตนมีอยู่มายืนยันกันให้ชัดเจน แต่ที่ผ่านมาทางธนาคาร รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้วิธีทำหนังสือชี้แจงมา ซึ่งหลังจากตนได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ จึงปรึกษาทนายความก่อนเข้าแจ้งความที่ บก.ป.ในครั้งนี้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้