วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สปท.ปรับแก้ พ.ร.บ.คุมสื่อฯ เพิ่มสัดส่วน 2 ที่นั่งในสภาวิชาชีพฯ

สปท.ปรับแก้ พ.ร.บ.คุมสื่อฯ เพิ่มสัดส่วนตัวแทนสื่อภูมิภาคอีก 2 ที่นั่งในสภาวิชาชีพฯ กำหนดหลัง ก.ม.ประกาศใช้สื่อเดิมมีใบอนุญาตอัตโนมัติ แต่ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 2 ปี ส่วนสื่อหน้าใหม่ต้องเข้าอบรมเข้ม ประเมิน KPI

เมื่อวันที่ 27 ก.พ.60 ที่รัฐสภา พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานฯ กล่าวถึงผลการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ…แถลงผลการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเนื้อหาเกือบเสร็จสิ้นแล้ว โดยจะพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 6 มี.ค.นี้ และจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) ในวันที่ 9 มี.ค.ต่อไป เพื่อสรุปว่าจะนำเข้าสู่วาระการประชุม สปท.ได้เมื่อไหร่ อย่างไรก็ตามได้มีสมาชิกเสนอว่า จะต้องแจกร่างดังกล่าวให้ศึกษาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งที่ประชุมได้มีการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาหลายแห่ง ได้แก่ มาตรา 3 คำจำกัดความผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนและผู้ประกอบการ ซึ่งในปี 2020 เทคโนโลยีจะก้าวเข้าสู่ยุค 5 จี ซึ่งจะต้องมีการปรับคำนิยามให้ครอบคลุมไปถึงในช่วงนั้น ส่วนผู้ที่เขียนบทความที่ไม่ประจำจะไม่อยู่ในขอบข่ายนี้ ส่วนในมาตรา 36 ได้แก้ไขจากเดิมที่ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นผู้สอบบัญชีและประเมินผลการใช้จ่ายเงินเป็นผู้ตรวจบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตแทน

พล.อ.อ.คณิต กล่าวต่อว่า ส่วนคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ เดิมจาก 13 คน ได้เพิ่มเป็น 15 คน โดยได้เพิ่มสัดส่วนของผู้แทนสมาชิกวิชาชีพจาก 5 เป็น 7 คน เนื่องจากพิจารณาให้สื่อภูมิภาคเข้ามามีส่วนร่วมด้วย สำหรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนนั้น ในบทเฉพาะกาลกำหนดให้สื่อมวลชนที่ประกอบวิชาชีพก่อนที่กฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้ให้ถือมีใบอนุญาตโดยอัตโนมัติ แต่จะต้องไปแจ้งที่กับสภาวิชาชีพฯ ภายใน 2 ปี แต่สำหรับผู้ที่จะประกอบวิชาชีพสื่อรายใหม่จะต้องเข้ารับการอบรม ทดสอบ ประเมินผล (KPI) ซึ่งรายละเอียดหรือหลักเกณฑ์จะต้องเป็นไปตามที่สภาวิชาชีพฯ กำหนด

ด้าน พล.ต.ต.พิสิษฐ์ กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนของสื่อมวลชนหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ เจ้าของสื่อหรือต้นสังกัดจะเป็นผู้ออกใบรับรองว่าเป็นสื่อจริง เพื่อขอขึ้นทะเบียนเอง ส่วนคนที่ทำสื่อออนไลน์ต้องดูเจตนาว่า ต้องการเผยแพร่ข่าวสารสู่สาธารณะหรือไม่ และมีรายได้ประจำไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมอย่างไร ก็ถือว่าเข้าข่ายตามกฎหมายนี้ ทั้งนี้ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดห้ามคณะทำงานสรรหาสมาชิกสภาวิชาชีพสื่อมวลชนให้มารับตำแหน่งในสภาวิชาชีพ เพราะถือว่าเป็นเรื่องของมารยาท แต่เมื่อมีเสียงทักท้วงเราก็จะนำประเด็นนี้เข้าสู่การหารือในที่ประชุมครั้งหน้าต่อไป.

สปท.ปรับแก้ พ.ร.บ.คุมสื่อฯ เพิ่มสัดส่วนตัวแทนสื่อภูมิภาคอีก 2 ที่นั่งในสภาวิชาชีพฯ กำหนดหลัง ก.ม.ประกาศใช้สื่อเดิมมีใบอนุญาตอัตโนมัติ แต่ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 2 ปี ส่วนสื่อหน้าใหม่ต้องเข้าอบรมเข้ม ประเมิน KPI 27 ก.พ. 2560 14:31 ไทยรัฐ