วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พระสนิทวงศ์ แถลง 12 ข้อ ขอยกเลิก ม.44 ขึ้นป้ายใหม่ต้องการอาหาร-ยา

พระสนิทวงศ์ แถลง 12 ข้อ ขอยกเลิก ม.44 ขึ้นป้ายใหม่ต้องการอาหาร-ยา

  • Share:

พระสนิทวงศ์ แถลง 12 ข้อ ขอยกเลิก ม.44 ด้านวัดพระธรรมกายขึ้นป้ายใหม่บริเวณหอสูง เป็นภาษาอังกฤษ ต้องการอาหาร-ยา ด้านดีเอสไอ ท้าสื่อสอบถามพระวินยาธิการ วัดจัดการด้านอาหารอย่างไร เร่ง พศ. ตรวจสอบใบสุทธิพระ ...

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 27 ก.พ. ที่ประตู 7 วัดพระธรรมกาย มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ดำเนินการตรวจค้นย่าม และบาตรพระวัดพระธรรมกาย ที่ออกบิณฑบาตตั้งแต่ฟ้าสาง ก่อนคัดแยกและยึดสิ่งของที่ไม่อนุญาตนำเข้าไปในวัด โดยพระวัดพระธรรมกายรูปหนึ่ง เผยว่า เจ้าหน้าที่ยึดของที่ญาติโยมมาถวายไปบางส่วน ให้เข้าได้เฉพาะของแห้ง และอาหารที่ปรุงสำเร็จแล้ว ส่วนวัตถุดิบในการปรุงอาหารไม่ให้นำเข้าไป ที่ผ่านมาพระในวัดส่วนใหญ่ฉันไม่อิ่มมาหลายวันแล้ว แถมต้องอดหลับอดนอน มาเฝ้าเวรยามประตูรอบๆ วัดตั้งแต่เช้ายันค่ำ จึงวอนขอให้เจ้าหน้าที่อย่ายึดของที่ญาติโยมนำมาถวายไปมากเลย อะลุ้มอล่วยกันบ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา พระและศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้นำแผ่นผ้ายาวกว่า 5 เมตร เขียนข้อความว่า "WE NEED FOOD" ไปแขวนบนยอดหอคอย สูงประมาณ 50 เมตร ที่อยู่ใกล้ๆ กับอาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์ ในพื้นที่โซน B กระทั่งล่าสุด เช้าวันนี้ ได้มีการเปลี่ยนป้ายผ้า เป็น "we need food & Drug" เพื่อสื่อสารให้กับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และบุคคลภายนอก ทราบว่า ขณะนี้สถานการณ์ภายในวัดพระธรรมกาย ขาดแคลนเสบียงอาหาร และยารักษาโรค

ต่อมาเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้นิมนต์พระ 9 รูป ที่พบว่า มาจำวัด ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรม ของมูลนิธิธรรมกาย ถนนเลียบคลองสี่ ตะวันตก อยู่ระหว่างซอยคลองสี่ ตอ. 42/1 และ 43 หมู่ 7 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มาที่วัดตะวันเรือง ถนนเลียบคลอง 4 เพื่อตรวจสอบใบสุทธิ โดยมีท่านพระครูมงคลกิจจารักษ์ เจ้าคณะ อ.คลองหลวง และนายสงคราม ไชยนาม เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ร่วมตรวจสอบ มีการซักถามประวัติ พร้อมให้พระทั้ง 9 รูปลงนามรับทราบเบื้องต้น

จากการตรวจสอบพบว่า พระ 3 รูป เป็นพระผู้ใหญ่ จากวัด จ.นครปฐม 2 รูป และอีกรูปจากวัด จ.เพชรบูรณ์ ที่จะมาเป็นวิทยากรที่วัดพระธรรมกาย ส่วนอีก 6 รูป เป็นพระใหม่ที่มาบวชในโครงการบวชทดแทนคุณพ่อแม่ ที่วัดธรรมกาย เมื่อ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างรอใบสุทธิจากทางราชการ ซึ่งต้องผ่านการอบรม และดูความประพฤติ เสียก่อน

ด้านพระครูมงคลกิจจารักษ์ เจ้าคณะ อ.คลองหลวง ได้ตรวจสอบและให้โอวาทสั่งสอนว่า ให้กลับไปจำวัดที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม ของมูลนิธิธรรมกายที่เดิม เพราะพื้นที่เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดพระธรรมกาย และให้ปฏิบัติตามกิจของสงฆ์ ออกบิณฑบาตได้ปกติ แต่ต้องอยู่ในระเบียบวินัยสงฆ์อย่างเคร่งครัด

นายสงคราม ไชยนาม เผยว่า สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ห่วงใยในความสงบเรียบร้อย จึงต้องลงมาดูมาตรวจสอบข้อมูล เพื่อป้องกันเหตุหรือบุคคลอื่นที่อาจจะมาสร้างความวุ่นวาย ซึ่ง ณ ขณะนี้เหตุการณ์ ต่างๆ ยังคงปกติดี ไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวาย ส่วนการปฏิบัติต่อพระภิกษุกลุ่มนี้ก็ให้เป็นไปตามโอวาทของเจ้าคณะอำเภอคลองหลวงต่อไป

เวลา 10.00 น. ที่บริเวณทางเข้าประตู 5 พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้ออกมาออกมาอ่านแถลงการณ์ โดยพระสนิทวงศ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ 12 ของปฏิบัติการ รัฐใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 60 ล้านบาท วัดพระธรรมกายได้รับผลกระทบ 1.สูญเสีย “เสรีภาพในการนับถือศาสนา” และการเผยแผ่ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 2.กล้องวงจรปิด ที่ประตู 1 ถูกทำลาย 5 ตัว 3.อาหารที่โรงครัวซื้อไว้ ผักสด 1 คันรถ เนื้อหมู 1 คันรถ เน่าเสีย ไม่สามารถนำเข้ามาได้ มูลค่าความเสียหาย 200,000 บาท 4.หมูของชาวบ้านที่จะมาถวายวัด ถูกยึดไป 3 ตัน หรือ 3,000 กก. มูลค่า ไข่หาย 2,000 ฟอง อาจดูเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไร้สาระ น่าขำ แต่เป็นเรื่องสะเทือนจิตใจของพุทธบริษัท ที่ของถวายพระสงฆ์ที่ตั้งใจด้วยจิตศรัทธาสูญหายไป 5.น้ำมันที่เตรียมไว้ ถูกสูบออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 98,000 ลิตร มูลค่าความเสียหาย 2.25 ล้านบาท ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอมีวัตถุประสงค์อะไร น้ำมันก็นำมาใช้สำหรับรถในองค์กร ไม่ได้นำมาขายโกงราคา หรือใช้ในการก่อเหตุความไม่สงบแต่อย่างใด เพียงแต่มีปริมาณที่มาก เพราะรถในวัดมีจำนวนมากเท่านั้นเอง ตรวจเสร็จแล้วขอคืนด้วย การมาตรวจยึดน้ำมันเป็นที่น่าสังเกตว่า ยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง ก็ปิดป้ายทะเบียนบรรทุกน้ำมัน ชื่อบริษัทผู้ประกอบกิจการและไม่อนุญาตให้ตัวแทนของเจ้าของน้ำมันถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานในการตรวจยึด

6.ถูกตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ปิดกั้นเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน เป็นการละเมิด “สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน” สร้างความทุกข์ใจให้กับประชาชนที่เป็นพ่อแม่ ไม่สามารถติดต่อกับลูกพระลูกเณรในวัดได้ หรือ พ่อแม่พี่น้อง ที่ไม่มีสามารถติดต่อญาติในวัดได้ ความทุกข์ใจของคนเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้อง ตีเป็นมูลค่าความสูญเสียไม่ได้ 7.ถูกเจ้าหน้าที่ขึ้นไปเหยียบย่ำขึ้นบนพระมหาธรรมกายเจดีย์ พระมหาเจดีย์พระพุทธเจ้าล้านพระองค์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด ปกติจะอนุญาตให้เฉพาะพระสงฆ์สามเณร ขึ้นไปนั่งสมาธิเท่านั้น แม้ญาติโยมผู้บริจาค ก็ยังไม่เคยได้เดินขึ้นไปบนเจดีย์

8.พระเณรและญาติโยม ขาดสอบบาลี 569 รูป เพราะไม่กล้ามาสอบ และไม่มีสมาธิสอบ รวมทั้งรถเช่าไม่กล้ามารับด้วย เพราะกลัวมาตรา 44. 9.ญาติโยมที่ได้รับบาดเจ็บ จากการปะทะ มี 1 รายบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหักซี่ ที่ 1-6 ไหปลาร้าหัก เลือดออกที่หู แต่โรงพยาบาลแรก ไม่กล้ารับรักษา เพราะกลัว มาตรา 44 10.ตู้คอนเทนเนอร์ปิดล้อม และปิดกันขวางทางเข้าออกตรงประตู 5 ซึ่ง รมว.ยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีการปิดล้อม แต่ในความเป็นจริง ขณะนี้ตู้คอนเทนเนอร์ ยังปิดขวางประตูอยู่ อีกทั้งพบมีตู้คอนเทนเนอร์ ขนาด 12 เมตร จำนวน 2 ตู้ ปิดทางเข้า ประตู 15 แต่เจ้าหน้าที่รัฐอ้างว่าวัดนำไปปิด ซึ่งไม่เป็นความจริง วัดมีหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดว่า เป็นเจ้าหน้าที่ใช้ยานพาหนะของดีเอสไอ เป็นผู้นำตู้คอนเทนเนอร์มาวางปิดขวางประตูทางเข้า 15 ฝั่งนอกวัด

11.วัดถูกใส่ร้ายว่า เตรียมก่อความวุ่นวายและก่อความรุนแรง ซึ่งทางวัดขอปฏิเสธ เพราะแนวทางของวัดพระธรรมกาย คือ สงบ สันติ อหิงสา ญาติโยมที่มาคือ สวดมนต์ นั่งสมาธิ 12.เตรียมมีการใส่ร้ายวัด ขณะนี้มีข่าวลือว่า อาจมีเจ้าหน้าที่บุกเข้ามา และโปรยใบปลิว หรือพิมพ์เอกสาร โจมตีสถาบันสูงสุด อันเป็นที่เคารพของคนไทยเพื่อใส่ร้ายวัดนั้น ทางวัดขอชี้แจงว่า ทางวัดให้ความเคารพต่อสถาบันชาติ ศาสนา มหากษัตริย์ มาโดยตลอด ขณะนี้ ยังคงมีเจ้าหน้าที่ควบคุมการเข้าออกของพระและประชาชน และไม่อนุญาตให้พระจากทั่วประเทศมาจำวัด ที่วัดพระธรรมกาย เป็นการขัดต่อพุทธานุญาตของพุทธเจ้า จึงขอให้นายกฯ เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ เห็นแก่ความสงบของประเทศชาติ เห็นแก่พระพุทธศาสนา เห็นแก่ความรู้สึกของประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ห่วงใยพระพุทธศาสนา เห็นแก่ความทุกข์ของโยมพ่อโยมแม่ของลูกพระลูกเณรที่ติดต่อข่าวสารกันไม่ได้ ได้โปรดยกเลิก มาตรา 44 เถิด วันนี้ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายและชาวพุทธในยุโรป จะเดินทางไปที่องค์การสหประชาชาติ (UN) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจัดประชุมใหญ่เรื่องสิทธิมนุษยชน เพื่อประท้วงและเรียกร้อง กรณีการใช้ มาตร 44 กับวัดพระธรรมกาย เป็นการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนด้วย

จากนั้น เวลา 10.30 น. ที่ บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษก ดีเอสไอ กล่าวว่า กรณีการเสียชีวิตของนายอนวัช ธนเจริญณัฐ อายุ 65 ปี ที่กระทำอัตวินิบาตกรรม เพื่อต่อต้านกฎหมายมาตรา 44 กับวัดพระธรรมกายนั้น ตนในฐานะตัวแทนดีเอสไอทุกนาย มีความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฝากเรียนไปทางคณะสงฆ์และบุคคลที่มาร่วมชุมนุมด้วยว่า ขอให้ท่านช่วยสอดส่องดูแลด้วยเช่นกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด เราจึงต้องร่วมมือกันอย่าให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เมื่อคืนที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ ก็ได้ไปร่วมในพิธีสวดพระอภิธรรมในงานศพของนายอนวัชด้วย พร้อมนำเงิน 50,000 บาท กับพวงหรีดไปช่วยในเรื่องของการจัดงานศพ

"กรณีการตรวจสอบใบสุทธิของพระสงฆ์และสามเณร ที่บริเวณประตู 7 และตลาดกลางคลองหลวงนั้น เจ้าหน้าที่ได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี โดยจัดเตรียมพระวินยาธิการ หรือตำรวจพระ ไปร่วมอำนวยความสะดวกและตรวจสอบด้วย ส่วนประเด็นการขึ้นป้ายบริเวณหอสูงใกล้หอฉันของวัดพระธรรมกาย โดยมีข้อความระบุว่า "we need food" ซึ่งเกี่ยวกับว่าเราต้องการอาหารนั้น เนื่องจากเป็นการสื่อสารออกไปเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งอาจจะถูกมองออกไปว่าเราดำเนินการโดยไม่ยึดหลักสิทธิมนุษยธรรม จึงอยากให้สื่อมวลชนเดินทางไปพร้อมที่ตนที่บริเวณประตู 7 ของวัดพระธรรมกาย เพื่อสอบถามพระวินยาธิการและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตรงนั้นว่า มีการจัดการเรื่องอาหารอย่างไร" พ.ต.ต.วรณัน กล่าว

พ.ต.ต.วรณัน เผยว่า เรื่องที่ทหารจับกุมตัว พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ เภกะนันทร์ อายุ 73 ปี พร้อมเสื้อเกราะ มีด 3 เล่ม และกระดาษโปสเตอร์เขียนคำว่า นายอนวัช ธนเจริญณัฐ วีรบุรุษชาวพุทธ เสียสละชีวิตให้เลิก ม.44 ขณะนี้ได้ส่งตัวไปดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ ที่ สภ.คลองหลวงแล้ว ส่วนการเปลี่ยนตัว ผอ.สำนักพุทธฯ (พศ.) คนใหม่ ที่มาจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอนั้น คิดว่าการประสานงานจะสะดวกขึ้น เพราะมีความคุ้นเคยกันอยู่แล้ว พร้อมทั้งเร่งรัดให้ พศ. ตรวจสอบใบสุทธิพระในวัดพระธรรมกายทั้งหมดให้เร็วขึ้น ส่วนเรื่องที่มี่ข่าวว่าเจ้าหน้าที่ใช่งบฯ ในการปฏิบัติงานภารกิจวัดพระธรรมกายไป 50 ล้านบาทแล้ว ตนไม่ทราบ เพราะทีมโฆษกดีเอสไอยังไม่ได้รับรายงานส่วนนี้

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ บก.ตชด. พล.ต.ต.พงศ์ศักดิ์ ลิ้มเฉลิมฉัตร ผบก.ตชด.ภ.1 มีการเรียกรวมแถว ตชด.ที่ 11 จ.จันทบุรี และตชด.ที่ 12 จ.สระแก้ว รวม 2 กองร้อย รวม 300 นาย เพื่อเปลี่ยนกำลังตามวงรอบ 5 วัน ซึ่งกำลังชุดนี้ จะไปสับเปลี่ยนที่ ประตู 1 และ 15 ของวัดพระธรรมกาย โดย พล.ต.ต.พงศ์ศักดิ์ ได้มอบโอวาท และกำชับแนวทางการปฏิบัติเรื่องการวางตัว เนื่องจากมีภาพขณะปฏิบัติหน้าที่บางภาพออกมา ดูแล้วไม่เป็นระเบียบ ขอให้ปฏิบัติงานด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัย เช่น การขอเข้าพื้นที่เพื่อนำยาหรือสิ่งของเข้าไปให้ผู้ที่อยู่ด้านใน โดยให้ประสานญาติหรือคนที่อยู่ด้านในให้ออกมารับที่หน้าประตู ทั้งนี้ หวังว่าการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี

ผู้สื่อข่าวรายงานข่าว ในโลกโซเชียลมีการเผยแพร่ภาพ และข้อความระบุว่า "อินเดีย-บังกลาเทศ วอนรัฐหยุดรังแกวัดพระธรรมกายและชาวพุทธ วานนี้องค์กรยุวพุทธบังกลาเทศ ทำ Banner ปกป้องพระพุทธศาสนา ปกป้องวัดพระธรรมกาย นอกจากนี้ชาวพุทธใน เขตเบงกอลตะวันตก อินเดีย ขอรัฐบาลไทยหยุดทำร้ายวัดพระธรรมกาย หยุดทำร้ายพระพุทธศาสนาในไทย หยุดทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ #India Save Buddhism in Thailand"

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้