วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อนาถธรรมกาย ยุคเข็ญ! ขึงป้ายขออาหาร

รุมยกย่อง‘ลุงอนวัช’เสียสละชีพ พระวอนรัฐอย่าเมินข้อเรียกร้อง เผยผอ.พศ.ใหม่ผ่านทําคดีรถหรู

แห่ชื่นชมยอมใจ “ลุงอนวัช ธนเจริญณัฐ” ผูกคอดับคาเสาโทรศัพท์ เหตุเรียกร้องให้ยกเลิก ม.44 ที่วัดพระธรรมกาย ส่วนศิษย์วัดขึงป้ายผ้าซัดรัฐบาลทหาร “ลุงตายเพราะ ม.44” พระสนิทวงศ์ ยกย่องใจ แต่ ระบุไม่ใช่วิธีการวัด ด้านลูกชายรับศพพ่อไปตั้งที่วัดเขียนเขต บอกสวด 3 วันเผา ยืนยันไม่มีใครกดดัน เพื่อนบ้านระบุเป็นคนใจบุญ ขณะที่วัดพระธรรมกายขาดแคลนอาหารหนัก ถึงขนาดขึ้นป้าย“we need food” ไปแขวนบนยอดหอคอยใกล้ๆอาคาร 100 ปี รองโฆษกดีเอสไออวยกันเอง หลังได้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ เป็น ผอ.พศ.คนใหม่ เผยประวัติเป็น 1 ในชุดเจรจากล่อมพระธัมมชโย รวมทั้งทำคดีรถหรูสมเด็จช่วงและหลวงพี่น้ำฝนด้วย ขู่ฟ่ออีก จ่อจับ กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง 30-40 คน หลังพบเข้ามาในพื้นที่ ส่วน “บิ๊กตู่” รับจำเป็นต้องใช้ ม.44 เพราะกฎหมายปกติใช้ไม่ได้

หลังรัฐบาลทหารใช้ ม.44 ประกาศให้วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นพื้นที่ควบคุม ไม่ให้มีบุคคลเข้าไปในวัด และผลักดันผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในวัดออกนอกพื้นที่ พร้อมส่งกำลังตำรวจ ทหาร โดยมีดีเอสไอเป็นแกนหลักเข้าตรวจค้นจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาสมคบและร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร แต่ยังไม่พบตัว ขณะเดียวกัน วัดพระธรรมกาย ได้นำมวลชน ผู้ปกครอง เด็ก พ่อค้าและแม่ค้า ที่อยู่ในเขตพื้นที่วัดพระธรรมกาย เรียกร้องขอให้เจ้าหน้าที่เปิดเส้นทางเข้าออกและรอบบริเวณวัด รวมทั้งยกเลิก ม.44 เนื่องจากได้รับความเดือดร้อน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่ยกเลิก ม.44 จนกว่าจะได้ตัวพระธัมมชโย พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการปะทะ แต่สุดท้ายมีเหตุสลดโดยชายสูงอายุ ทราบชื่อต่อมาคือนายอนวัช ธนเจริญณัฐ อายุ 64 ปี ได้ปีนขึ้นไปบนเสาส่งสัญญาณ โทรศัพท์ ใกล้ตลาดกลางคลองหลวง พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 44 ที่วัดพระธรรมกาย ก่อนใช้เชือกผูกคอเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.15 น. วันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปตามลำดับ

แห่ใส่บาตรพระลูกวัดวัดพระธรรมกาย

โดยความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 26 ก.พ. บรรยากาศบริเวณตลาดกลางคลองหลวง ตรงข้ามคลองแอน ทางเข้าประตู 5-6 วัดพระธรรมกาย มีลูกศิษย์ของวัดพระธรรมกายมาทำบุญตักบาตรในช่วงเช้าจำนวนมาก มีการถวายข้าวสารอาหารแห้งให้กับพระสงฆ์ของวัดพระธรรมกายที่ออกมาบิณฑบาต และตั้งโต๊ะรับสิ่งของที่ญาติโยมมาถวายอย่างคึกคัก มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่หน่วยคัดกรองทางเข้าตลาด ดูแลความสงบเรียบร้อย

ทำบุญอุทิศส่วนกุศลลุงอนวัช

ขณะเดียวกันมีการประกาศสดุดียกย่องนายอนวัช ธนเจริญณัฐ ที่ได้สละชีวิตผูกคอตัวเองกับเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ พร้อมให้ศิษยานุศิษย์ร่วมทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ รวมทั้งวอนขอรัฐบาลอย่าเมินเฉยต่อข้อเรียกร้อง ไม่อยากให้เกิดการสูญเสียขึ้นอีก ส่วนพระสงฆ์ที่อดอาหาร 5 รูป วันนี้เป็นวันที่ 5 ยังคงนั่งพำนักในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ ท่าม กลางการรักษาความปลอดภัยจากทางเจ้าหน้าที่วัดอย่างเข้มงวด

รองโฆษก ตร.รอผลสอบสวน

ต่อมาเวลา 09.00 น. ที่ บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุได้ส่งศพผู้เสียชีวิตไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และสอบปากคำญาติและภรรยา หลังจากนี้จะต้องรอผลชันสูตรจากสถาบันนิติเวชฯ เพราะถือเป็นการตายที่ผิดธรรมชาติ ส่วนการที่นายอนวัช ปีนขึ้นไปอยู่บนเสาส่งสัญญาณได้อย่างไร ต้องรอผลการสอบสวนอีกครั้ง ทั้งนี้ เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายเป็นคนมารับผลไม้จากตลาดแถวนี้ไปขาย ส่วนผู้ตายจะเป็นศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ยังไม่ทราบเพราะต้องรอผลตรวจสอบเช่นกัน

ตำรวจอดทนอดกลั้นไม่โต้ตอบ

“ส่วนจะมีมาตรการเพิ่มหรือไม่ จะต้องหารือประชุมร่วมกับดีเอสไอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางตำรวจเป็นผู้ปฏิบัติต้องรอรับฟังคำสั่งจากดีเอสไอ โดยประเมินสถานการณ์ในแต่ละวัน ส่วนที่มองว่าผ่านไป 10 วัน การใช้มาตรา 44 ล้มเหลวหรือไม่นั้น มองว่าเป็นเรื่องปกติและในส่วนควบคุมฝูงชนตำรวจมีประสบการณ์มาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติการตามขั้นตอนของกฎการใช้กำลังอยู่แล้ว เริ่มจากเบาไปหาหนัก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังวันละกว่า 3,000 นาย สับเปลี่ยนกำลังตามวงรอบ เข้าสู่อาทิตย์ที่สองจะต้องป้องกันและเฝ้าในเรื่องมือที่ 3 อย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ใช้ความอดทนอดกลั้นมาตลอด แต่ไม่สามารถโต้ตอบได้ เนื่องจากไม่ต้องการให้มีการกระทบกระทั่งกัน” พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว

พระเณร 300 รูป แสดงพลังอ้างถูกย่ำยี

จากนั้นเวลา 10.00 น. ที่ประตู 7 วัดพระธรรมกาย มีพระเณรทั่วประเทศประมาณ 300 รูป เดินทางมาแสดงจุดยืน มีพระตัวแทนจากวัดพระธรรมกายมาต้อนรับ โดยพระที่มาจากวัดต่างจังหวัดรูปหนึ่งเผยว่า หลังเกิดเหตุชายสูงวัยผูกคอตาย ถือเป็นการย่ำยีพระพุทธศาสนา เกินที่จะทนรับได้จึงมาแสดงพลัง วัดพระธรรมกายทำหน้าที่สืบสานเผยแผ่พระพุทธศาสนามานาน ช่วยเหลือวัดที่เดือดร้อนทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับกลายเป็นว่าจะกลายเป็นภัยต่อพุทธศาสนาไปเสียแล้ว อย่างนี้มีที่ไหน

ขอบิ๊กตู่หาทางออกอย่างสันติ

จากนั้นตัวแทนพระเณรที่เดินทางมาแสดงจุดยืน ได้อ่านหนังสือขอความอนุเคราะห์ ขอบิณฑบาต มาตรา 44 ว่า ได้ติดตามข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ ที่ทางหมายเรียกครั้งที่ 1 วัดพระธรรมกาย เกี่ยวเนื่องคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนจนมีหมายจับเข้าค้นแล้วก็ไม่พบ กระทั่งมีตำรวจมากมายเข้าค้น เป็นห่วงสวัสดิการเหล่าพระและศิษย์ ขอให้นายกรัฐมนตรีหาทางออกอย่างสันติวิธี เพื่อประคับประคองจิตใจอันบอบช้ำให้ลูกหลานชาวไทย

ดีเอสไอแจงเหตุพระวัดอื่นห้ามเข้า

ต่อมาเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอคนหนึ่งออกมารับหนังสือ และใช้ไมโครโฟนชี้แจงว่า ทางการไม่เคยห้ามการปฏิบัติกิจของสงฆ์เลยยังคงให้ออกบิณฑบาต เพียงแต่มีข้อตกลงว่า พระที่จะจำวัดวัดพระธรรมกายได้ ต้องเป็นพระลูกวัดวัดพระธรรมกายเท่านั้น หากเป็นพระจากวัดอื่นจะไม่ให้เข้า หลังจากนั้นพระทั้งหมดได้นั่งลงสวดชยันโต ทำให้ตำรวจนั่งลงกับพื้น รับศีลรับพร ต่อมาทหารได้นิมนต์พระทั้งหมดไปฉันเพล

ทำลายธรรมกาย พิฆาตมหาเถร

ทั้งนี้ มีตัวแทนของวัดพระธรรมกายรายหนึ่งใช้ไมโครโฟนตอบกลับกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ที่มาว่า มีการท่องกันว่า “ทำลายธรรมกาย พิฆาตมหาเถร” เพื่อให้คณะสงฆ์อ่อนแอ แล้วออกกฎหมายล้วงย่ามพระ ส่วนประเด็นความผิดต่างๆ นั้นเปรียบเหมือนว่า หากประธานบริษัททำผิดก็จับประธานบริษัท ไม่ใช่มาล้มบริษัท อย่างความผิดของพระธัมมชโย ก็จับพระธัมมชโย ไม่ใช่มายึด มาปิดวัด มาล้อมวัดอย่างนี้ ในตอนนี้ต้องการแค่สิทธิพื้นฐานของบุคคลเท่านั้น

พระสนิทวงศ์ยกย่องใจลุงอนวัช

ต่อมาเวลา 10.20 น. ที่ประตู 5 พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย แถลงแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิต ของนายอนวัช ธนเจริญณัฐ ที่ได้ก่อเหตุปีนเสาสัญญาณโทรศัพท์ใกล้ตลาดกลางคลองหลวง ประท้วงการนำมาตรา 44 มาใช้ในพื้นที่วัดพระธรรมกาย ก่อนตัดสินใจนำเชือกพันกับคอแล้วปล่อยตัวลงมาจนเสียชีวิตเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ทางวัดไม่ได้มีส่วนรู้เห็นและไม่ใช่วิธีการของวัดพระธรรมกายอย่างแน่นอน ก่อนเกิดเหตุทางพระสงฆ์ของวัดก็ได้พยายามเกลี้ยกล่อมนายอนวัชแต่ก็ไม่เป็นผล อย่างไรก็ตาม วัดขอสรรเสริญจิตใจที่เด็ดเดี่ยว ยึดมั่น ในความถูกต้อง ความยุติธรรม ทนไม่ได้เมื่อเห็นพระพุทธศาสนาถูกย่ำยี

แขวะรัฐค้น 10 วัน ใช้งบร่วม 50 ล.

“ส่วนกรณีที่ทางดีเอสไอบอกว่า การดำเนินการเข้าตรวจค้นวัด 2 วันแรก คล้ายกับการไปทัวร์นั้น ทางวัดยืนยันว่าให้ความสำคัญและจริงจังในทุกขั้นตอน และเมื่อดูงบประมาณที่เจ้าหน้าที่ใช้ไปตลอด 10 วันที่ผ่านมา ร่วม 50 ล้านบาท ทำให้ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ไม่จริงใจในการแก้ปัญหารวมถึงที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษกล่าวอ้างมาตลอดว่า ห่วงมือที่สามจะเข้ามาสร้างสถานการณ์นั้น ขณะนี้ญาติโยม ศิษยานุศิษย์ กลับรู้สึกกลัวเจ้าหน้าที่ดีเอสไอมากกว่า สุดท้ายฝากบอกไปยังนายกรัฐมนตรีที่กล่าวว่า หากพระธัมมชโยเข้ามอบตัวจะเข้ามาบริหารจัดการวัดพร้อมกับยกเลิกมาตรา 44 ในส่วนนี้ ขอให้เป็นหน้าที่พระสงฆ์ดีกว่า นายกรัฐมนตรีควรมีหน้าที่บริหารประเทศ” พระสนิทวงศ์กล่าว

ดีเอสไอไม่สบายใจลุงแขวนคอ

ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่ บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า กรณีที่ นายอนวัช ธนเจริญณัฐ ผูกคอตายเสียชีวิตบนเสาส่งสัญญาณวิทยุ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่านายอนวัชมีความเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายหรือไม่ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทุกฝ่ายต่างไม่สบายใจ ตอนนี้ อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรพลิกศพที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อประกอบในสำนวนคดี ทั้งนี้ได้ส่งตัวแทนเป็นผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ดีเอสไอเข้าไปดูแล และติดต่อญาติผู้เสียชีวิต เพื่อช่วยเหลือครอบครัวตามสมควรแล้ว ส่วนกรณีลูกศิษย์วัดพระธรรมกายยืนยันว่าจะเข้าไปภายในวัดพระธรรมกายให้ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมรับมือ โดยเพิ่มกำลังตำรวจ ทหาร ดูแลพื้นที่วัดพระธรรมกายอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้มีบุคคลเข้าออก

เชื่อ ผอ.พศ.ใหม่ทำงานง่ายขึ้น

“ส่วนกรณีที่มีคำสั่งจากหัวหน้าคณะรักษาความปลอดภัย ให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผบ.สำนักคดีอาญาภาษีอากร ดีเอสไอ ไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แทนนายพนม ศรศิลป์ นั้น ส่วนตัวไม่ทราบถึงวัตถุประสงค์การโยกตำแหน่ง แต่เห็นว่าการเปลี่ยนคนเข้ามาดำรงในตำแหน่งดังกล่าวเชื่อว่าจะประสานงานง่ายขึ้น เพราะมีความใกล้ชิดกันและเคยทำงานร่วมกันมาก่อน ส่วนที่มีพระจากทั่วประเทศมายื่นหนังสือขอให้ยกเลิกมาตรา 44 นั้น ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว หลังจากนี้คณะทำงานจะมีการปฏิบัติอย่างไร ต้องรอผลจากการประชุมช่วงบ่ายก่อน” พ.ต.ต.วรณันกล่าว

ประวัติ ผอ.พศ.คนใหม่จากดีเอสไอ

สำหรับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผบ.สำนักคดีภาษีอากรดีเอสไอ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งที่ 12/2560 ให้มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แทนนายพนม ศรศิลป์ โดยประวัติเริ่มรับราชการที่ดีเอสไอ ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย.2546 ในตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ ก่อนขยับขึ้นเป็นผู้อำนวยการส่วนสืบสวนสะกดรอย ผลงานสำคัญๆที่ถูกมอบหมายให้เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนสะกดรอยหาเบาะแสคนร้าย หลังหัวระเบิดอาร์พีจีสูญหายจากคลังแสงของกองทัพบก นอกจากนี้ ยังเป็นผู้นำกำลังเข้าจับกุมจับนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข บรรณาธิการบริหารนิตยสาร “วอยซ์ ออฟ ทักษิณ” และแกนนำกลุ่มแดงสยาม ในคดีหมิ่นสถาบัน ขณะหลบหนีไปอยู่ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ทำคดีรถหรูสมเด็จช่วง–หลวงพี่น้ำฝน

พ.ต.ท.พงศ์พร มีบทบาทสำคัญขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากรฯ ทำคดีสำคัญๆที่เกี่ยวเนื่องคดีรถยนต์หรูเลี่ยงภาษี และรถยนต์โบราณ 2 คัน ที่เป็นข่าวโด่งดัง คือ คดีรถยนต์ของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ตามแนวทางการสอบสวนเชื่อว่ามีการปลอมลายมือชื่อผู้อื่น และสำแดงการนำเข้าโครงรถยนต์เป็นยี่ห้อแพนเธอร์ ส่วนเครื่องยนต์เป็นยี่ห้อจากัวร์ หมายเลขตัวรถ 731 หมายเลขเครื่องยนต์ 8L 66240-L คันที่สองเป็นรถยนต์เบนซ์โบราณ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ตั้งแต่กระบวนการนำเข้า การเสียภาษี และพบว่ามีการใช้เอกสารเท็จในการจดทะเบียน

เป็นชุดกล่อมธัมมชโยเข้ามอบตัว

ส่วนบทบาทในคดีพระธัมมชโย พ.ต.ท.พงศ์พร ได้รับมอบหมายให้เป็นหนึ่งในชุดเจรจาร่วมกับนายสมเกียรติ ธงศรี ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม และพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ในการประสานงานให้พระธัมมชโย เข้ามอบตัวสู้ข้อกล่าวหาแต่ไม่เป็นผล จนดีเอสไอต้องขอศาลออกหมายค้นวัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา

ขึ้นป้าย “we need food”

ต่อมาในช่วงบ่าย มีรายงานว่า พระและศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้นำแผ่นผ้ายาวกว่า 5 เมตร เขียนข้อความว่า “we need food” ไปแขวนบนยอดหอคอย สูงประมาณ 50 เมตร ที่อยู่ใกล้ๆกับอาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์ในพื้นที่โซน B เพื่อสื่อสารให้กับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และบุคคลภายนอก ทราบว่าขณะนี้สถานการณ์ภายในวัดพระธรรมกายขาดแคลนเสบียงอาหารถึงขั้นต้องการอาหารอย่างมากๆ ส่วนบรรยากาศในพื้นพี่วัดบริเวณประตู 1 ประตู 4 ประตู 5 ประตู 6 ประตูบุญรักษา และภายในหอฉันจะมีพระสงฆ์นั่งสวดมนต์อย่างสงบ โดยรวมพระสงฆ์และกลุ่มศิษยานุศิษย์ทุกจุดร่วม 20,000 คนได้

เจ้าอาวาสวัดสามโคกสุ่มตรวจพระ

ส่วนที่บริเวณลานทางออกของตลาดกลางคลองหลวง เมื่อเวลา 15.15 น. มีกลุ่มพระภิกษุสามเณรประมาณ 150 รูป จากภาคเหนือและอีสาน รวมตัวขอเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ทหาร ขอเดินทางเข้าไปในพื้นที่วัดพระธรรมกาย แต่ทางเจ้าหน้าที่ทหารไม่อนุญาต แต่ถ้าออกจากพื้นที่บริเวณตลาดกลางคลองหลวง เพื่อเดินทางกลับไปยังวัดตามภูมิลำเนา สามารถอนุญาตให้เดินทางกลับได้ กลุ่มพระภิกษุและสามเณรได้สวดมนต์ประมาณ 15 นาที จึงพากันเดินกลับเข้าไปในเต็นท์ด้านใน ขณะเดียวกันพระครูวิบูลกัลยาณคุณ เจ้าอาวาสวัดถั่วทอง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พระวินยาธิการพร้อมคณะ เข้าสังเกตการณ์เพื่อตรวจสอบใบสุทธิกลุ่มพระที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดว่าเป็นพระถูกต้องหรือไม่ ส่วนเรื่องกลุ่มพระจะขอเจรจาเข้าไปในพื้นที่วัดพระธรรมกายนั้นจะไม่สามารถรับการเจรจาใดๆ

เบื้องต้นไม่พบมีพระปลอม

พระครูวิบูลกัลยาณคุณ เผยหลังเจรจากับตัวแทนคณะสงฆ์ กว่า 10 นาที ว่า ตัวแทนกลุ่มสงฆ์มีเจตนาที่จะปักหลักอยู่ที่ตลาดกลางคลองหลวง และจะเดินไปชูป้ายแสดงความคิดเห็นบริเวณประตู 7 ได้ชี้แจงไปว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม สร้างความเดือดร้อนและขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทางพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าวจึงไม่ไป แต่ขอชูป้ายแสดงความคิดเห็น และสวดมนต์ ทำสมาธิอยู่ที่บริเวณตลาดกลางคลองหลวง หลังจากนี้จะเดินทางกลับไปยังจังหวัดของตนเอง ส่วนการสุ่มตรวจสอบใบสุทธิ วันนี้ยังไม่พบว่ามีพระปลอม

ดีเอสไอเสียใจสุดซึ้ง ลุงผูกคอ

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษก เผยว่า วันนี้ดีเอสไอส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลและอำนวยความสะดวกกับญาติที่ไปรับศพนายอนวัช ธนเจริญณัช ที่โรงพยาบาลตำรวจ ดูแลไปจนถึงการนำศพไปทำพิธีทางศาสนาที่วัดเขียนเขต จากการสอบถามญาติผู้ตาย ยังไม่ทราบสาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริง นอกจากตามที่ปรากฏตามสื่อคือให้รัฐบาลยกเลิกมาตรา 44 เพราะนายอนวัชไม่มีท่าทีหรืออาการบ่งบอกว่าจะก่อเหตุ ครอบครัวประกอบอาชีพขายผลไม้ไม่ได้ขัดสนเงินทองอะไร ทั้งนี้ อธิบดี ดีเอสไอ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการทุกท่านรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ไม่อยากให้มีการใช้วิธีการแบบลุงอนวัช มากดดันรัฐบาลแบบนี้

ขู่จับคนมีประวัติเข้ามาในพื้นที่

“เรื่องทั้งหมดเกิดจากคนคนเดียวที่ไม่เคารพกฎหมาย และมีกลุ่มคนรอบข้างออกมาปกป้องช่วยเหลือ ทำให้การปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ยังไม่สำเร็จ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง กับมีความพยายามโยงไปถึงชนิดที่ว่าเจ้าหน้าที่มาทำลายพระพุทธศาสนา มันไม่จริงเลย ขณะนี้กำลังมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก่าที่อ่อนล้า ส่วนที่มีคำสั่งให้ตำรวจชุดใหม่ นำโล่และกระบองติดตัวมาด้วยนั้น เป็นเรื่องปกติที่ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม หากเกิดเหตุฉุกเฉิน แต่ปัจจุบันไม่ได้ให้เจ้าหน้าที่พกอาวุธ โล่ กระบอง หรืออาวุธเลย เป้าหมายที่แท้จริงคือการคัดกรองคนที่จะเข้าไปในวัด และตลาดกลางคลองหลวง รวมทั้งดูแลความปลอดภัยให้พระและพี่น้องประชาชน เนื่องจากทางการข่าวพบว่ามีกลุ่มที่เคยมีประวัติเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายกลุ่มเข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงมีการจับตา เก็บหลักฐาน เตรียมดำเนินคดีประมาณ 30-40 คน” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าว

ทหารจัดรถรับส่งเด็กนักเรียน

โฆษกดีเอสไอเผยต่อว่า ส่วนพระสงฆ์ที่มาจากต่างจังหวัด จะมีพระวินยาธิการ หรือตำรวจพระ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบใบสุทธิความเป็นพระ ตรงจุดคัดกรองประตู 7 ประตู 5 และ 6 กับตลาดกลางคลองหลวงด้วย จะให้เฉพาะพระลูกวัดวัดพระธรรมกายเท่านั้นเข้าไปในวัดได้ พร้อมประสานให้ไปจำวัดอื่นๆรอบๆวัดพระธรรมกาย ส่วนเรื่องการเดินทางไปโรงเรียนของเด็กนักเรียนบริเวณชุมชนรอบๆวัดพระธรรมกาย ทหารได้อำนวยความสะดวก อาจมีการจัดรถรับส่งนักเรียนไปโรงเรียนด้วย

ขึงป้ายผ้า ลุงตายเพราะ ม.44

กระทั่งเวลา 17.30 น. บริเวณตลาดกลางคลองหลวง มีการนำป้ายผ้าใบสีขาวขนาดใหญ่ พิมพ์ข้อความว่า “ลุงตายเพราะ ม.44 รังแกพระพุทธศาสนา คสช.ต้องรับผิดชอบ พิธีสวดอภิธรรม แด่...วีรบุรุษพระพุทธศาสนา” นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มลูกศิษย์วัดบางส่วนเริ่มทยอยออกจากตลาดกลางคลองหลวง โดยใช้วิธีเดินออกด้านหลังตลาด

ปฏิญาณตนยอมสละชีวิตเพื่อธัมมชโย

ต่อจากนั้น มีกลุ่มศิษยานุศิษย์ประมาณ 20 คน ได้นิมนต์พระสงฆ์ที่ปักหลักจำวัดที่ตลาดกลางคลองหลวง 4 รูป มาทำพิธีสวดพระอภิธรรมศพให้กับลุงอนวัช ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนร่วมกันปฏิญาณตนว่าจะช่วยปกป้องวัดพระธรรมกาย พร้อมสละแม้นชีวิตเพื่อหลวงพ่อธัมมชโยได้ หากเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง อีกทั้งยังกล่าวโจมตีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่าไม่โปรงใส กลั่นแกล้งพระพุทธศาสนา และเอาเปรียบเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจที่ต้องออกมาตากแดดตากลม

ว่อนเน็ต ภ.7 เพิ่ม ตร.อคฝ.เข้าพื้นที่

วันเดียวกัน สังคมโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ได้แชร์เอกสารลับด่วนที่สุด ลงวันที่ 24 ก.พ.60 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสั่งการให้จัดเตรียมกำลังชุดควบคุมฝูงชน ในการสนับสนุนภารกิจควบคุมพื้นที่บริเวณวัดพระธรรมกาย โดยเอกสารดังกล่าวสั่งการให้วันที่ 27 ก.พ.-3 มี.ค. ให้ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมและประจวบคีรีขันธ์ เตรียมชุดควบคุมฝูงชนจังหวัดละ 2 กองร้อย และให้จังหวัดเพชรบุรี เตรียม 1 กองร้อย รวมทั้งหมด 5 กองร้อย

สั่งปฏิบัติภารกิจอย่างน้อย 5 วัน

ขณะที่ระหว่างวันที่ 3-7 มี.ค. ให้ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสมุทรสาคร จัดเตรียมชุดควบคุมฝูงชนจังหวัดละ 2 กองร้อย ส่วนจังหวัดราชบุรีจัดเตรียม 1 กองร้อย รวมทั้งหมด 5 กองร้อยเช่นกัน ส่วนวันที่ 7-11 มี.ค.ให้จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี จัดเตรียมจังหวัดละ 2 กองร้อย และจังหวัดสมุทรสงครามจัดเตรียม 1 กองร้อย รวมทั้งหมด 5 กองร้อย เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ชุดควบคุมฝูงชนจากทุกจังหวัดเตรียม โล่ กระบอง หมวก สนับแข้ง สนับเข่า สนับศอก วิทยุสื่อสาร เครื่องนอน เครื่องใช้ส่วนตัว สำหรับปฏิบัติภารกิจอย่างน้อย 5 วัน ลงชื่อในท้ายเอกสาร พล.ต.ต.กฤษณะ ศิริปิยะวัฒน์ รอง ผบช.ภ. 7 ปรท.ผบช.ภ.7

ดีเอสไอส่งคนดูแลญาติลุงอนวัช

อีกด้านหนึ่งที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ หลังร่างไร้วิญญาณของนายอนวัช ธนเจริญณัฐ อายุ 64 ปี ถูกส่งมาผ่าพิสูจน์สาเหตุการตาย มีพระอาจารย์อิสรภาพ อาจารสัมปันโน ตัวแทนองค์กรพลังชาวพุทธ เครือข่ายจากวัดพระธรรมกาย มาทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณให้กับนายอนวัช นอกจากนี้ ยังมี พ.ต.ต.หญิง พรรณทิพย์ เต็มเจริญ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ DSI มาสังเกตการณ์ โดยกล่าวว่า ได้รับคำสั่งจาก พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมการสอบสวนคดีพิเศษ DSI ให้มาดูสถานการณ์ เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกให้ญาตินายอนวัช

เก็บของเหลวในตัวพิสูจน์สารเสพติด

พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.นต.รพ.ตร.เปิดเผยว่า นิติเวชฯได้รับศพนายอนวัชตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา การผ่าชันสูตรศพ ทางแพทย์ได้เก็บตัวอย่างของเหลวภายในร่างกายนำไปตรวจหาสารเสพติดหรือยาที่ใช้ว่ามีสารชนิดใดทำให้ก่อเหตุดังกล่าวหรือไม่ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์จะทราบผล ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการขาดอากาศหายใจ

ลูกชายรับศพพ่อไปวัดเขียนเขต

จากนั้นเวลา 13.00 น. นายรัฐณัณท์ ธนเจริญณัฐ อายุ 31 ปี บุตรชาย เข้าติดต่อขอรับศพนายอนวัช ด้วยความโศกเศร้า มีเจ้าหน้าที่นิติเวชฯพาเข้าไปห้องรับรอง พร้อมทั้ง พ.ต.ต.หญิง พรรณทิพย์ รออยู่ภายในห้องเพื่อพูดคุยสอบถามข้อมูล ก่อนที่นายรัฐณัณท์จะยื่นเอกสารขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีศาสนาที่วัดเขียนเขต ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังจากพูดคุยโดยใช้เวลา 20 นาที นายรัฐณัณท์พร้อมภรรยาไปที่ห้องรับศพ จุดธูปและปิดฝาโลง มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูช่วยยกโลงศพขึ้นรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฮง 7040 กรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าไปยังวัดเขียนเขตทันที โดยไม่ยอมตอบคำถามหรือให้สัมภาษณ์ใดๆ

องอาจร่วมรับศพพร้อมโพสต์อาลัย

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า ทันทีที่นายรัฐณัณท์ ลูกชายและญาตินำศพนายอนวัชมาถึงวัด ได้นำมาตั้งศพสวดพระอภิธรรมที่ศาลา “ลายเงิน กองทรัพย์” มีนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกวัดพระธรรมกาย มาร่วมรับศพด้วย ทั้งนี้ นายองอาจได้เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความอาลัย มีข้อความสรุปว่า ไม่เคยคาดคิดว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ “คุณลุงอนวัช ธนเจริญณัฐ” ขอตั้งจิตอธิษฐานว่า ขออย่าได้มีผู้ใดหรือเหตุการณ์ร้ายๆที่นำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตหรือเหตุรุนแรงใดๆอีก และขอยืนยันหลักการที่คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายในฐานะชาวพุทธ ต่างยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกันมาโดยตลอดที่ผ่านมาคือ ถือหลักสงบ สันติ อหิงสาและจะยังคงยึดมั่นในแนวทางนี้ต่อไป ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ตาม

บิ๊กแป๊ะส่งเงินช่วยงานศพ

สำหรับบรรยากาศการรดน้ำศพเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของบรรดาญาติพี่น้องนายอนวัช ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คลอง-หลวง มาอำนวยความสะดวก พร้อมนำเงินส่วนตัวจาก ผบ.ตร.มามอบให้กับญาติผู้ตาย และคอยให้การช่วยเหลือตลอดงาน ขณะที่พิธีรดน้ำศพ ญาติผู้ตายไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ มีรายงานด้วยว่า นายอนวัช ผู้ตายเคยบวชเณร ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และเคารพนับถือหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ และเคยเข้าวัดพระธรรมกาย แต่ยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุ ขณะที่ฐานะครอบครัวผู้ตายค่อนข้างดีประกอบกิจการผลไม้อบแห้งส่งตามร้านสะดวกซื้อมีรายได้ความเป็นอยู่อย่างดี

ลูกชายบอกสวด 3 วันแล้วเผาเลย

ด้านนายรัฐณัณท์บุตรชายผู้ตาย เผยสั้นๆว่า เรื่องงานศพคุณพ่อ ญาติพี่น้องคุยกันแล้วว่าจะสวดพระ อภิธรรมศพเพียง 3 วันและประชุมเพลิงในวันพุธ 1 มี.ค. เวลา 16.00 น. ส่วนที่มีกระแสข่าวในโลกโซเชียลว่า มีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายพยายามมาเจรจากดดันให้ญาติผู้ตายรีบจัดงานศพให้ด่วนที่สุดนั้น ไม่มีใครมากดดันแต่อย่างใด เพราะญาติตกลงกันไว้แล้ว

เลื่อนเผาลุงอนวัช บ่ายสอง 28 ก.พ.

ต่อมาเวลา 19.00 น. พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมนายอาวุธ วิเชียรฉาบ นอภ.ธัญบุรี มาร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพนายอนวัช ธนเจริญณัฐ ที่วัดเขียน– เขต โดยมีญาติพี่น้อง และประชาชนที่ทราบข่าวมาร่วมงานกว่า 100 คน ด้านนายรัฐณัณท์ ลูกชายนายอนวัชเปิดเผยอีกครั้งว่า แม่ตนและญาติๆได้พูดคุยกันอีกครั้งช่วงก่อนพระสวด และขอเลื่อนประชุมเพลิงคุณพ่อ จากวันพุธที่ 1 มี.ค. เป็นวันอังคารที่ 28 ก.พ. เวลา 14.00 น. เพราะแม่บอกว่าไม่ต้องการให้เผาวันพุธ เพราะรู้สึกไม่สบายใจ และเป็นความเชื่อของบุคคลในครอบครัว

เพื่อนบ้านบอกลุงอนวัชใจบุญ

ก่อนหน้านี้เมื่อเที่ยงวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 42/724 หมู่บ้าน เค.ซี.การ์เด้นโฮม (นิมิตรใหม่) แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา ของนายอนวัชลุงแขวนคอ ลักษณะเป็นบ้านหลังเดี่ยว 2 ชั้น ปลูกในเนื้อที่ 50 ตร.วามีรั้วรอบขอบชิด โดยบ้านปิดประตูเงียบ ขณะที่นายณัฐพงศ์ มินบำรุง คณะกรรมการเค.ซี.การ์เด้น 4 เปิดเผยว่ารู้จักนายอนวัชมาหลายปี เคยมีโอกาสได้พูดคุยกันบ้าง เป็นคนทำบุญทำทานเห็นทำบุญอยู่เรื่อยๆ ไม่ได้ทำเฉพาะวัดพระธรรมกายเท่านั้น วัดอื่นก็ทำบุญด้วย ก่อนหน้านี้ทราบว่า มีอาชีพรับราชการ แต่ไม่แน่ใจว่าอยู่ในตำแหน่งไหน หลังจาก เกษียณอายุออกมาหันมาทำอาชีพรับส่งขนมแพ็ก ตามโรงเรียนต่างๆ ปกติเป็นคนเงียบๆเก็บเนื้อเก็บตัว พักหลังๆนี้ไม่ได้เจอนานแล้ว และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุเศร้าสลดนี้ขึ้น

“พนม”เผยโดนเด้งขณะประชุม

ขณะที่นายพนม ศรศิลป์ ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีถูกคำสั่งตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ย้ายจาก ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มาเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่เคยทราบมาก่อนว่าจะโดนคำสั่งดังกล่าว ขณะที่มีคำสั่งออกมา กำลังประชุมอยู่กับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ที่วัดพิชยญาติการาม เพื่อหาทางดำเนินการกรณีวัดพระธรรมกาย ให้สถานการณ์คลี่คลาย แต่เมื่อมีคำสั่งออกมาแล้ว จะทำอย่างไรได้ เมื่อมีคนอยากมาก็ต้องให้มา เราทำอะไรไม่ได้ ก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการทำงานของ พศ.นั้น เป็นการทำงานสนองงานคณะสงฆ์ จะไปทำอะไรเกินหน้าพระ คงเป็นเรื่องไม่สมควร เมื่อถามถึงการประชุมกับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ มีแนวทางอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายพนมกล่าวว่า การประชุมเมื่อวันที่ 25 ก.พ.ยังไม่ทันจะลงในรายละเอียด และขณะนี้ตนคงตอบอะไรมากไม่ได้ เพราะหมดหน้าที่แล้ว

พอรู้ปุ๊บ ประชุมเลิกปั๊บ

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า คำสั่งมาตรา 44 ดังกล่าว ออกมาในขณะที่นายพนมกำลังประชุมหาแนวทางดำเนินการกรณีวัดพระธรรมกาย กับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ที่วัดพิชยญาติการาม และเมื่อที่ประชุมทราบข่าว ทำให้การประชุมต้องยุติลงในทันที

ดีดีทีวี ให้ดูธัมมชโยยังเป็นพระหรือไม่

ขณะเดียวกัน สถานีธรรมาธิปไตย ดีดีทีวี สถานีวิทยุโทรทัศน์พระพุทธศาสนาในกำกับมหาเถรสมาคม วัดดวงแข จัดเสวนากรณี ธรรมกาย : ปัญหาและทางออก โดยนายบรรจบ บรรณรุจิ ประธานสมาพันธ์ ชาวพุทธเอเชีย กล่าวว่า ทางออกกรณีวัดพระธรรมกายในขณะนี้ อยากให้คณะสงฆ์รับมาดำเนินการก่อน โดยตรวจสอบด้านพระธรรมวินัยว่าพระธัมมชโย ผิดอะไรบ้าง ตั้งคณะพระวินัยธร ซึ่งคือนักกฎหมายของคณะสงฆ์ มาตรวจสอบ เพื่อให้ชัดเจนก่อนในเรื่องกรณีพระธัมมชโย ว่าท่านยังมีสถานะความเป็นพระสงฆ์อยู่หรือไม่ จากคดีต่างๆที่เกิดขึ้นมาในขณะนี้

“จาตุรนต์” โพสต์เฟซแนะ คสช.

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีวัดพระธรรมกาย ระบุเป็นความคิดเห็นส่วนตัว สถานการณ์น่าเป็นห่วงขึ้นทุกขณะ ห่วงจะเกิดความรุนแรงถึงขั้นเสียเลือดเนื้อและชีวิต สาเหตุจากขอบเขตการปฏิบัติการตามคำสั่ง คสช.ที่คลุมเครือ ความไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความหวาดระแวง อยากจะเสนอว่า คสช.ควรประกาศให้ชัดว่าต้องการทำอะไรแค่ไหนกับวัดพระธรรมกายกันแน่ ควรดำเนินคดีกับผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาเท่านั้น ไม่ควรเลยเถิดไปเป็นอย่างอื่น อีกปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดความรุนแรง คือการใช้มาตรา 44 และกำลังทหารเข้าจัดการ เพราะมาตรา 44 เป็นกฎหมายที่มีที่มาที่ไม่ชอบตามหลักนิติธรรม ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุล เห็นว่าควรยกเลิกการใช้มาตรา 44 แล้วใช้มาตรการปกติให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถโต้แย้งหรือร้องเรียนขอความเป็นธรรมได้ เจ้าหน้าที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

คนบอกผิดถูกคือ มส.

นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า การที่พระไม่สามารถทำกิจวัตรได้ตามปกติ คนไม่สามารถไปทำบุญหรือปฏิบัติธรรมได้อย่างไม่มีกำหนด ย่อมเป็นการละเมิดเสรีภาพในการนับถือศาสนา และถ้าดูจากการแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้มีหลากหลาย คนจะมีความเห็นต่างกันต่อวัดพระธรรมกายถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งที่ควรตั้งหลักให้ดีคือ ใครเป็นคนตัดสินว่าอะไรผิดอะไรถูก วัดพระธรรมกายยังเป็นวัดในสังกัดมหาเถรสมาคมอยู่ไม่ใช่หรือ หากมีประเด็นว่าวัดพระธรรม–กายเป็นวัดในพุทธศาสนา ผู้ที่จะบอกได้น่าจะเป็นมหาเถรสมาคม ซึ่งจะมีอำนาจ ถ้าจะถือว่าไม่ใช่ศาสนาพุทธ แต่เป็นศาสนาอื่นก็คงต้องให้กรมการศาสนามาพิจารณา ไม่ควรให้รัฐและเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตัดสินหรือจัดการ จะหักหาญด้วยกำลังไม่ได้

ขอให้ตั้งสติและทบทวน

โพสต์ในเฟซบุ๊กของนายจาตุรนต์ระบุต่อว่า แต่ถ้า คสช.เข้าไปจัดการกับวัดพระธรรมกายจนเลยเถิด อย่างที่มีคนเชียร์ให้ทำหรือที่มีคนห่วงใยกันอยู่ ย่อมทำให้เกิดเป็นความบาดหมางทางสังคมครั้งใหญ่ที่จะยากต่อการเยียวยาในอนาคต เมื่อมีการจัดการมากกว่าการจับผู้ต้องหาตามปกติทั่วไป เรื่องนี้ก็กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งจากความแตกต่างทางความคิด ความเชื่อ และศรัทธา ความไม่ไว้ใจหรือความหวาดระแวงที่ศาสนิกชนหรือผู้นับถือศาสนาทั้งหลายจะมีต่อรัฐจะไม่จำกัดวงอยู่แต่เพียงศาสนาพุทธเท่านั้น แต่จะขยายไปยังศาสนาอื่นๆได้อีกด้วย ระยะยาวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ลึกซึ้งต่อเศรษฐกิจและสังคมของไทยซึ่งก็อ่อนแอและเปราะบางอยู่แล้ว ขอให้ตั้งสติแล้วทบทวน

“ไพบูลย์” ชี้ธรรมกาย จี้ยกเลิก ม.44

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ขณะนี้กำลังมีขบวนการทั้งจากทางเครือข่ายวัดพระธรรมกายทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งกลุ่มการเมืองต่างๆ สร้างกระแสสังคมกดดันเรียกร้องให้ คสช.ยกเลิกคำสั่งตามมาตรา 44 ที่ 5/2560 กับวัดพระธรรมกาย โดยใช้วิธีการหลายรูปแบบ ล่าสุดปล่อยข่าวว่าพระธัมมชโยไม่อยู่ที่วัดแล้ว เป็นแผนการหนึ่งที่เครือข่ายวัดพระธรรมกายใช้เพื่อสร้างกระแสสังคมให้ยกเลิกมาตรา 44

เชื่อพระธัมมชโยหลบอยู่ในวัด

“ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบสัญญาณการโทร.ออกจากหมายเลขโทรศัพท์ ลงท้ายด้วยเลข 5555 ของคนที่ติดตามพระธัมมชโย จากบริเวณโซน A ภายในวัดพระธรรมกาย ไปยังเบอร์โทรศัพท์มือถือของบุคคลหนึ่งที่โรงพยาบาลย่านพระราม 9 ในช่วงเวลา 04.00 น.ของวันเสาร์ที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ประกอบกับเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่าผู้บริหารวัดได้ระดมพระภิกษุและลูกศิษย์วัดพระธรรมกายหลายพันคน บุกเข้ามาแหวกกำแพงแนวกั้นของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณประตู 5 ประตู 6 เพื่อเพิ่มกำลังมวลชนเข้ามาอยู่ในวัด และประกาศไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าค้นวัดอีกต่อไป ย่อมแสดงว่าพระธัมมชโยขณะนี้ยังหลบอยู่ในเขตบริเวณ โซน A พื้นที่ 196 ไร่ของวัดพระธรรมกายแน่นอน” นายไพบูลย์กล่าว

ถ้าหนีไปแล้วต้องโชว์หลักฐาน

นายไพบูลย์เผยต่อว่า หากมีการแถลงข่าวจากทางวัดพระธรรมกาย หรือมีข่าวจากแหล่งอื่นว่า ในขณะนี้พระธัมมชโยหลบออกจากวัดไปอยู่ต่างประเทศแล้ว อยากให้แสดงหลักฐานยืนยัน เช่น ให้เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในประเทศนั้นๆ ไปพบพระธัมมชโย และถ่ายภาพคลิปวีดิโอมาแสดงต่อสื่อมวลชน จะเชื่อถือได้ว่าเป็นเรื่องจริง หากเป็นเพียงข้ออ้างลอยๆ หรือนำภาพถ่ายมีเฉพาะพระธัมมชโย เชื่อได้ว่าเป็นเพียงความพยายามสร้างกระแสเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 44 เท่านั้นเอง แต่จริงๆแล้วท่านยังอยู่ในวัดพระธรรมกายเช่นเดิม ท่านควรพิจารณามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ได้แล้ว เห็นแก่ความศรัทธาของพระลูกวัดและลูกศิษย์ของท่าน จะได้ไม่ควรต้องลำบากเหนื่อยยาก สุ่มเสียงต่อการตกเป็นผู้ต้องหาในฐานฝ่าฝืนกฎหมายต่อไป ล่าสุดมีชายคนหนึ่งถึงกับคิดสั้นจนต้องสูญเสียชีวิตไปอย่างไม่ควรจะเกิดขึ้น เห็นว่าพระธัมมชโยควรตัดสินใจมอบตัว จะได้มีโอกาสที่จะได้ประกันตัว และต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

“มาร์ค”เตือนใช้ ก.ม.ทั่วไปดีกว่า ม. 44

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การใช้มาตรา 44 อาจเป็นเงื่อนไขที่นำไปสู่การสร้างความขัดแย้งเพิ่มขึ้นในสังคม กรณีของวัดพระธรรมกาย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากการไม่เห็นด้วยในประเด็นที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทั้งที่สามารถใช้กฎหมายปกติดำเนินการได้ เช่นการใช้กฎหมายความมั่นคง เพราะปัญหาเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ หากผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ปัญหาทุกอย่างก็จะยุติ จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาการใช้มาตรา 44 ให้รัดกุมมากขึ้น

เหวงจี้เลิก ม.44 คุมวัดพระธรรมกาย

วันเดียวกัน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความอาลัยต่อการเสียสละต่อต้านเผด็จการของนายอนวัช ธนเจริญณัฐ อย่างสูง พร้อมขอเรียก้องให้ คสช. ยกเลิก ม.44 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ต่อไปอีก ทั้งนี้ นพ.เหวง ระบุว่าส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการ “อัตวินิบาตกรรม” มาตั้งแต่เหตุการณ์ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ แล้ว แต่ขอยกย่องเป็นวีรชนของประชาชนผู้พลีชีพต่อต้านรัฐประหาร เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย หาก คสช. ยังไม่ยกเลิกประกาศ ม.44 ไม่ได้ต้องการที่จะข่มขู่แต่อย่างใด และไม่ได้ปลุกระดมสร้างสถานการณ์ใดๆ แต่ขอเรียนไปยังคสช. ด้วยความจริงใจและห่วงใยต่อประเทศไทยที่บอบช้ำมามากเกินไปแล้วว่า เหตุการณ์เช่นนี้อาจจะลุกลามบานปลายไปเกินกว่าที่จะคาดคิดก็ได้

“สุวพันธุ์” วอนสังคมย้อนดูต้นเหตุ

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการตรวจค้นวัดพระธรรมกายว่า การดูแลพระสงฆ์ในเรื่องอาหาร การเข้าออกพื้นที่ ได้อำนวยความสะดวกจัดส่งอาหารและให้บิณฑบาตตามปกติ ไม่ใช่ปิดล้อมให้อดอาหาร จะแยกแยะเรื่องใดที่เกี่ยวกับกิจของสงฆ์จะมอบให้คณะสงฆ์ช่วยดูแล แต่ผู้ที่ปลุกระดมขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ จะต้องดำเนินการตามข้อกฎหมาย อยากให้สังคมดูสาเหตุความเป็นมาตั้งแต่ต้น เรื่องนี้เป็นคดีความมีผู้ต้องหา 5 คน ส่งฟ้องแล้ว 3 คน หลบหนีไป 2 คน 1 ในนั้นคือพระธัมมชโย ความเสียหายของสหกรณ์คลองจั่นกระทบต่อคน 50,000 คนที่เป็นสมาชิกต้องหมดเนื้อหมดตัวเมื่อถูกโกง ปัจจุบันศาลอนุมัติให้ทำแผนฟื้นฟู แต่การฟื้นฟูไม่ได้ราบรื่น คนเหล่านี้ยังเดือดร้อนสาหัสกับสิ่งที่เกิดขึ้น การมีข้ออ้างว่าได้นำเงินคืนไปแล้วถือว่าจบเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว คงไม่ถูกต้อง เพราะปฐมเหตุไม่ใช่แค่ตัวเงินที่อยู่ในบัญชี การร่วมมือให้เกิดการระดมเงินฝากในทางที่ผิด สร้างการรับรู้ให้หลงเชื่อ จนคนหมดเนื้อหมดตัว เป็นเรื่องที่ผิดยิ่งกว่า เมื่อต้องดำเนินคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผู้ถูกกล่าวหาก็ควรใช้สิทธิ์ต่อสู้คดีตามขั้นตอน กระบวนการ ไม่ใช่ขัดขืน ขัดขวาง ใช้ทุกวิธีที่จะไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ธรรมกายต้องทบทวนบทบาท

นายสุวพันธุ์กล่าวว่า สำหรับเรื่องชายสูงอายุที่เสียชีวิต ถือเป็นเรื่องน่าเศร้าสลด เสียใจ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณลุงด้วย ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสุดกำลังความสามารถ ไม่อยากให้เรื่องต้องจบลงแบบนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะเข้าไปช่วยเหลือครอบครัว รวมทั้งดูแลการจัดงานศพ ความจริงทุกฝ่ายสามารถป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงการสูญเสีย ฝ่ายรัฐได้ทำแล้วด้วยการปฏิบัติอย่างระมัดระวัง ไม่ยั่วยุ อดทน มีวินัย ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันนี้ ถึงเวลานี้ทางวัดพระธรรมกายควรทบทวนบทบาทในการต้องให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง

“นายกฯ” แจงใช้ ม.44 เพราะจำเป็น

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์กรณีพระและศิษย์วัดพระธรรมกาย กดดันให้ยกเลิก ม.44 ว่า ที่ผ่านมากฎหมายปกติใช้ไม่ได้ รัฐบาลจึงได้ตัดสินใจใช้ ม.44 หลายคนอาจมองว่าไม่ได้ผล แสดงว่า คสช. ไม่ได้รับการเชื่อถือหรือเอาไม่อยู่ แต่ความจริงแล้ว คสช.ต้องการให้สังคมได้เห็นว่านี่คือปัญหาร่วมกันของคนทั้งประเทศ ที่ใช้กฎหมายอะไรก็ยุติคนไม่ดี ไม่ได้ แล้ววันข้างหน้าเมื่อไม่มีมาตรา 44 ไม่มี คสช.จะอยู่กันอย่างไร ทุกคนจะยอมให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นต่อไปในอนาคตอีกหรือไม่ การใช้กฎหมู่ ไม่เคารพกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การที่ คสช.ใช้เพราะต้องการให้ทุกคนคิดพิจารณาว่า สิ่งใดถูก สิ่งใดผิด จะช่วยกันทำให้ประเทศมีความปลอดภัยอย่างไร จะได้ไม่ต้องมาหวังให้ทหารมาแก้ปัญหาที่ทุกคนไม่ช่วยกันแก้ โดยผลักภาระแล้วก็เล่นงานเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ตามกฎหมายแล้วต้องคดีเหมือนเช่นเหตุการณ์เมื่อปี 2553 นี่เป็นชะตากรรมที่คนไทยทุกคนต้องเลือกเอง ไม่มีใครช่วยได้ และต้องการบอกกับประชาชนทั้งประเทศให้ช่วยกันคิด ไม่ใช่เฉพาะกรณีธรรมกาย

แห่ชื่นชมยอมใจ “ลุงอนวัช ธนเจริญณัฐ” ผูกคอดับคาเสาโทรศัพท์ เหตุเรียกร้องให้ยกเลิก ม.44 ที่วัดพระธรรมกาย ส่วนศิษย์วัดขึงป้ายผ้าซัดรัฐบาลทหาร “ลุงตายเพราะ ม.44” พระสนิทวงศ์ ยกย่องใจ แต่ ระบุไม่ใช่วิธีการวัด ด้านลูกชายรับศพพ่อ 27 ก.พ. 2560 07:48 27 ก.พ. 2560 10:10 ไทยรัฐ