วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'อ๋อย’ จี้เลิก ม.44 คุม 'ธรรมกาย' หวั่นความรุนแรง เตือนอย่าทำแทน มส.

'อ๋อย’ จี้เลิก ม.44 คุม 'ธรรมกาย' หวั่นความรุนแรง เตือนอย่าทำแทน มส.

  • Share:

"จาตุรนต์" โพสต์แนะ คสช.บอกให้ชัดจะทำอะไร ปมบุก "ธรรมกาย" ห่วงสูญเสียเลือดเนื้อลุกลามบานปลาย ชี้ปมโต้เถียงในสังคม คนบอกผิดถูกคือ มส. จี้ยกเลิกใช้ ม.44 คุมพื้นที่วัด

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.60 นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีวัดพระธรรมกาย โดยมีเนื้อหาสรุปว่า การแสดงความคิดเห็นครั้งนี้ไม่ใช่ในฐานะผู้สนับสนุน หรือคัดค้านวัดพระธรรมกาย และไม่เกี่ยวกับพรรค เป็นความคิดเห็นส่วนตัว  เพราะสถานการณ์น่าเป็นห่วงขึ้นทุกขณะ ตนห่วงว่าจะเกิดความรุนแรงถึงขั้นสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิต คล้ายกับประชาชนทั่วไปและผู้มีอำนาจ เพียงแต่มองปัญหาอาจจะต่างกัน เหตุการณ์เริ่มจากเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องการตรวจค้นวัด เพื่อจับกุมพระธัมมชโย ซึ่งไม่น่าจะลุกลามบานปลาย แต่ที่กลายเป็นการเผชิญหน้าซึ่งน่าจะมาจากความพยายามที่จะกระชับพื้นที่ การออกหมายเรียกพระสงฆ์ 14 รูปมารายงานตัว การห้ามคนเข้าออกวัด เป็นเหตุจากขอบเขตการปฏิบัติการตามคำสั่ง คสช.ที่คลุมเครือ ความไม่ชัดเจนจนทำให้เกิดความหวาดระแวง

ทั้งนี้อยากจะเสนอว่า คสช.ควรประกาศให้ชัดว่า ต้องการทำอะไรแค่ไหนกับวัดพระธรรมกายกันแน่ ควรดำเนินคดีกับผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาเท่านั้น ไม่ควรเลยเถิดไปเป็นอย่างอื่น อีกปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดความรุนแรง คือ การใช้มาตรา 44 และกำลังทหารเข้าจัดการ เพราะมาตรา 44 เป็นกฎหมายที่มีที่มาที่ไปไม่ชอบตามหลักนิติธรรม ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุล เห็นว่าควรยกเลิกการใช้มาตรา 44 แล้วใช้มาตรการปกติให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถโต้แย้ง หรือร้องเรียนขอความเป็นธรรมได้ เจ้าหน้าที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

นายจาตุรนต์ ระบุต่อว่า การที่พระไม่สามารถทำกิจวัตรได้ตามปกติ คนไม่สามารถไปทำบุญหรือปฏิบัติธรรมได้อย่างไม่มีกำหนด ย่อมเป็นการละเมิดเสรีภาพในการนับถือศาสนา และถ้าดูจากการแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ ซึ่งมีหลากหลาย คนจะมีความเห็นต่างกันต่อวัดพระธรรมกายถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งที่ควรตั้งหลักให้ดี คือ ใครเป็นคนตัดสินว่าอะไรผิดอะไรถูก วัดพระธรรมกายยังเป็นวัดในสังกัดมหาเถรสมาคมอยู่ไม่ใช่หรือ หากมีประเด็นว่าวัดพระธรรมกายเป็นวัดในพุทธศาสนาหรือไม่ ผู้ที่จะบอกได้น่าจะเป็นมหาเถรสมาคม ซึ่งจะมีอำนาจ ถ้าจะถือว่าไม่ใช่ศาสนาพุทธ แต่เป็นศาสนาอื่นก็คงต้องให้กรมการศาสนามาพิจารณา ไม่ควรให้รัฐและเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตัดสินหรือจัดการ จะดำเนินการโดยหักหาญด้วยกำลังไม่ได้ แต่ถ้า คสช.เข้าไปจัดการกับวัดพระธรรมกายจนเลยเถิด อย่างที่มีคนเชียร์ให้ทำหรือที่มีคนห่วงใยกันอยู่ ย่อมทำให้เกิดเป็นความบาดหมางทางสังคมครั้งใหญ่ที่จะยากต่อการเยียวยาในอนาคต เมื่อมีการจัดการมากกว่าการจับผู้ต้องหาตามปกติทั่วไป

พร้อมระบุเรื่องนี้ก็กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งจากความแตกต่างทางความคิดความเชื่อและศรัทธา ความไม่ไว้ใจหรือความหวาดระแวงที่ศาสนิกชนหรือผู้นับถือศาสนาทั้งหลายจะมีต่อรัฐ จะไม่จำกัดวงอยู่แต่เพียงศาสนาพุทธเท่านั้น แต่จะขยายไปยังศาสนาอื่นๆ ได้อีกด้วย ในระยะยาวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและลึกซึ้งต่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย ซึ่งก็อ่อนแอและเปราะบางอยู่แล้วด้วย ขอให้ตั้งสติแล้วทบทวน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้