วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อยากเขียนสนุกๆล้อพระ นึกพล็อตได้แต่จบไม่ลง

โดย ซูม

ผมเคยเขียนเล่าไว้แล้วว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้น คอลัมน์นี้ได้รับมอบหมายให้ เขียนในสไตล์ล้อเลียนเหตุการณ์บ้านเมือง โดยให้หยิบข่าวใหญ่ๆ หรือเรื่องใหญ่ๆมาเขียนด้วยลีลาล้อเลียนแบบกวนๆให้คนอ่าน อ่านแล้วสนุก

อาจจะเป็นเพราะช่วงนั้นผมอายุแค่ 30 กว่าๆ กำลังหนุ่มแน่น อารมณ์คึกคะนอง ก็เลยเขียนล้อเลียนได้แทบทุกวัน

เรื่องล้อเลียนที่ดังที่สุดเรื่องหนึ่งที่ผมจำได้คือ การเขียนล้อการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ที่ดูเหมือนว่ายิ่งพัฒนาคนไทยยิ่งจนลง

ช่วงนั้นมีการแถลงข่าวว่าการทำนาของชาวนาไทยก้าวหน้ามากสามารถทำนาได้ถึงปีละ 2 ครั้ง และบางแห่งอย่างแถวๆเขตชลประทาน ภาคกลางทำได้ถึงปีละ 3 ครั้งด้วยซ้ำ

ผมก็เอามาล้อว่าแค่ทำนาปีละ 3 ครั้งก็เอามาคุย รู้ไหมเดี๋ยวนี้ลูกสาว เกษตรกรเขาทำนาได้วันละ 3 ครั้งด้วยซ้ำ มาทำแถวๆโรงแรมที่บางลำภูบ้าง แถวๆวิสุทธิกษัตริย์บ้าง

บางรายทำได้ถึงวันละ 8 ครั้ง และถ้าเป็นเทศกาลตรุษจีน เคยมีลูกสาวชาวนาคนหนึ่งทำได้ถึง 22 ครั้งภายในวันชิวอิ้ดวันเดียว

แต่ไม่ใช่นาแปลงใหญ่แบบนาของพ่อแม่เธอนะครับ กลายเป็น “นาแปลงน้อย” ผืนนาเล็กๆที่เธอมีติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดนั่นเอง

แล้วผมก็ตบท้ายว่าคุยไปได้ว่าพัฒนาเกษตรได้ดีอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ลูกสาวเกษตรกรยังต้องหนีความจนมาขายนาแปลงน้อยกันอยู่เลย

มีคนแปลเป็นภาษาอังกฤษไปลงใน “บางกอกเวิลด์” ด้วยนะครับ มีรายงานด้วยว่าฝรั่งอ่านแล้วเฮฮาชอบใจยกใหญ่

ทำให้คำว่า “นาแปลงน้อย” ฮิตอยู่พักหนึ่ง

ต่อมาคงเป็นเพราะอายุมากขึ้น ตำแหน่งหน้าที่การงานสูงขึ้น จะมาเขียนตลก คะนองอะไรมากนักดูจะไม่เหมาะสม

ผมก็เลยเปลี่ยนแนวมาเป็นการเขียนแบบให้ข้อคิดเห็น ให้ข้อมูล ให้ ความรู้อย่างทุกวันนี้ เพียงแต่ยังใช้ลีลาการเขียนแบบเบาๆเหมือนเดิมเท่านั้น

ต้องยอมรับว่าระยะหลังๆ ผมเขียนล้อเลียนไม่ออกเลยจริงๆครับ...ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เป็นข่าวครึกโครมหน้า 1 ในขณะนี้ เกี่ยวกับพระต่างๆ ถ้าเป็นยุคก่อน ผมคงล้อได้อย่างสนุกมาก แต่ยุคนี้พยายามแล้วพยายามอีก ปรากฏว่าไปไม่รอด

พอจะนึกพล็อตได้ว่าควรเขียนอย่างไร แต่ไม่สามารถจะลงมือเขียนได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวเสียที

อย่างเช่นผมนึกพล็อตไว้ว่า ที่ท่าพระจันทร์วันนี้มีแผงพระอยู่ 2 แผงตั้งอยู่คู่กัน แผงหนึ่งขายพระเครื่องชุด “ธัมมชโยออกศึก” (นามสมมติ) รุ่น “ฝ่าด่าน ม.44” ปรากฏว่าแฟนพระมามุงกันแน่น ขอเช่ากันเสียงขรม ตั้งราคาเท่าไรก็สู้

เหตุเพราะเป็นพระเครื่องที่มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์สูงมาก แขวนคอแล้วล่องหนหายตัวได้อย่างอัศจรรย์ ขนาด ม.44 ยังหาตัวไม่เจอ

คนไทยโดยเฉพาะชายไทยนิยมวิชา “ล่องหน” เพราะสามารถนำมาใช้ช่วยชาติในยามคับขันได้ คือช่วยให้เราหายตัวไปในแดนข้าศึกไปล้วงความลับหรือไปก่อวินาศกรรมข้าศึกได้

จึงมาแย่งกันเช่ายกใหญ่ เพื่อจะเอาไปใช้ในปฏิบัติการเพื่อชาติต่อไป

ในขณะที่แผงพระเครื่องข้างๆกันที่เคยขายดี คนแห่ไปเช่ามากมายเมื่อปีกลาย มาถึงวันนี้กลับเงียบเหงาไม่มีลูกค้าเลย

ปรากฏว่าเป็นแผงให้เช่าผ้ายันต์ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” หรือ “เลสเตอร์ ซิตี้” โดยการปลุกเสกของเจ้าคุณธงชัย (นามสมมติเช่นกันครับ)

ปีที่แล้วทีมจิ้งจอกซึ่งมีอัตราต่อรอง 5,000-1 สามารถพลิกล็อกคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้ และร่ำลือกันว่าเป็นเพราะธงซึ่งมียันต์ของเจ้าคุณธงชัยนี่แหละ

ทำให้คนไทยที่อยากได้ชัยชนะในทุกๆด้าน ไม่ว่าการงานหรือการประกอบอาชีพต่างก็มาเข้าคิวเช่ายันต์สีน้ำเงินของท่านเจ้าคุณธงชัย

แต่มาปีนี้ ทีมเลสเตอร์ร่วงหล่นมาอยู่อันดับ 17 ของตาราง อีกอันดับเดียวจะเข้าสู่โซนตกชั้น และเมื่อ 2 วันนี่เอง เจ้าของทีมเลสเตอร์ก็สั่งปลดโค้ช เคลาดิโอ รานิเอรี คนที่นำลูกทีมรับน้ำมนต์และยันต์เมื่อปีกลายไปเรียบร้อย

จะไม่ให้แผงเช่าธงและผ้ายันต์ของท่านเจ้าคุณอยู่ในสภาพหงอยเหงาได้อย่างไรล่ะ

ผมนึกพล็อตได้เพียงเท่านี้ พยายามจะเขียนให้จบเรื่อง แต่ก็เขียนไม่ออก ก็เลยทำได้แค่หยิบพล็อตมาเล่าสู่กันอ่านเพื่อยืนยันว่ายุคนี้ผมหมดน้ำยาที่จะเขียนล้ออะไรได้อีกแล้วจริงๆ.

“ซูม”

26 ก.พ. 2560 12:49 26 ก.พ. 2560 12:49 ไทยรัฐ