วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่ให้ประกัน แก๊งยา 'รตอ.' น.1เตือนนายตร.อย่าให้ลูกน้องจูง

คุมแก๊งตำรวจอมยาบ้า-ไอซ์ของกลาง ปล่อยขายเอง ฝากขังศาล ผบช.น.สั่งคัดค้านประกันตัว และกำชับสำนวนคดีต้องแน่น และจัดชุดสืบสวน บก.น.7 ไล่ล่ารอง สว.ที่หลบหนี พร้อมให้ทุก สน.ตรวจค้นล็อกเกอร์ตำรวจโรงพักไม่ให้ซุกซ่อนของผิดกฎหมาย เตือนนายตำรวจ “อย่าให้ลูกน้องจูงจมูก”

กรณีชุดสืบสวน บก.น.7 ย้อนรอยรวบตัว 6 นายตำรวจชั้นประทวน อดีตชุดจู่โจม สน.บวรมงคล ที่ตั้งตัวเป็นแก๊งตบทรัพย์และค้ายาเสพติดของกลาง หลังถูกจับกุมคาโรงพักพร้อมของกลางยาบ้า-ไอซ์ ซุกซ่อนอยู่ในล็อกเกอร์จำนวนมาก ผบช.น. มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนและจัดชุดล่าตัวรอง สว.ร่วมแก๊งอีกคนที่หลบหนี ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 ก.พ. ที่ บช.น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหารับสารภาพว่าเพิ่งทำเป็นครั้งแรก แต่ไม่เชื่อเพราะไปเจอกัญชา ไอซ์ และยาเค พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับพวกที่เป็นตำรวจนอกแถว ได้ย้ำว่าอย่าเอาพวกนอกแถวที่เป็นคนส่วนน้อยมาทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย พวกนี้ต้องกำจัดออกไป ถึงได้ย้ำอยู่เสมอว่าทำดี ทำได้ ทำทันที มันไม่พอ ต้องมีสมาธิด้วย เมื่อวานนี้ได้สอนผู้ใต้บังคับบัญชาว่า เราเป็นตำรวจอย่าปล่อยให้ลูกน้องมาจูงจมูก ต้องนิ่ง ต้องมีสติ มีสมาธิ ได้ย้ำเรื่องสำนวนการสอบสวนต้องทำให้แน่นหนา ไม่ปกป้อง ที่คัดค้านการประกันผู้ต้องหาไม่ได้กลัวว่าจะมาวุ่นวายกับพยานหลักฐาน แต่เป็นเพราะตำรวจเอง ทำเรื่องไม่ดี ได้สั่งการให้ตรวจสอบล็อกเกอร์ตามโรงพักทั่วนครบาล เพื่อไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเก็บสิ่งของผิดกฎหมายไว้ และไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า พยานหลักฐานนอกจากคำซัดทอดของผู้ต้องหา 2 คนที่เป็นพลเรือนยังมีพยานหลักฐานอื่นๆ อีก ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนไปร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีแรกในข้อหาตามมาตรา 149 เป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ และมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และคดีที่ 2ให้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิด มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

ผบช.น.กล่าวต่อว่า ความจริงเขาทำดี ไปล่อซื้อได้ยามาแล้วแทนที่จะจับส่ง มีสินบนนำจับให้อยู่แล้ว เม็ดละ 5 บาท แต่คงไปถูกตัวเงินล่อตาล่อใจ ทำให้คนมันเสื่อม ต้องกราบขออภัยจริงๆ ที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ประชาชนไม่ต้องกังวล ตำรวจนครบาลส่วนใหญ่ยังยืนยันที่จะทำงานปกป้องคุ้มครองรักษาความปลอดภัย ความมั่นคงของชีวิตทรัพย์สินประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ผลงานที่ออกมาไม่ใช่ทำคนเดียว เพียงแต่ช่วยขับเคลื่อนและให้กำลังใจ ทุกวันนี้ก็ทำงานกันด้วยจิตใจ และมีบางคนพูดกันเล่นๆว่าลูกน้องค้ายาบ้าต่อไปต้องขออนุญาต

ผู้กำกับหรือไม่ ขอบอกไปว่าในฐานะที่เป็นหัวหน้า ถ้าท่านปล่อยปละละเลยไม่เอาใจใส่ ไม่ลงไปขับเคลื่อน ต้องรับผิดชอบ เพราะเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นผลประโยชน์ของชาติ ถ้าปล่อยให้ยาเสพติดระบาดไปมันทำลายเศรษฐกิจของชาติ ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา ส่วนผู้ต้องหาอีกราย คือ ร.ต.ท.วีระพล คำดี ยังไม่มีการติดต่อขอเข้ามอบตัว ได้สั่งให้ ผบก.น.7 ประสานงานและเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้ อย่างไรก็หนีไม่พ้นและจะต้องถูกจับตัวมาดำเนินคดี

สายวันเดียวกัน ร.ต.อ.นิคม พรมโคตร รอง สว. (สอบสวน) สน.บางขุนนนท์ ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.7 นำตัว ร.ต.อ.สุพัฒน์ ประจงหัตถ์ หรือ “ผู้กองเบนซ์” อายุ 28 ปี ร.ต.อ.นิติธร พลบุญ อายุ 39 ปี ด.ต.ปริญญา จิตต์หาญ อายุ 50 ปี จ.ส.ต.ภูณัช เนตรสว่าง อายุ 33 ปี และ ส.ต.ต.เรืองยศ สามบุญเรือง อายุ 27 ปี ทั้งหมดเป็นอดีตตำรวจชุดจู่โจม สน.บวรมงคล ที่ถูก พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ที่ถูกฝ่ายสืบสวน บก.น.7 จับกุมตัว ได้พร้อมยาเสพติดจำนวนมากในล็อกเกอร์ สน.บวรมงคล ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน โดยผู้ต้องหาทั้ง 5 คนถูกนำตัวออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหาด้วยการนำผ้าขนหนูคลุมศีรษะปิดบังใบหน้าเดินต่อแถวกันขึ้นรถตู้ สน.บางขุนนนท์ ทะเบียน ฮภ 2268 กรุงเทพมหานคร เดินทางออกจากโรงพักมุ่งหน้าไปยังศาลจังหวัดตลิ่งชัน โดยศาลจังหวัดตลิ่งชันไม่ให้ประกันตัว นำตัวผู้ต้องหาไปคุมตัวไว้ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี

ส่วนความคืบหน้าการติดตามจับกุมตัว ร.ต.ท.วีระพล คำดี อายุ 42 ปี ที่ถูกออกหมายจับและยังหลบหนี พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.7 กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อเข้ามามอบตัว เบื้องต้นทราบว่า ร.ต.ท.วีระพลไปต่างจังหวัด และ ยังไม่มีใครสามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาที่ถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันในวันนี้จะถูกแนบเรื่องขอคัดค้านการประกันด้วย เนื่องจาก พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กำชับไว้ให้ดำเนินการอย่างถึงที่สุด

คุมแก๊งตำรวจอมยาบ้า-ไอซ์ของกลาง ปล่อยขายเอง ฝากขังศาล ผบช.น.สั่งคัดค้านประกันตัว และกำชับสำนวนคดีต้องแน่น และจัดชุดสืบสวน บก.น.7 ไล่ล่ารอง สว.ที่หลบหนี พร้อมให้ทุก สน.ตรวจค้นล็อกเกอร์ตำรวจโรงพักไม่ให้ซุกซ่อนของผิดกฎหมาย 26 ก.พ. 2560 01:18 ไทยรัฐ