วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร้องป.ป.ช.สอบ พรเพชร-7สนช.

วีระซัดทำหลักฐานช่วย ‘ปู่พิชัย’ แนะปธ.ไขก๊อก

ปม 7 สนช.โดดร่ม “ศรีสุวรรณ” ไม่ให้เครดิต สนช.สอบกันเอง เตรียมยื่น ป.ป.ช.เช็กบิล “พรเพชร-วรารัตน์” ติดร่างแหข้อหาอุ้ม ลาบ่อยไม่เรียกตักเตือน ข้องใจสถิติขาดลงมติรอบ 90 วัน 2 ช่วงไม่ใช่ทั้งปี “ปู่พิชัย” ออกโรง ปธ.สนช.โชว์สปิริตไขก๊อกเพื่อศักดิ์ศรี “นิพิฏฐ์” เหน็บเจ็บยุคปฏิรูปอย่าทำให้เป็น 2 มาตรฐาน ย้ำหลังเลือกตั้งห้ามเรียกร้องนักการเมืองทำในสิ่งที่ สนช.ยุคปฏิรูปไม่ได้ทำ “นิคม” หวั่นขาดประชุมบ่อยปล่อยไว้กระทบ “บิ๊กตู่” แน่ “วีระ” แอ่นอกแฉพิรุธประวิงเวลาอุ๊บอิ๊บสร้างหลักฐานช่วยพ้นผิด “พีระศักดิ์” เกทับข้อมูลราชการถูกต้องกว่า “ไอลอว์” เล็งปรับวันประชุมกฎหมายรองรับ สนช.สวมหมวก 2 ใบ ผบ.ทบ.สั่งกอ.รมน.จังหวัดจัดเวทีปรองดอง “บิ๊กจิ๋ว” ฝาก คสช.ใช้การเมืองนำทหาร ขณะที่ “อดีตนายกฯ หญิง” นำทีมไหว้พระขอพรพระพุทธชินราช-พระสมเด็จพระนางพญาเรือนแก้ว ที่ จ.พิษณุโลก

แม้ว่าคณะกรรมการจริยธรรม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะมีมติตั้งคณะอนุกรรมการแสวงหาพยานหลักฐานตรวจสอบการขาดลงมติการ ประชุมของสมาชิก สนช. 7 คน สอบภายใน 30 วัน และนางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา ได้นำสถิติการเข้าประชุมและการลาในรอบปี 59 ของ สนช.7 คน ออกมาแถลงยืนยันเป็นไปอย่างถูกแล้วก็ตาม แต่ยังมีข้อสังเกตเป็นที่เคลือบแคลงเพราะไม่ใช่สถิติในวงรอบ 90 วันตามข้อบังคับที่ 82 ต่างกับข้อมูลของผลสำรวจในโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์)

“ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช.สอบยันคนอุ้ม

เมื่อวันที่ 25 ก.พ.นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยืนยัน 7 สนช.ที่มีปัญหาเรื่องการลงมติในที่ประชุม สนช.ไม่ครบและยังมีสถานภาพการเป็น สนช.ถูกต้องเพราะมีการยื่นใบลาอย่างถูกต้องว่า สิ่งที่ สนช.ตรวจสอบมาไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้นในสัปดาห์หน้าจะไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ สนช.ทั้ง 7 คน เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่เพราะไม่ร่วมประชุมลงมติในที่ประชุม สนช. รวมทั้งให้ตรวจสอบนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.และนางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา เนื่องจากเชื่อว่าดำเนินการช่วยเหลือ 7 สนช.เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ประธาน สนช.จะอนุญาตให้ลาโดยไม่มีข้อจำกัด และไม่เรียกมาตักเตือน พิจารณาพฤติการณ์แล้วเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ รับเงินเดือนเป็นแสนบาทแต่ไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่โดยที่ประธาน สนช.คอยเอื้อต้องมีความผิดตามไปด้วย

เฉ่ง สนช.ไร้เครดิตลูบหน้าปะจมูก

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า นอกจากนี้จะไปยื่นเรื่องต่อเลขาธิการวุฒิสภาให้เปิดเผยบันทึกการเข้าประชุมและใบลาลงมติของ 7 สนช.ว่าลาถูกต้องหรือไม่ มีสาเหตุการลามีลายเซ็นประธาน สนช.กำกับจริงหรือไม่ ตนยืนยันว่าข้อมูลที่ไอลอว์เปิดเผยถูกต้องแล้ว เพราะระบุว่าเป็นการลาลงมติในช่วง 90 วัน ไม่ใช่การลาประชุม อยากให้องค์กรอิสระอื่นทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้แทน สนช. ถ้าให้ สนช.ตรวจสอบกันเองจะลูบหน้าปะจมูก สังคมไม่เชื่อถือ อยากให้ประธาน สนช.นำบทเรียนครั้งนี้ไปแก้ข้อบังคับประชุม สนช.เรื่องการลาว่า ควรมีข้อจำกัดว่าสามารถลาได้กี่ครั้ง ไม่ใช่ลาได้ไม่จำกัด ถ้าเป็นบริษัทเอกชนลาเกิน 3 วัน ก็ถูกเรียกตัวมาพบแล้ว แต่กรณีดังกล่าวไปดูในจำนวนการลงมติทั้งหมดของ สนช.ในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย.59 มี 203 ครั้ง สนช.บางคนกลับลงมติ 0 ครั้ง เท่ากับว่า ไม่ได้เข้าประชุมในช่วงนั้นเลยเหตุใดจึงไม่มีการเรียกมาตักเตือน

ข้องใจสถิติโดดร่ม 2 ช่วงไม่ใช่ทั้งปี

นายศรีสุวรรณกล่าวด้วยว่า การออกมาเปิดเผยสถิติการลงมติทั้งปีนั้นไม่ใช่เรื่องที่ตนติดใจ แต่ติดใจข้อมูลของไอลอว์ที่ตนได้ยื่นตรวจสอบไป 2 ช่วง ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. และ 1 เม.ย.-29 มิ.ย. เพราะตามข้อบังคับการประชุม ระบุถ้าสมาชิกลงมติไม่ถึง 1 ใน 3 ในเวลา 90 วันจะขาดความเป็นสมาชิก สนช.ต้องไปตรวจสอบตรงนั้น แล้วการออกมาบอกว่ามีการลาอย่างถูกต้อง ประธาน สนช.ไม่ติดใจเลยหรือกับการที่สมาชิกลาประชุมบ่อยครั้งขัดกับเจตนารมณ์หัวหน้า คสช.ที่ต้องการให้เสียสละกันมาทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง การไม่ร่วมประชุมเช่นนี้ ประชาชนเจ้าของเงินภาษีที่ต้องจ่ายเงินเดือน เดือนละเป็นแสนบาทจะรู้สึกอย่างไร

“ปู่พิชัย” แนะ “พรเพชร” ไขก๊อก

นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานรัฐสภา กล่าวถึงการลาประชุมของ 7 สมาชิก สนช.จนขาดการลงมติเกิน 1 ใน 3 ตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 9 (5) กำหนดไว้ ว่า ที่ผ่านมาสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติตามระบอบประชาธิปไตยไม่เคยกำหนดกฎเกณฑ์ในลักษณะนี้ไว้ แต่ คสช.ต้องการแสดงให้เห็นว่าบุคคลที่ถูกแต่งตั้งเป็น สนช.ส่วนใหญ่เป็นทหารจะทำงานได้อย่างดีมีระเบียบวินัย จึงวางกฎนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ จากประสบการณ์เป็นนักการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อมีข้อครหาทางการเมืองเกิดขึ้นจะมีการแสดงความรับผิดชอบ อย่างตนก็เคยลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯ ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นเรื่องสปิริตทางการเมือง ถ้าตนเป็นประธาน สนช.ตอนนี้จะขอลาออก ในเมื่อมีการปล่อยให้สมาชิกทำผิดรัฐธรรมนูญ แม้จะขาดการลงมติเท่าใดก็ได้หากยื่นใบลาแต่ผู้ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติออกกฎหมายไปบังคับใช้ในสังคมต้องมีความรับผิดชอบยึดหลักการตามรัฐธรรมนูญดีกว่าทำหน้าที่ต่อไปภายใต้อาณัติของผู้มีอำนาจแต่ไร้ศักดิ์ศรี ประธาน สนช.เป็นถึงอดีตผู้พิพากษาน่าจะทราบดีและเหตุการณ์นี้จะช่วยทำให้เห็นว่าระบอบประชาธิปไตยที่ให้ประชาชนเลือกคนเข้ามาทำหน้าที่ในสภาแม้จะมีความขัดแย้งแต่มันก็ยังตรวจสอบได้

“นิพิฏฐ์” เหน็บมาตรฐานยุคปฏิรูป

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเลขาธิการวุฒิสภา นำสถิติการลงมติและการลาของ 7 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออกมาแถลงยืนยันเป็นการลาที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ไม่ขาดสมาชิกภาพว่า ยุคนี้เป็นยุคปฏิรูปที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรในบ้าน เมือง รัฐบาล คสช.เข้ามาเพื่อการปฏิรูป คือทำให้ดีขึ้นจึงต้องเป็นตัวอย่างให้ประชาชนในหลายเรื่องที่ดีตามหลักของสังคมทั่วไปที่จะยึดหลักคือ เราไม่มีสิทธิเรียกร้องให้คนอื่นทำในสิ่งที่เราก็ไม่ได้ทำ ดังนั้นเมื่อบอกเองว่าเป็นยุคปฏิรูป หลังการเลือกตั้งครั้งหน้าก็หวังว่าจะไม่มีใครเรียกร้องนักการเมืองจากการเลือกตั้งให้ทำในสิ่งที่ สนช.ยุคนี้ก็ไม่ได้ทำเพราะถ้าเรียกร้องให้ทำจะเป็นเรื่อง 2 มาตรฐานไปทันที เช่น รัฐมนตรีในยุคเลือกตั้งหลังจากนี้ต่อไปน่าจะรับเงินเดือน 2 ทางได้ เป็นทั้งรัฐมนตรีและเป็น ส.ส.ด้วยเพราะมีตัวอย่างของยุคปฏิรูปทำเป็นมาตรฐานไว้แล้ว รวมถึงกรณีต่อจากนี้ไปถ้า ส.ส.ขาดการประชุมสภาฯ บ่อยครั้ง หรือไม่ลงมติการประชุมก็หวังว่าจะไม่มีคนเอาเรื่องนี้ไปด่าหรือต่อว่าผู้ที่มาจากการเลือกตั้งต่อไปอีก

แฉกลเม็ดซิกแซ็กให้ลูกน้องยื่นใบลา

นายนิพิฎฐ์ กล่าวว่า “เพราะวิธีการที่เขาใช้ทำกันคือ เขาจะถือใบลาการประชุมไว้คนละปึก ฉะนั้นเมื่อถึงวันประชุมเขาจะให้ผู้ช่วย หรือคนในทีมไปยื่นใบลา ดังนั้นจึงไม่มีใครขาดจากสมาชิกภาพแม้แต่คนเดียว เพราะทีมงานหรือคนขับรถจะมีหน้าที่ถือใบลาที่สมาชิกเซ็นลอยไว้ล่วงหน้าแล้ว ถ้านายไม่ได้ไปวันไหนก็ยื่นใบลาวันนั้น ไม่ต้องลงมติก็ไม่ถือว่าขาดจากสมาชิกภาพของสภานั้นเพราะเขาปฏิรูปให้เราดูแล้ว เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็น เรามาทีหลังจากการปฏิรูปครั้งนี้แล้วก็ควรทำตามได้”

“นิคม” หวั่นโดนครหากระทบ “บิ๊กตู่”

นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวว่า สภานี้ตนไม่รู้จะพูดแบบไหนใช้คำจำกัดความใด เป็นอัตตา ของกู ตัวกู ทำอย่างไรก็ได้ ถ้าออกลูกนี้ คิดว่าต้องถึงมือผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นผู้สอบจะดีกว่า ถ้าให้ สนช.ตั้งทีมงานมาสอบกันเองจะไม่เหมาะไม่สมศักดิ์ศรีข้าราชการ อย่าง สนช.อาจมีข้อครหาว่า เสือย่อมไม่กินเนื้อเสือด้วยกัน ส่วนสถิติการลงมติที่นำมาเปิดเผยเป็นวงรอบ 1 ปีต่างจากของไอลอว์ที่เปิดเผยสถิติตามข้อบังคับ สนช.ข้อที่ 82 ทำให้ผลการนับจำนวนการลาประชุมออกมาไม่ตรงกัน ถามว่าชี้แจงแบบนี้ฟังขึ้นไหมต้องให้สังคมเทียบเคียงค่าเฉลี่ยดูเอาเองว่าใครมีเจตนาอย่างไร แต่ตนว่าเป็นผลร้ายยิ่งแฉให้สังคมเห็นว่าการลงมติพันกว่าครั้งลงคะแนนไม่ถึงครึ่งกลับไม่ผิดถ้าส่งใบลาครบ ลงมติน้อยขนาดนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นหากปล่อยเอาไว้จะมีความเสียหายถึงผู้ที่แต่งตั้งเข้าไปนั่งในสภา ความจริงน่าจะผิดจริยธรรมด้วย คือการปฏิบัติหน้าที่ต้องสื่อสัตย์สุจริต ทุ่มเทแรงกาย อย่างนี้จงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่แม้อ้างงานเยอะก็จริง แต่คงไม่เยอะเสมอไป

ชี้พิรุธประวิงเวลาอุบอิบทำใบลา

นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน กล่าวถึงกรณีนางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสนช. ออกมาชี้แจงสถิติการลาลงมติ สนช.7 คนว่า ทำไมไม่เปิดให้รู้ตั้งแต่ต้นที่ไอลอว์ออกมาแฉ อย่างนี้ไม่มีใครเชื่อถือ ตั้งแต่ที่เป็นข่าวทำไมเงียบ คุณไปทำให้สังคมอาจเข้าใจว่าไปเตรียมหลักฐานมาแก้ต่างหรือเปล่า ทำไมไม่ให้หลักฐานการลาทันที ถ้ามีใบลาจริงๆพอปล่อยเวลาเสร็จแล้วกลับมาบอกว่าข้อมูลไม่ตรงกัน ทำไมหาข้อมูลนานขนาดนั้น ถ้าเป็นตนมีหลักฐานครบไม่เห็นต้องรอ เคยมีปรากฏมานับไม่ถ้วนกรณีหน่วยงานรัฐที่ขอให้มีการแสดงหลักฐานต่างๆปรากฏว่า มีการไปแก้ไขเอกสารเพื่อจะช่วยเหลือกัน ตนไม่ได้กล่าวหาลอยๆ ขอตั้งข้อสังเกตในวันที่ถูกแฉ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ออกมาอุ้มทันทีโต้ทันควันว่าไม่มีการกระทำความผิด แต่ดันไม่ยอมโชว์ใบลาอย่างนี้เห็นแล้วว่าปกป้องกันเอง วันนี้สังคมไม่เชื่อแล้ว และควรแก้ไขข้อบังคับการประชุมไปเลยว่าหนึ่งสมัยประชุม สนช.ต้องเข้าประชุมอย่างน้อย 90 เปอร์เซ็นต์ มาลงมติไม่ถึง 1 ใน 3 ให้ความหลุดเป็นสมาชิกภาพไม่ต้องมีคำว่า “แต่” ส่งใบลาครบลาตามจำนวนได้ เรื่องนี้เสียหายงบประมาณแผ่นดิน ถ้าไม่มีเวลาไม่ต้องทำ ตอนเชิญมาเป็น สนช.ไม่ได้อาปืนไปจี้ยังมีคนอื่นอีกมากที่มีเวลาทำ

เปรียบเป็นบริษัทตะเพิดออกไปแล้ว

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการพิจารณาคำร้องตรวจสอบการขาดลงมติการประชุม 7 สนช.มีมติตั้งคณะอนุกรรมการแสวงหาหลักฐานในเรื่องดังกล่าวว่า หากเทียบเคียงสมาชิก สนช.เป็นพนักงานในบริษัทแห่งหนึ่งมีเรื่องออกมาเช่นนี้คงถูกไล่ออกไปแล้ว กรณีนี้ยิ่งเป็นการทำงานสำคัญของบ้านเมืองกินเงินภาษีของประชาชนแต่ไม่ทำหน้าที่จนต้องมีการตรวจสอบต่อให้คิดว่าด้วยระเบียบต่างๆยังไม่ขาดความเป็นสมาชิกภาพ ด้วยความรับผิดชอบตามหลักธรรมาภิบาลหากเห็นว่ามีภาระอื่นที่สำคัญกว่าการหน้าที่ สนช.น่าจะพิจารณาตัวเองได้แล้วไม่ต้องให้ใครมาบอก เรื่องนี้สังคมจับตามองอยู่ถ้าให้โหวตในฐานะเจ้าของบริษัท 7 สนช.คงโดนโหวตออกไปแล้ว

“พีระศักดิ์” โอ่ข้อมูล สนช.น่าเชื่อกว่า

ที่อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนห้องสอนศึกษาในพระอุปถัมภ์ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการเปิดเผยข้อมูลตัวเลขการลงมติของ 7 สนช.ไม่ตรงกับข้อมูลไอลอว์ว่า ข้อมูลการลงมติไม่ใช่ความลับ เป็นข้อมูลเปิดเผยเข้าไปดูได้ ไม่ต้องมาเถียงกันเรื่องตัวเลข เพราะตัวเลขราชการน่าจะถูกต้องกว่า สิ่งที่เลขาธิการวุฒิสภาแถลงอาจเป็นภาพรวมทั้งปี แต่ไม่ใช่การโต้แย้งไอลอว์เพราะมีสื่อกล่าวหาประธานสนช.อนุมัติให้สมาชิกสนช.ลา 300 กว่าครั้ง จากการประชุม 400 ครั้ง เมื่อถามว่า แม้ 7 สนช.จะยื่นใบลาถูกต้องอาจไม่เหมาะสมที่ลาจำนวนมาก นายพีระศักดิ์ตอบว่า ต้องฟังเหตุผลดูภารกิจแต่ละคนว่า เหตุใดไม่มาลงมติ การประชุมบางวันอาจไม่มีการลงมติเลย บางวันประชุม 2 ชั่วโมงมีการลงมติ 50-60 ครั้ง ขณะนี้กำลังหาเหตุผลชี้แจงให้สังคมทราบ หากเห็นว่าไม่เหมาะสมจะเสนอให้สภาฯมีมติว่าผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่

ปรับแผนเอื้อ สนช.สวมหมวก 2 ใบ

นายพีระศักดิ์กล่าวว่า หลังจากนี้จะทำความเข้าใจกับ สนช.ทุกคน จะพยายามไม่ให้มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก แม้จะมีภารกิจเพียงใดขอให้บริหารจัดการ ทางสภาจะอำนวยความสะดวกให้ สนช.อาจนำกฎหมายไปรวมกันในวันพฤหัสฯ ส่วนกระทู้หรือรายงานของหน่วยงานต่างๆเป็นวันศุกร์ สนช.จะทำงาน 2 หน้าที่ได้อย่างสบายใจ เมื่อถามว่า การที่ สนช.สวมหมวกหลายใบ ทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงานหรือไม่ นายพีระศักดิ์ตอบว่า สถานการณ์ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ การแต่งตั้งหัวหน้าส่วนราชการเป็นสนช.เพื่อให้การทำงานแต่ละเรื่องที่เกี่ยวกับหน่วยราชการนั้นๆทำได้อย่างรวดเร็วเป็นการสื่อสารโดยตรงกับหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา อย่างการตั้ง ผอ.สำนักงบประมาณเป็น สนช.จะได้มาช่วยทำงบประมาณให้ได้เร็วขึ้น เชื่อว่าเป็นเจตนารมณ์ของ คสช.

หัวหน้าทีมสอบอ้อมแอ้มแค่มือชง

ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร สมาชิกสนช.ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการแสวงหาพยานหลักฐานตรวจสอบการขาดลงมติการประชุมของสมาชิก สนช. 7 คน กล่าวถึงแนวทางการทำงานของคณะอนุกรรมการฯว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดว่า คณะอนุกรรมการฯมีกรอบอำนาจการทำงานมากน้อยเพียงใด สามารถเรียกสมาชิก สนช. 7 คนมาให้ข้อมูลได้หรือไม่ ต้องดูคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการก่อน คาดว่าจะประชุมนัดแรกได้ในสัปดาห์หน้าเพื่อดูกรอบการทำงานของคณะอนุกรรมการฯ แต่เบื้องต้นคาดว่า คงมีหน้าที่แค่การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการลงมติและการประชุมของ สนช.เพื่อส่งข้อมูลให้นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.เท่านั้น คงไม่มีอำนาจถึงขั้นชี้ขาดเรื่องสมาชิกภาพการเป็น สนช.

ผบ.ทบ.สั่ง กอ.รมน.จัดเวทีปรองดอง

อีกเรื่อง วันเดียวกัน พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะรอง ผอ.รมน. ได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ดำเนินการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในระดับพื้นที่ โดยระดับจังหวัด ผวจ.ในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด เป็นเจ้าภาพหลัก เชิญบุคคลด้านต่างๆในพื้นที่ ได้แก่ กลุ่มการเมืองท้องถิ่น นักวิชาการ กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม (CSOs) กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) กลุ่มสื่อมวลชน กลุ่มนักธุรกิจ กลุ่มองค์กรวิชาชีพต่างๆ รวมไปถึงกลุ่มคนในท้องถิ่นที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการของรัฐ เป็นต้น การดำเนินการของ กอ.รมน.จังหวัดเป็นไปตามกรอบการทำงานของคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง และรวบรวมรายงานให้ กอ.รมน.ทราบตามสายงานบังคับบัญชาเพื่อนำเสนอให้คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองภายในเดือน มี.ค.นี้

เชื่อทีมกุนซือ ป.ย.ป.มาถูกที่ถูกเวลา

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงภาพรวมการแต่งตั้ง 39 ผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ (ป.ย.ป.) ว่า มีความหลากหลายมาจากทุกภาคส่วน ทำให้เริ่มเห็นความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆว่าโอกาสเดินไปสู่ความปรองดองเพื่อให้การเดินหน้าเรื่องยุทธศาสตร์ การปฏิรูปมีผลขึ้น การมีส่วนร่วมมาถูกที่ ถูกเวลาจะเป็นการสื่อสารให้ทุกคนมีความปรองดองสมานฉันท์ตามความต้องการของคนในชาติ เมื่อถามอีกว่า หลายฝ่ายมองว่านายกฯใช้มาตรา 44 พร่ำเพรื่อมากเกินไป นายพีระศักดิ์ตอบว่า ประเทศไทยเดินหน้าไม่ได้หรือติดกับดักเพราะว่าใช้กฎหมายปกติแล้วติดขัด การบังคับใช้กฎหมายกับการปรองดองไม่ได้แย้งกัน ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เชื่อว่านายกฯรับฟัง บางครั้งประกาศใช้ไปแล้วก็มีการแก้ไขปรับเปลี่ยน ถ้ามีอะไรไม่ถูกต้อง นายกฯก็แก้ไขมาตรา 44

สะกิด รบ.อย่ามัวปลื้มโพลเชิงบวก

นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เเละกิจกรรมพิเศษภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการสำรวจความคิดเห็นประชาชนของสวนดุสิตโพลเกี่ยวกับการใช้มาตรา 44 ของรัฐบาลว่า กลุ่มตัวอย่าง ยังเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.พอสมควร เช่น 86.61% ที่ชื่นชอบมาตรา 44 ในการปราบโกง ถ้ามองเเค่นี้ก็คงดูเหมือนน่าพอใจ แต่ที่ประชาชนฝากถึง เช่น 82.97% ขอให้นายกฯใช้อำนาจพิเศษโปร่งใส ยุติธรรม หรือ 75.25% ให้ใช้ด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงผลดี ผลเสียที่ตามมา แต่จากสิ่งที่ประชาชนฝากเเละห่วงใย ซึ่งก็เป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงพอๆกับที่ชื่นชอบแสดงถึงความห่วงใยหรือยังไม่มั่นใจในการใช้มาตรา 44 ซึ่งอาจดูย้อนเเย้งกับเปอร์เซ็นต์ที่ถูกใจ ตนเห็นว่าจะเป็นประโยชน์มาก ถ้ารัฐบาลนำไปสังเคราะห์ผลสำรวจที่ประชาชนฝากมามากกว่าพอใจชั่วคราวในตัวเลขที่ดูดีส่วนเดียว

“บิ๊กจิ๋ว” ปลื้มราชวงศ์ญี่ปุ่นให้รางวัล

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.นครพนม กล่าวว่า มูลนิธิ Higashiku nino miya Memorial แห่งประเทศญี่ปุ่น ได้มอบรางวัล Higashi Kuninomiya International Culture Award ซึ่งเป็นรางวัลแห่งราชวงศ์แก่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะบุคคลที่ทรงคุณค่ายิ่งในการทำคุณประโยชน์อย่างสูงต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรม ความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-ญี่ปุ่นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เนื่องจาก พล.อ.ชวลิต ยังพักรักษาตัวจากอาการป่วย ไม่ได้เดินทางไปรับรางวัลที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ผู้แทนของมูลนิธิฯนำรางวัลไปมอบให้ถึงโรงพยาบาล โดย พล.อ.ชวลิต มอบหมายให้ตนนำรางวัลไปประดับไว้ยัง “หอเกียรติยศ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” จังหวัดนครพนม ทั้งนี้ พล.อ.ชวลิต ได้ขอขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ถือเป็นเกียรติ ที่จะอยู่ในความทรงจำที่ดีตลอดไป และขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริมสัมพันธภาพที่ดีของไทย-ญี่ปุ่นให้ยั่งยืน

แนะปรองดองใช้การเมืองนำทหาร

นายชวลิตกล่าวว่า พล.อ.ชวลิตยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยแนะนำรัฐบาลที่กำลังดำเนินการสร้างความปรองดองว่า 1.ขอให้ยึดพระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และพระดำรัสของสมเด็จพระสังฆราชที่ทรงอยากเห็นคนไทยมีความรักความสามัคคีร่วมมือกันพัฒนาประเทศชาติให้เท่าเทียมอารยประเทศ ร่วมมือกันสร้างความปรองดองให้สำเร็จ 2.นำการเมืองนำการทหาร ใช้คุณธรรมทางศาสนา เมตตา กรุณา ถอยคนละหลายก้าว อย่ามองแต่ความผิดพลาดของผู้อื่น มองตัวเองแล้วแก้ไขความผิดพลาด 3.รัฐบาลควรขอความร่วมมือให้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและองค์กรในกระบวนการยุติธรรมมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเพราะหนึ่งในสาเหตุความขัดแย้งคือกระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม สองมาตรฐาน เลือกปฏิบัติ 4.กองทัพจะละเลยผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ได้ เมื่อใช้เขาแล้วอย่าปล่อยให้เผชิญชะตากรรมขึ้นโรงขึ้นศาล

“ปู” นำทีมขอพรพระพุทธชินราช

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรค นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต รมช.คลัง เข้ากราบสักการะพระพุทธชินราช จากนั้นได้ไปกราบสักการะขอพรพระสมเด็จพระนางพญาเรือนแก้ว ที่วัดนางพญา ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง และได้เข้ากราบนมัสการรองเจ้าอาวาสวัดนางพญา โดยรองเจ้าอาวาส กล่าวให้พรว่า ทำดีจะได้ดี เพราะเราเป็นคนดี ถูกทำลายอย่างไรก็ปลอดภัย ก่อนที่จะนำคณะเดินทางไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ นายสุนันท์ สีหลักษณ์ บิดาของ น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ จ.อุตรดิตถ์

จี้รัฐผันเงินกู้ฉุกเฉินสร้างอาชีพ

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลอนุมัติโครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินแก่ผู้มีรายได้น้อยรายละไม่เกิน 50,000 บาท และมีเพียงแค่มีผู้ค้ำประกันก็กู้ได้ว่า นโยบายนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่มีความจำเป็นฉุกเฉิน แต่แทนที่จะให้กู้เฉพาะเรื่องการใช้จ่ายฉุกเฉินอย่างเดียวเพราะในโครงการนี้มีวงเงินสูงถึง 10,000 ล้านบาท ควรให้สำหรับการสร้างอาชีพแก่ผู้ไม่มีทุนด้วย ถือเป็นการช่วยเหลือระยะยาว และเงื่อนไขที่ต้องมีผู้ค้ำประกันนั้นมองอาจเป็นเรื่องยาก จึงเสนอให้ประชาคมหมู่บ้านทำหน้าที่พิจารณาว่าในแต่ละหมู่บ้านใครบ้างสมควรได้รับสินเชื่อเพื่อไม่ให้กลายเป็นหนี้เสีย ส่วนผู้ที่นำเงินไปประกอบอาชีพนั้นควรให้หน่วยงานภาครัฐ เช่น พัฒนาชุมชน เกษตรตำบล เป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาในการประกอบอาชีพเพื่อให้ใช้เงินได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด

ปม 7 สนช.โดดร่ม “ศรีสุวรรณ” ไม่ให้เครดิต สนช.สอบกันเอง เตรียมยื่น ป.ป.ช.เช็กบิล “พรเพชร-วรารัตน์” ติดร่างแหข้อหาอุ้ม ลาบ่อยไม่เรียกตักเตือน ข้องใจสถิติขาดลงมติรอบ 90 วัน 2 ช่วงไม่ใช่ทั้งปี “ปู่พิชัย” ออกโรง 26 ก.พ. 2560 00:59 ไทยรัฐ