วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สาวกธรรมกายแขวนคอ ประท้วง 'ม.44' ดับต่อหน้าคนนับพัน

เด้ง ‘พนม ศรศิลป์’ ผอ.พศ.ตั้งคนดีเอสไอเสียบทันที

เด้งฟ้าผ่า “พนม ศรศิลป์” ผอ.สำนักพุทธศาสนาไปประจำสำนักนายกฯ ให้ “พ.ต.ท. พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์” จากดีเอสไอมาแทน ธรรมกายแฉ ดีเอสไอบุกทำลายกล้องวงจรปิดที่รั้วระหว่างประตู 1 และประตู 4 จำนวน 3 ตัวกลางดึก ขอคำชี้แจงว่าทำเพราะอะไร ส่วนกรณีมีข่าวว่าพบการใช้โทรศัพท์ของพระธัมมชโยในวัด ยืนยันไม่เป็นความจริงเพราะไม่เคยมีโทรศัพท์ ขณะที่ดีเอสไอ-ตำรวจประสานเสียงปฏิเสธรายงานเช่นกัน ไม่เชื่อว่าพระธัมมชโยจะกล้าใช้โทรศัพท์เพราะมีทางติดต่ออื่นดีกว่า เตรียมขอหมายค้นวัดพระธรรมกายอีกรอบ แต่ยังอุบว่าวันไหน ส่วนน้ำมัน 6.5 หมื่นลิตรหลังวัด เจ้าหน้าที่ยึดหมดแล้วพร้อมแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมาย ระทึกตอนค่ำ ชายสูงอายุศิษย์พระธรรมกายปีนเสาส่งสัญญาณสูง 30 เมตร พร้อมป้ายเรียกร้องให้ยกเลิก ม.44 ไม่งั้นโดดลงมาแน่

กรณีอัยการสูงสุดสั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี(ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมพวกรวม 5 คน รวม 3 ข้อหาประกอบด้วย สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร คดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นประมาณ 1,400 ล้านบาท พร้อมสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จับกุมพระธัมมชโยมาส่งฟ้อง แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำตัวพระธัมมชโยมาส่งอัยการได้ ทำได้เพียงดำเนินคดีกับพระธัมมชโย วัดพระธรรมกายและผู้เกี่ยวข้องกว่า 300 คดี หลังจากนั้นความเคลื่อนไหวต่างๆเริ่มเงียบไป ล่าสุดรัฐบาลใช้ยาแรงออกคำสั่งใช้ ม.44 ให้วัดพระธรรมกายเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ ส่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ ทหารกว่า 4,000 นาย เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายเพื่อจับกุมพระธัมมชโย หลังเจรจาทางวัดพระธรรมกายยอมพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นทั่วพื้นที่กว่า 2,000 ไร่แล้ว ต้องคว้าน้ำเหลวไม่พบพระธัมมชโย แต่เจ้าหน้าที่ยังข้องใจต้องการเข้าตรวจค้นอีกจนได้รับการต่อต้านจากวัดพระธรรมกายเหตุการณ์กระทบกระทั่งยืดเยื้อตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ยังตรวจเข้มป้องกันมือที่สาม

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 25 ก.พ.ที่ตลาดกลางคลองหลวง ตรงข้ามทางเข้าวัดพระธรรมกายด้านประตู 5 และประตู 6 คณะศิษยานุศิษย์กว่า 400 คน ร่วมกันตักบาตรอาหารสดและอาหารแห้ง เพื่อนำไปให้พระภิกษุ สามเณร และลูกศิษย์ที่อยู่ภายในวัดพระธรรมกาย อีกส่วนหนึ่งแบ่งไปช่วยพระทางภาคใต้ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจชุดควบคุมฝูงชนคอยดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งยังใช้แผงเหล็กกั้นให้ผู้ที่จะเข้ามาในบริเวณตลาดเข้าทางเดียว ใช้เครื่องตรวจจับโลหะตรวจอาวุธทุกคนที่จะเข้ามาในพื้นที่ ตามมาตรการป้องกันมือที่สามเข้ามาก่อเหตุ นอกจากนี้ ในส่วนของศิษย์วัดพระธรรมกายเอง บริหารจัดการความปลอดภัยคล้ายภายในวัด จัดให้มีการ์ดทำหน้าที่สอดส่องบุคคลต้องสงสัยว่า ไม่ใช่ศิษย์วัดพระธรรมกายจริงเข้ามาหาข่าว หากพบบุคคลต้องสงสัยจะมีการ์ด 5-6 คนเข้าไปสอบถามประวัติและจะถ่ายรูปเก็บข้อมูลไว้

พระสนิทวงศ์ขอยกเลิก ม.44

พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เผยว่า ที่มาตักบาตรเพื่อนำอาหารแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเข้าไปภายในวัดพระธรรมกายที่มีพระและลูกศิษย์อยู่ประมาณ 10,000 คน ส่วนที่สองส่งไปช่วยเหลือพระภาคใต้ ฝากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอดำเนินการส่งไปให้ ขณะนี้ความเป็นอยู่ของพระภายในวัดพระธรรมกายแย่ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ให้นำอาหารสดเข้าไปด้านใน ให้เพียงอาหารบรรจุกล่องเพียงวันละ 300 กล่องเท่านั้น เมื่อวานนี้ (24 ก.พ.) ดีเอสไอตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต อ้างว่าวัดพระธรรมกายออกข่าวบิดเบือนความจริง ขอชี้แจงว่าเรามีศีลชี้แจงตามความจริง ไม่ให้ข้อมูลเท็จเด็ดขาด ฝากถึงนายกรัฐมนตรีที่ให้คนไทยทำค่านิยม 12 ประการ จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อท่านทำให้ดูเป็นต้นแบบ จึงเรียกร้องขอให้ยกเลิก ม.44 อย่าให้เกิดเหตุการณ์ ม.44 เป็นกฎหมายทรราช ไม่ชอบด้วยศีลธรรมและมนุษยธรรม

ยอมให้เอาอาหารไปส่งในวัด

ต่อมาเวลา 10.00 น. บริเวณประตู 7 วัดพระธรรมกาย พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่เจรจากับตัวแทนพระสงฆ์และคณะลูกศิษย์เรื่องการขนข้าวสารอาหารแห้งและผลไม้เข้าไปภายในวัด ใช้เวลาเจรจาประมาณ 30 นาที จึงยอมให้ตัวแทนศิษยานุศิษย์ 20 คน นำข้าวสารอาหารแห้งที่ได้จากการบิณฑบาตขนใส่รถกระบะ 4 คันเข้าไปส่งในวัด แต่เมื่อขบวนรถมาถึงเจ้าหน้าที่ดีเอสไอสั่งให้รออยู่หน้าประตู ต้องเจรจากันอีกครั้งใช้เวลา 20 นาที เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจึงยอมให้นำอาหารเข้าไปในวัด โดยให้ตัวแทนพระและคณะรออยู่ด้านนอก ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ขึ้นรถขนของเข้าไป

ขอบิณฑบาตยารักษาโรค

ตัวแทนพระสงฆ์เครือข่ายลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เผยว่า ตนมาช่วยประสานกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเพื่อนำข้าวสารอาหารแห้งที่ได้จากพุทธศาสนิกชนนำมาทำบุญเมื่อเช้า เข้าไปให้พระและคณะลูกศิษย์ที่ยังอยู่ในวัด ตนคิดว่าแม้คนภายในวัดต้องอดอาหาร เพราะสัดส่วนการส่งข้าวกล่องได้วันละ 300 กล่องกับจำนวนคนนับหมื่นไม่สอดคล้องกัน ที่ประชาชนภายในวัดยังไม่ออกมาเพราะว่าทุกคนร่วมสร้างวัดมาเหมือนกับเราทุ่มสร้างบ้าน หากใครมาไล่เราก็ไม่อยากออกไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยอมให้นำอาหารเข้าวัดผ่านประตู 7 แต่เราไม่สามารถส่งถึงมือพระสงฆ์และลูกศิษย์ในวัดได้ จึงรู้สึกไม่พอใจที่ส่งได้แค่นี้ พรุ่งนี้ (26 ก.พ.) เวลา 10.00 น. จะบิณฑบาตยารักษาโรคบริเวณตลาดกลางคลองหลวง เพื่อนำไปให้พระและผู้ที่ยังอยู่ในวัด ขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนมาร่วมถวายยากัน

ผัวเมียสูงอายุปล่อยโฮไม่ได้เข้าวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณประตู 7 มี 2 สามีภรรยาสูงอายุ ขับรถยนต์โตโยต้าวีออส สีส้ม ไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุล เดินถือขนมปัง 2 ถุงมาให้พระวัดพระธรรมกายฉัน หลังทราบข่าวกำลังขาดแคลนอาหาร แต่เจ้าหน้าที่หน่วยคัดกรองหน้าประตู 7 ไม่อนุญาตให้เข้า หญิงสูงวัยถึงกับร้องไห้โฮ จนฝ่ายสามีต้องนำขนมฝากให้เจ้าหน้าที่เอาเข้าไปให้พระ และจูงมือภรรยาเดินไปขึ้นรถขับกลับไปทันที

โต้ข่าวลือเอาโล่-กระบองเข้าพื้นที่

พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 เดินทางมาตรวจความเรียบร้อย เผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามคำร้องขอของดีเอสไอ จัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย ประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ส่วนเรื่องคณะลูกศิษย์นำสิ่งของไปมอบให้วัดพระธรรมกายเป็นหน้าที่ของดีเอสไอพิจารณา ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ยืดหยุ่นให้เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าเช่น เรื่องการส่งอาหาร ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มกำลังพร้อมนำโล่และกระบองเข้ามาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ พล.ต.ต.สมบัติกล่าวว่า ตนเป็นผู้ควบคุมกำลังตำรวจที่นี่ ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีการเพิ่มกำลังและอุปกรณ์ หากมีเอกสารเรื่องเพิ่มกำลังออกมาคงเป็นของปลอมอย่างแน่นอน

ผบช.ภ.1 ไม่รู้เรื่องโทรศัพท์ธัมมชโย

ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่ บก.ตชด.ภ.1 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 เผยว่า ยังไม่ได้รับรายงานหรือพบข้อมูลพบสัญญาณโทรศัพท์ของพระธัมมชโยตามที่สื่อลง แต่ทั้งนี้การทำงานของเจ้าหน้าที่ยังยืนยันว่า จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายในการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องทบทวนแผนการปฏิบัติงาน เพราะพบอุปสรรคสำคัญคือ การนำพระและลูกศิษย์เข้ามาเป็นด่านหน้า ขณะนี้ให้ทุกหน่วยเฝ้าระวังหลัง เนื่องจากพบว่ามีกลุ่มพระสงฆ์หลายจังหวัดเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 44 ส่วนกลุ่มพระสงฆ์และลูกศิษย์ที่รวมตัวอยู่ตลาดกลางคลองหลวง เจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีย้อนหลัง

สงสัยคนใกล้ชิดเป็นคนใช้

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า เรื่องกระแสข่าวที่พบสัญญาณโทรศัพท์พระธัมมชโยนั้น เบื้องต้นดีเอสไอยังไม่มีข้อมูล เท่าที่ทราบมีเพียงการรายงานข่าวของสื่อมวลชนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ไม่สามารถยืนยันได้ว่า ใครเป็นผู้ใช้หมายเลขดังกล่าว การสืบสวนหาตัวผู้ต้องหาหากทำได้ง่ายอย่างนั้น เจ้าหน้าที่คงตามจับกุมตัวมาแล้ว เชื่อว่าบุคคลใกล้ชิดคงใช้โทรศัพท์หมายเลขดังกล่าวมากกว่า

ไม่เชื่อพระธัมมชโยใช้โทรศัพท์

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ กล่าวว่า เรื่องพบสัญญาณโทรศัพท์พระธัมมชโยนั้น ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ส่วนตัวเชื่อว่าพระธัมมชโยและบุคคลใกล้ชิดจะไม่ใช้โทรศัพท์มือถือให้เจ้าหน้าที่หาพิกัดพบแน่นอน ภายหลังเจ้าหน้าที่ตัดสัญญาณโทรศัพท์แล้ว กลุ่มพระและลูกศิษย์จะหันมาใช้โปรแกรม “Fire Chat” แอพพลิเคชั่นสนทนาที่ไม่ต้องพึ่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต แต่ข้อเสียคือ ไม่สามารถสนทนาแบบส่วนตัวได้ เพราะต้องสร้างกลุ่มขึ้นมา ประกอบกับคนที่สนทนาต้องอยู่ใกล้ๆกัน เนื่องจากใช้สัญญาณบลูทูธ นอกจากนี้ยังเชื่อว่ภายในวัดพระธรรมกายยังใช้ช่องทางอื่นๆ ในการสื่อสาร เช่น โทรศัพท์พื้นฐานหรือวิทยุสื่อสาร

แจงธรรมกายยอมให้ค้นแค่บางจุด

“การเข้าค้นวัดพระธรรมกายในช่วงแรกๆ นั้น วัดพระธรรมกายให้ตรวจค้นเฉพาะบางจุดที่ทางวัดยินยอมเท่านั้น เจ้าหน้าที่มองว่า เป็นเหมือนการพาเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมชมภายในวัด ไม่ใช่การตรวจค้นอย่างที่เจ้าหน้าที่ต้องการ เพราะทางวัดอ้างเหตุผลต่างๆ ในการไม่ให้เข้าค้นบางจุด ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปิดพื้นที่เพื่อเข้าตรวจค้นอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อให้หมดข้อสงสัย แต่ขณะนี้วัดพระธรรมกายยังไม่ยอมให้ค้นอีก” พ.ต.ต.วรณันกล่าว

รอดีเอสไอดีเดย์วันตรวจค้น

ที่ บก.ตชด.ภ.1 พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 กล่าวว่า ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่ได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปรับเปลี่ยนหรือเสริมกำลังพลเพิ่มเติม ส่วนตัวมองว่าตอนนี้กำลังพลที่มีอยู่เพียงพอสามารถรับมือสถานการณ์ได้ ส่วนตัวไม่ทราบว่ามีดีเดย์เข้าตรวจค้นวัดภายในวันจันทร์ที่ 27 ก.พ.นี้หรือไม่ ส่วนการประเมินสถานการณ์ช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ถึงวันจันทร์ คาดว่าจะไม่มีคนเข้ามาเพิ่มเติมจนผิด สังเกต ขณะเดียวกันยังไม่ได้รับรายงานว่า มีการปลุก ระดมให้มวลชนเข้ามาเพิ่มเติม บริเวณตลาดกลางคลองหลวงเป็นที่ปักหลักของพระและศิษย์วัดพระ ธรรมกายก็ไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนสำรวจและเก็บข้อมูล เพื่อให้ดีเอสไอพิจารณาหากพบพวกปลุกปั่นยุยง

ตำรวจปฏิเสธทำลายกล้องวงจรปิด

“ทั้งนี้บริเวณตลาดกลางคลองหลวงมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมดูแลการเข้า-ออกพื้นที่ตลอด 24 ชม.อยู่แล้ว ส่วนเรื่องมือที่สาม เจ้าหน้าที่คุมเข้มและปล่อยแถวตระเวนตรวจตราทั้งกลางวันและกลางคืน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ใช้รถยนต์ขับพุ่งชนประตูที่ 1 และทำลายกล้องวงจรปิด 5 ตัว บริเวณกำแพงวัดระหว่างประตูที่ 1 และประตูที่ 4 วัดพระธรรมกาย” พล.ต.ต.สมบัติกล่าว

เตรียมขอศาลออกหมายค้นอีกรอบ

ต่อมาเวลา 14.00 น. พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอเผยว่า เตรียมเสนอสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้ทำหนังสือสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ส่งถึงองค์กรพุทธนานาชาติ ให้ยืนยันว่า สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องสื่อในโซเชียลมีเดียที่เป็นมวลชนวัดพระธรรมกายเสนอข่าวปลุกปั่นไม่เป็นความจริง ขณะนี้อยู่ระหว่างขอหมายค้นวัดพระธรรมกายอีกครั้ง แม้จะมีอำนาจตามมาตรา 44 สามารถเข้าค้นตอนไหนก็ได้ เหตุผลเพราะต้องการให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนที่หลายฝ่ายมีคำถามว่า ทำไมไม่บุกวัดพระธรรมกายให้จบเร็วๆ ขอชี้แจงว่า การบุกค้นวัดพระธรรมกายมีความอ่อนไหวเรื่องมวลชน ที่ทางวัดอ้างว่ามีทั้งพระ เด็ก และคนชรา จึงต้องใช้มาตรการกดดันไปก่อน

พระรายงานตัวตามหมายแค่รูปเดียว

“เป้าหมายหลักคือ การกระชับพื้นที่วัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกายให้ได้ก่อน ส่วนตลาดกลางคลองหลวงอยู่ระหว่างหารือว่า จะประกาศเป็นพื้นที่ห้ามเข้าเด็ดขาดหรือไม่ เพราะอาจมีผู้ค้าในตลาดได้รับผลกระทบ ล่าสุดได้รับคำยืนยันแล้วว่า พระมหานพพร ปุญญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย เข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตามหมายเรียกเมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมาแล้ว แต่พระภิกษุอีก 13 รูป รวมถึงพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ยังไม่เดินทางไปพบตามหมายเรียก” พ.ต.ต.วรณันกล่าว

ธรรมกายโต้ “ธัมมชโย” ไม่มีมือถือ

ต่อมาเวลา 13.30 น.ที่ประตู 5 วัดพระธรรมกาย พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ออกมาให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ที่มีการระบุว่า มีการโทรศัพท์ออกจากวัดบริเวณอาคาร ดาวดึงส์ไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านพระรามเก้าช่วงเวลา 04.00 น. วันที่ 18 ก.พ. คาดเดาว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ของหลวงพ่อธัมมชโย ทางวัดขอชี้แจงว่า หลวงพ่อไม่มีโทรศัพท์ส่วนตัว ที่ผ่านมาทางวัดไม่มีการติดต่อกับโรงพยาบาลย่านพระรามเก้า นอกจากนี้เมื่อวันที่ 18 ก.พ. เวลา 16.30 น. ดีเอสไอเข้าตรวจค้นอาคารดาวดึงส์ก็ไม่พบว่ามีอะไรข้างใน หลังการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ปิดซีลด้วยเทปชนิดพิเศษ ทุกวันนี้ยังคงอยู่ลักษณะเดิม การที่เจ้าหน้าที่กล่าวอ้างว่าตรวจพบสัญญาณโทรศัพท์จากภายในอาคารทั้งที่ตรวจค้นแล้วแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายจึงไม่สมเหตุสมผล ทางวัดขอถามกลับว่า ต้องการอะไร หรือต้องการให้สังคมมองว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เข้าตรวจค้น

วอนเลิกตัดสัญญาณโทรศัพท์

“ทั้งที่ความจริงเจ้าหน้าที่ตรวจค้นไปแล้วถึง 3 ครั้ง ส่วนกรณีวัดถูก กสทช.ระงับสัญญาณโทรศัพท์มือถือในพื้นที่วัด ขณะนี้ยังไม่สามารถใช้การได้ ศิษยานุศิษย์เครือข่ายวัดพระธรรมกายจากต่างประเทศจะเป็นผู้รวบรวมข่าวสารจากสื่อมวลชนแล้วนำไปเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเอง การกระทำดังกล่าวเป็นการปิดหูปิดตาพระในวัด ขอความเห็นใจเลิกตัดสัญญาณโทรศัพท์โดยด่วน” พระสนิทวงศ์กล่าว

โวยดีเอสไอทุบกล้องวงจรปิด 3 ตัว

พระสนิทวงศ์กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้เมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ขับรถมาชนประตู 1 และมีชายแต่งกายด้วยชุดคล้ายเจ้าหน้าที่ดีเอสไอมาทุบกล้องวงจรปิดริมกำแพงประตู 1 และ 4 จำนวน 3 ตัว สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินของวัด ทางวัดอยากขอเรียกร้องความรับผิดชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และอยากทราบถึงเจตนาของผู้ลงมือก่อเหตุ นอกจากนี้ขอชี้แจงว่า ตู้คอนเทนเนอร์ที่ปิดทางเข้าประตู 15 วัดพระธรรมกายไม่ได้เป็นผู้นำมาปิด เจ้าหน้าที่เอารถเครนยกตู้คอนเทนเนอร์มาปิดเอง ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วัดพระธรรมกายส่งภาพจากกล้องวงจรปิดที่อ้างว่าเป็นภาพของชายต้องสงสัยสวมเสื้อคลุมที่ด้านหลังสกรีนอักษรย่อ DSI บุกทุบทำลายและตัดสายกล้องวงจรปิดบริเวณประตู 1 และ 4 วัดพระธรรมกายช่วงกลางดึกวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา

ขอบริจาคอาหารที่เน่าเสียยาก

ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย กล่าวด้วยว่า อยากขอความเมตตาจากเจ้าหน้าที่ให้อนุญาตนำอาหารและวัตถุดิบประกอบอาหารเข้ามาในโรงครัวของวัด เนื่องจากขณะนี้โรงครัวของวัดแจ้งมาว่า สั่งซื้อเนื้อหมูไป 1 ตัน ผักสด 1 คันรถและผลไม้อีก 3 คันรถยังอยู่ที่ตลาดไท เพราะไม่สามารถนำเข้าวัดได้ ฝากแจ้งไปยังลูกศิษย์วัดที่ต้องการนำอาหารมาถวาย ขอเป็นอาหารประเภทโปรตีนง่ายๆ เช่น หมูชิ้น หมูบด ลูกชิ้น และเนื้อไก่ ส่วนผักและของแห้งที่จะนำมาถวายขอให้เป็นอาหารประเภทที่เน่าเสียยาก

ตั้งพระวินยาธิการสนับสนุนเจ้าหน้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจ.ปทุมธานี มีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าคณะอำเภอ และพระวินยาธิการ ลงวันที่ 23 ก.พ. เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของดีเอสไอบริเวณประตู 7 วัดพระธรรมกาย ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.ถึงวันที่ 1 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. โดยมีเจ้าคณะอำเภอคลองหลวงเป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วยพระวินยาธิการอีก 8 รูป สลับกันมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าวตามวันเวลาที่กำหนด

ประเมินตัวเลขพระ-ลูกศิษย์

เย็นวันเดียวกันที่ บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เผยว่า ตัวเลขมวลชนในวัดพระธรรมกายมีประมาณ 2,300 คน เป็นพระ 800 รูป ประชาชน 1,500 คน ส่วนที่ตลาดกลางคลองหลวงมีกว่า 1,000 คน ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ยังเท่าเดิมกว่า 3,000 นาย ส่วนพระ 14 รูปที่ออกหมายเรียกให้มาพบ ขณะนี้มาพบแล้ว 2 รูป คือ พระมหานพพร ปุญญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ส่วนพระแสนพล เทพเทพา หรือ ส.อ.แสนพล เทพเทพา มาพบเจ้าหน้าที่เมื่อกลางดึกวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา

ถ่ายน้ำมัน 6.5 หมื่นลิตรมาเก็บ

“ส่วนกรณีพบน้ำมัน 65,000 ลิตรในวัดพระธรรมกาย วันนี้ตำรวจ สภ.คลองหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่พลังงานนำรถมาถ่ายน้ำมันทั้งหมดมาเก็บไว้แล้ว ดำเนินการข้อหาผิด พ.ร.บ.พลังงาน ส่วนที่วัดต้องกักตุนน้ำมัน เท่าที่ทราบในวัดมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าย่อยอยู่ ส่วนการคัดกรองอาหารและบุคคลเข้าประตู 7 วันนี้มีตำรวจพระหรือพระวินยาธิการเข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้วย ยังมีเล็ดลอดนำอาหารเข้าไปในวัดอยู่บ้าง ส่วนกรณีพบสัญญาณโทรศัพท์พระธัมมชโยตามที่สื่อเสนอข่าวไปนั่นวันนี้ในที่ประชุมตอนเช้าไม่มีพูดถึงประเด็นนี้ ส่วนลูกศิษย์ใช้แอพพลิเคชั่น Fire Chat ในการส่งข้อความ หลังถูกตัดสัญญาณโทรศัพท์ ขณะนี้อธิบดีสั่งให้สำนักไอทีดีเอสไอตรวจสอบอยู่ ดูว่าจะตัดสัญญาณได้ไหม เนื่องจากวัดพระธรรมกายใช้สื่อโซเชียลบิดเบือนข้อเท็จจริง” พ.ต.ต.วรณันกล่าว

ชายสูงวัยปีนเสาวิทยุขู่เลิก ม.44

ส่วนที่ตลาดกลางคลองหลวง พระจากชายแดนภาคใต้ 4 รูปทำพิธีฌาปนกิจมาตรา 44 และแผ่เมตตาให้ คสช. พร้อมทำการเผาพวงหรีดที่แปะป้ายว่า “แด่มาตรา 44” ต่อมาเวลา 18.00 น. บริเวณเสาส่งสัญญาณวิทยุของบริษัททีโอทีสูงประมาณ 30 เมตรหลังตลาด มีชายสูงอายุไม่ทราบชื่อและนามสกุล แอบปีนขึ้นไปอยู่บนกระเช้าบนยอดเสา พร้อมป้ายขนาดใหญ่เขียนข้อความว่า “ขอความเมตตา กรุณายกเลิกมาตรา 44 หากทำไม่ได้ก่อน 21.00 น. เก็บศพได้เลย” ทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับวิ่งวุ่น รีบกั้นประชาชนออกนอกพื้นที่ พร้อมประสานหน่วยกู้ภัยมาเตรียมพร้อม และพยายามเจรจาเพื่อให้ชายสูงอายุคนนั้นลงมา ขณะที่สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกายแจ้งว่า “พระอาจารย์สนิทวงศ์ ฝากมาแจ้งว่า กรณีมีคนจะกระโดดเสาสูง ไม่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย เป็นความคิดเห็นส่วนตัว วัดไม่สนับสนุนวิธีการดังกล่าว ขอให้ล้มเลิกความคิดเสีย”

ขู่ไม่สำเร็จแขวนคอตาย

ต่อมาเมื่อเวลา 21.00 น. ชายนิรนามที่ปีนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ทีโอทีบริเวณด้านหลังตลาดกลางคลองหลวง ความสูงประมาณ 50 เมตร เริ่มมีความเคลื่อนไหวไม่ยอมฟังเจ้าหน้าที่และพระวัดพระธรรมกายที่ตะโกนเกลี้ยกล่อมอยู่ด้านล่าง ปีนจากยอดเสาลงมาที่ความสูงประมาณ 30 เมตร ก่อนใช้เชือกทำเป็นบ่วงสวมคอแล้วกระโดดออกมาจากเสาสัญญาณทันที ร่างดิ้นรนห้อยอยู่กับเสาแกว่งไปมา ท่ามกลางสายตาของพระ เจ้าหน้าที่ และศิษย์วัดพระธรรมกายที่มาชุมนุมอยู่นับพันคน เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบปีนเสาสัญญาณโทรศัพท์ขึ้นไปช่วยเหลือแต่ไม่ทันกาล เมื่อถึงร่างของชายนิรนามปรากฏว่าเสียชีวิตไปแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งไปตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ม.44 เด้งฟ้า “พนม” พ้น ผอ.สำนักพุทธฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อค่ำวันที่ 25 ก.พ. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 12/2560 เรื่อง การกําหนดตําแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่งโดยที่มีความจําเป็นต้องปรับปรุงการบริหารงานบุคคลในบางหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ จําเป็นต้องแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วนเพื่อประโยชน์แก่การปฏิรูป และไม่อาจดําเนินการโดยวิธีการปกติได้ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ความเห็นชอบของ คสช.จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้นายพนม ศรศิลป์ พ้นจากตําแหน่ง ผอ.สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และให้ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ตรวจราชการ หรือปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

โยก“พ.ต.ท.พงศ์พร”ดีเอสไอนั่งแทน

ข้อ 2 ให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผบ.สํานักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ้นจากตําแหน่ง และให้ดํารงตําแหน่งผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ข้อ 3 ให้ข้าราชการผู้มีรายชื่อตามข้อ 1 และข้อ 2 พ้นจากตําแหน่งเดิมและไปปฏิบัติหน้าที่ในตําแหน่งใหม่ ตั้งแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ การเปลี่ยนแปลงหลังวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ข้อ 4 ให้สํานักงานคณะ กรรมการข้าราชการพลเรือน สํานักงบประมาณ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับตําแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการดังกล่าว และให้นายกรัฐมนตรีนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่ง หรือพ้นจากตําแหน่งตามคําสั่งนี้ ตามมาตรา 24 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 สั่ง ณ วันที่ 24 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.

ปูดเกณฑ์กำลังเสริมจาก ตปท.

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายผู้นำองค์กรพุทธจาก 40 ประเทศประชุมที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 23 ก.พ. รวมทั้งศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายและพระภิกษุสงฆ์ไทยบางรูปเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้ ม.44 ว่า อยากให้ผู้ที่เรียกร้องทุกคนและประชาชนทั่วไปทบทวนว่า ต้นเหตุการใช้ ม.44 เกิดจากอะไร เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองหรือศาสนา เป็นเรื่องของพระสงฆ์ที่ทำความผิดเป็นอาชญากรแต่ไม่ยอมรับกฎหมาย พยายามนำเรื่องของตนไปผูกโยงกับศาสนา ปลุกระดมมวลชนให้ออกมาปกป้องกดดันเจ้าหน้าที่ไม่ให้จับกุม จากการติดตามข้อมูลยังพบว่า มีการเกณฑ์พระสงฆ์จากต่างจังหวัดและประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเป็นกำลังเสริมต่อต้านเจ้าหน้าที่ ทั้งๆที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด ไม่มีการพกพาอาวุธเข้าไปในวัด คำสั่งดังกล่าวใช้ควบคุมเฉพาะวัดพระธรรมกายไม่เกี่ยวกับวัดอื่น และไม่ใช้ความรุนแรงที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐตามที่มีการกล่าวอ้าง

วอนอย่าตกเป็นเครื่องมือ

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า รัฐบาลอยากเรียกร้องให้เครือข่ายผู้นำองค์กรพุทธทั่วโลกไตร่ตรองข้อเท็จจริงดังกล่าว เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของอาชญากร และอยากให้สื่อมวลชนทำความเข้าใจในจุดนี้และช่วยกันตีแผ่ความจริงให้สังคมโลกได้รับรู้ แทนการรายงานข่าวเหตุการณ์กระทบกระทั่งรายวัน ที่ทำให้ประชาชนหลงคิดไปว่าวัดพระธรรมกายทำถูก แต่เจ้าหน้าที่กลับเป็นฝ่ายผิดเสียเอง

“ยงยุทธ” ชี้ ม.44 คุมวัดธรรมกายกระทบ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภาและอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในรายการทิศทางประชาธิปไตยไทย กรณีใช้ ม.44 ประกาศควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายเพื่อค้นหาพระธัมมชโยว่า เป็นการใช้อำนาจที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิและละเมิดเสรีภาพของประชาชน ไม่คุ้มกับความน่าเชื่อถือที่ต้องสูญเสีย ม.44 มีสถานะสูงกว่ากฎหมายทั่วไป แต่ต่ำชั้นกว่ารัฐธรรมนูญ การใช้อำนาจที่มีศักดิ์ศรีมากเพื่อควบคุมวัดพระธรรมกายสะท้อนว่า ต้องการตัดปัญหายุ่งยากในการขอหมายค้นจากศาล ทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจค้นหาจับตัวพระธัมมชโยโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทั้งที่การเข้าวัดปฏิบัติธรรมเป็นสิทธิเสรีภาพไม่มีความผิด ด้วยเหตุนี้กฎหมายที่ไปจำกัดเสรีภาพประชาชนในสังคมเสรีประชาธิปไตยทั่วโลกมักไม่เกิดขึ้น การใช้ ม.44 เพราะต้องการให้พระธัมมชโยมอบตัวจึงไม่เป็นธรรมกับวัดและผู้ปฏิบัติธรรม สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนรอบวัด การแก้ปัญหาด้วยการใช้อำนาจที่นอกเหนือกฎหมายปกติมาบังคับ จึงถูกตำหนิว่าไม่สมเหตุสมผล เป็นช่องโหว่ให้โต้แย้งได้ตลอดเวลา

จำกัดเสรีภาพไม่ต่างจับตัวประกัน

นายยงยุทธ กล่าวว่า ถ้าจำกัดเสรีภาพการปฏิบัติธรรมในวัดพระธรรมกาย เพื่อต้องการบีบพระธัมมชโย ไม่แตกต่างจากการจับชาวบ้านเป็นตัวประกัน ผู้ปฏิบัติธรรมจึงไม่มีความสุข แนวทางที่ควรจะเป็นน่าจะทำให้ชาวบ้านเข้าไปปฏิบัติธรรมได้ตามปกติ แล้วเจ้าหน้าที่เฝ้ารอให้พระธัมมชโยผู้กระทำผิดคดีอาญาปรากฏตัวจึงจับกุม การใช้ ม.44 จะเป็นที่ยอมรับได้ต้องมีปัจจัย 2 ประการส่งเสริมคือ ใช้แล้วคนพอใจ และใช้เพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมืองที่กฎหมายทั่วไปมีความซ้ำซ้อน จนเกิดความเดือดร้อนต่อประชาชน

กต.ยันเวทีโลกไม่สนปมธรรมกาย

เย็นวันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ความคืบหน้ากรณีผู้นำองค์กรพุทธและเครือข่ายผู้นำองค์กรพุทธในประเทศต่างๆที่มาร่วมประชุมสมาคมชาวยุวพุทธศาสนิกชนทั่วโลกครั้งที่ 78 ที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกการใช้มาตรา 44 ต่อวัดพระธรรมกาย งดการควบคุมสื่อ และให้ปฏิบัติต่อพระภิกษุด้วยความเคารพว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ตรวจสอบแล้วทราบว่า สมาคมชาวยุวพุทธศาสนิกชนทั่วโลกกำลังร่วมการประชุมครั้งที่ 78 ณ วัดฮงปอบ จังหวัดปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี จัดขึ้นโดยมูลนิธิ Paramita Foundation ของสาธารณรัฐเกาหลี จากการตรวจ สอบข้อมูลเบื้องต้นไม่พบว่ามีการหยิบยกประเด็นของวัดพระธรรมกายในการประชุม สถานเอกอัครราชทูต จะติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

สั่ง สอท.-สกญ.แจงใช้มาตรา 44

สำหรับกรณีที่มีองค์กรพุทธและเครือข่ายชาวพุทธในต่างประเทศมายื่นหนังสือแสดงความห่วงกังวลและเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้มาตรา 44 ต่อวัดพระธรรมกาย กระทรวงการต่างประเทศสั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศทั่วโลก ชี้แจงทำความเข้าใจในกรณีดังกล่าวกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามแนวทางดังนี้ การออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 5/2560 ลงวันที่ 15 ก.พ.2560 เรื่องมาตรการให้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย มีผลบังคับใช้บริเวณวัดพระธรรมกายตลอดจนพื้นที่โดยรอบวัดพระธรรมกาย ได้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาจากข้อเท็จจริงที่มีบางคนบางกลุ่มถูกข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดและถูกออกหมายจับ ตลอดจนมีผู้สนับสนุนขัดขวางเป็นการละเมิดกฎหมาย คำสั่งดังกล่าวควบคุมในบางพื้นที่เพื่อสามารถเข้าตรวจค้น และนำตัวผู้ถูกออกหมายจับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มาตรการนี้เป็นมาตรการชั่วคราวบังคับใช้เท่าที่จำเป็นต่อสถานการณ์ ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบและรัดกุม ตามหลักปฏิบัติสากลเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

สนช.โพสต์ป้องนายกฯ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิก สนช.โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมแนบไฟล์ข่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 ให้ดีเอสไอตรวจค้นวัดพระธรรมกายว่า ช่วยกันแชร์เพื่อเตือนสติสังคมไทยที่มักใจอ่อน อ่อนไหว เมื่อเสพข่าวจำเป็นต้องใช้วิจารณญาณประกอบข้อมูลที่ถูกต้อง กรณีนายกฯลุงตู่ใช้มาตรา 44 และหมายศาลระดมกำลังตำรวจ ทหาร ดีเอสไอ ขอค้นหาผู้ต้องหาคนสำคัญคือ พระธัมมชโยไม่ใช่การใช้อำนาจหรือกำลังเกินกว่าเหตุรังแกพระตามที่คนบางกลุ่มปลุกปั่น ยุยง สื่อสารให้เกิดความเข้าใจผิด คดีนี้คือ การนำตัวคนที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนหลายหมื่นล้านบาท เกี่ยวโยงเป็นเครือข่ายกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และอดีตประธานสหกรณ์มงคลเศรษฐีของวัดพระธรรมกาย คดีเหล่านี้ต่างหากที่เห็นความโยงใยของการฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์สินเงินทองผู้บริสุทธิ์ การทุจริตหลอกลวง คดโกง ฉ้อโกง เป็นเรื่องต้องสะสางให้ถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนบรรดาท่านที่หลงผิดตามืดมัวด้วยสำคัญผิดในข้อมูล หรือเข้าใจผิดเพราะถูกหลอกลวงให้เชื่อผิดๆ อ่านเพียงเเค่เสี้ยวของข่าว และข้อมูลที่ประมวลมาเล็กน้อยน่าจะตาสว่างกันได้แล้ว

“โหร ส.ว.” แจงหันหลังให้ “ธัมมชโย”

นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทา พรรคประชาธิปัตย์ หรือรู้จักในนามโหร ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยว่า เป็นห่วงกรณีธรรมกายว่าใครผิดใครถูก สังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศก็สับสนว่า คสช.ใช้มาตรา 44 เพื่อทำลายพระพุทธศาสนาใช่หรือไม่ ต้องการทำร้ายธัมมชโยโดยไม่เป็นธรรมใช่หรือไม่ ตนเคยศรัทธาทำบุญกับวัดพระธรรมกายเพราะเป็นระเบียบเรียบร้อย เผยแผ่พระพุทธศาสนาได้กว้างขวางรวดเร็วทั้งในและต่างประเทศ เชื่อสนิทใจว่าเป็นวัดในพระพุทธศาสนา แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปได้ข่าวเรื่องธัมมชโยยุ่งเกี่ยวกับสตรี เรื่องวิธีหาเงินโดยวิธีเอาสวรรค์มาหลอกล่อชาวพุทธ วิธีการสอนอวดอุตริมนุสธรรม บิดเบือนหลักพุทธธรรม อวดตัวว่าเก่งกว่าพระพุทธเจ้า ในที่สุดก็ร่วมกับฝ่ายบริหารบางคนของสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นฉ้อโกงเงินเป็นพันๆล้าน โดยวิธีการฟอกเงินและรับของโจรและคดีอื่นๆอีกมากมาย

หนุนรัฐบาล-คสช.รักษาขื่อแป

“ทั้งที่คนที่นำเงินมาฝากเหล่านั้นหมดเนื้อหมดตัวมีความทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส เพราะความโลภของพระสงฆ์ที่ควรมีความเมตตาและกรุณาคนเหล่านั้น ความศรัทธาของตนที่เคยมีก็หลุดผึงตั้งแต่จับกุมนายศุภชัย ศรีศุภอักษร บอสใหญ่สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ที่ร่วมมือกับธัมมชโยฉ้อโกงสมาชิกสหกรณ์ ดังนั้น คสช.จึงไม่ได้จงใจทำลายพระพุทธศาสนา ธัมมชโย และวัดพระธรรมกายแต่อย่างใด ต้องการเอาตัวบุคคลเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเท่านั้น แต่ธัมมชโยไม่ยอมออกมามอบตัวโดยใช้พระ เณรและอุบาสกอุบาสิกามาเป็นโล่มนุษย์ขัดขวางไม่ให้เข้าถึงตัว ถ้ารัฐบาลและ คสช.ปล่อยให้ผู้ต้องหาคนใดอยู่เหนือกฎหมายก็เท่ากับว่าเป็นรัฐที่ล้มเหลว เหตุนี้จึงต้องใช้กฎหมายที่คิดว่า จะทำให้บ้านเมืองมีขื่อแป เป็นรัฐที่ไม่ล้มเหลวตามที่ถูกกล่าวหา คสช.ไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน ต้องทำตามกฎหมาย” นายบุญเลิศกล่าว

“บิ๊กตู่” เสียใจเหตุคนแขวนคอ

ต่อมาเวลา 22.30 น. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีที่ชายสูงอายุผูกคอตายเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่ง ม.44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสีย นายกฯกล่าวว่า ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามอย่างที่สุดในการเจรจาและเตรียมการช่วยเหลือ แต่ไม่อาจป้องกันได้เพราะเกิดเหตุสุดวิสัย อยากให้สติแก่สังคมโดยเฉพาะผู้ที่สนับสนุนวัดพระธรรมกาย ทั้งพระสงฆ์และศิษยานุศิษย์ว่า ไม่ควรปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น และไม่ควรใช้ศรัทธาความเชื่อมั่นของผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องมือปกป้องผู้กระทำผิดเพียงไม่กี่คน แต่ท้ายที่สุดกลับออกมาปฏิเสธว่า ไม่ใช่ลูกศิษย์ของตน รวมทั้งขอเรียกร้องว่า ไม่ควรกล่าวโทษคำสั่งตาม ม.44 ว่าเป็นสาเหตุ เพราะที่ผ่านมาผู้กระทำผิดไม่ยอมรับกฎหมาย แต่กลับแสวงหาประโยชน์จากผู้อื่นและใช้กฎหมู่หลบหนีความผิด เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจำเป็นต้องทำตามกฎหมายไม่ทำจะเข้าข่ายละเลยการปฏิบัติหน้าที่

แจงเด้ง “พนม” พ้นเก้าอี้ ผอ.พศ.

พล.ท.สรรเสริญกล่าวด้วยว่า กรณีที่มี ม.44 ให้นายพนม ศรศิลป์ พ้นจากตําแหน่ง ผอ.พศ. และให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผบ.สำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำรงตำแหน่งแทน คำสั่งดังกล่าวเป็นไปเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่ต้องดำเนินงานสนองงานคณะสงฆ์และรัฐ ทำนุบำรุงส่งเสริมและพัฒนากิจการพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเพื่อปกป้องคุ้มครองไม่ให้พระศาสนาเกิดความมัวหมองและประสานประโยชน์กับทุกฝ่ายนำไปสู่การปฏิรูปอย่างยั่งยืน ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งใหม่ว่าไม่เคยมีประสบการณ์ด้านงานศาสนามาก่อนนั้นโดยปกติผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของหน่วยงานจะสรรหาจากผู้ที่มีวิสัยทัศน์ด้านการบริหารและเคยเป็นผู้นำหน่วย ส่วนในการปฏิบัติงานนั้นยังมีรอง ผอ.หัวหน้าหน่วยระดับกลาง หน่วยงานระดับจังหวัด ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนให้งานบรรลุผลสำเร็จได้

เด้งฟ้าผ่า “พนม ศรศิลป์” ผอ.สำนักพุทธศาสนาไปประจำสำนักนายกฯ ให้ “พ.ต.ท. พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์” จากดีเอสไอมาแทน ธรรมกายแฉ ดีเอสไอบุกทำลายกล้องวงจรปิดที่รั้วระหว่างประตู 1 และประตู 4 จำนวน 3 ตัวกลางดึก ขอคำชี้แจงว่าทำเพราะอะไร 26 ก.พ. 2560 00:19 26 ก.พ. 2560 06:47 ไทยรัฐ


advertisement