วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เวทีแจ้งเกิด

โดย โจโจ้

ผ่านมาถึงครึ่งทางแล้วสำหรับกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 44 “สุรนารีเกมส์” ที่กำลังช่วงชิงเหรียญทอง อย่างเมามันกันที่เมืองย่าโม จ.นครราชสีมา ซึ่งก็ไม่แปลกใจที่เห็นทัพนักกีฬาจากรั้วพระเกี้ยว

“จุฬาฯ” ผงาดขึ้นนำจ่าฝูงในตอนนี้

ช่วงแรกๆอาจไม่เห็นทีมจากจุฬาฯ มีผลงานที่โดดเด่นมากนัก ปล่อยให้มหาวิทยาลัยอื่นขึ้นยืนแท่นไปก่อน แต่ถัดมาไม่กี่วันนักกีฬาจากจุฬาฯก็เริ่มแผลงฤทธิ์แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงออกมา โดยเฉพาะกีฬาว่ายน้ำที่บรรดาเงือกสาวฉลามหนุ่มในสังกัดพาเหรดโกยเหรียญได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

นี่เป็นเพียงแค่ว่ายน้ำ ยังไม่รวมถึงเทนนิส, แบดมินตัน หรืออีกหลายชนิดกีฬา ที่บรรดานักกีฬาทีมชาติต่างเรียนอยู่ในสังกัดรั้วพระเกี้ยวทั้งนั้น จึงส่งผลให้อันดับตารางเหรียญของจุฬาฯ ผงาดขึ้นนำจ่าฝูงทันที

แม้จะมีสถาบันการพลศึกษา-สพล. ที่ถือว่าโดดเด่นเรื่องกีฬาไม่แพ้กันไล่บี้ตามมาติดๆก็ตาม แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่ายังไงก็สู้เรื่องประสบการณ์หรือความแข็งแกร่งของนักกีฬาทีมชาติไม่ได้

บางชนิดที่นักกีฬาคนหนึ่งสามารถลงแข่งในหลายประเภท อย่างว่ายน้ำสุดท้ายตัวเต็งหรือคนที่จะเป็นคนที่โกยเหรียญก็มักจะไม่พลาดอย่างเช่น “หมอนอิง” เพียงขวัญ ปะวะโพตะโก เงือกสาวทีมชาติไทยจากรั้วพระเกี้ยว ที่ลงแข่งถึง 4 รายการ เมื่อดูตามศักยภาพแล้วคิดว่าน่าจะได้ตามเป้า เพราะอย่างน้อยในรายการเดี่ยวผสม 400 เมตรหญิง “หมอนอิง” ก็สร้างสถิติใหม่ได้สำเร็จ

ต้องยอมรับว่าด้วยดีกรีทีมชาติแล้วหากไม่อับโชคหรือเกเรโอกาสที่จะพลาดยาก อย่าง “เจ้ามิ้ว” จีระพงศ์ มีนาพระ ลมกรดทีมชาติไทยจาก ม.กรุงเทพ ก็ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดเฉียบคว้าได้ 2 เหรียญทอง แถมรายการแรกวิ่ง 100 เมตรชายยังทุบสถิติเดิมลงอย่างราบคาบเช่นเดียวกัน

วันนี้หลายมหาวิทยาลัยต่างก็มีนักกีฬาทีมชาติเข้าอยู่ในสังกัดเกือบทั้งนั้น อยู่ที่ว่าสถาบันไหนจะเป็นที่ต้องตาต้องใจหรือเมื่อจบแล้วทำให้มีชื่อมากกว่า จึงไม่แปลกที่มหาวิทยาลัยดังอย่าง จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพ เกษตรศาสตร์ จะมีนักกีฬาทีมชาติมาเรียนเยอะกว่าหลายที่

แต่สิ่งหนึ่งก็ต้องยอมรับคือสถาบันดังๆ บางครั้งก็ทำให้นักกีฬาจบยากไปด้วย เพราะเรื่องเรียนนั้นยังไงก็ต้องมาก่อน จนระยะหลังหลายสถาบันที่ดังๆ เริ่มเปิดห้องพิเศษเพื่อนักกีฬาด้วยการเปิดสอนคอร์สต่างหากหลังจากที่นักกีฬาทีมชาติเสร็จสิ้นภารกิจหลักรับใช้ชาติแล้ว

ต่างกับมหาวิทยาลัยที่รองลงมาหรือเอกชนที่มักจะได้เปรียบจบง่ายกว่า เพราะเขาจะให้ความสำคัญเรื่องของกีฬาควบคู่กันไป แต่ก็ไม่ใช่เรียนไม่เก่งเพียงแต่ว่าอาจจะให้อาจารย์สอนพิเศษกันไปเลย เพื่อความสะดวกหรือเลื่อนการสอบออกไปเป็นห้องพิเศษที่สามารถทำได้ง่ายกว่าสถาบันดัง

เมื่อหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดว่านักกีฬาทีมชาติไทยมักจะเก่งในช่วงยุวชนเยาวชน หรือระดับมัธยม แต่พอเริ่มเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยผลงานก็มักจะดร็อปไปด้วย เพราะต้องให้ความสำคัญกับการศึกษามากกว่า จนมาระยะหลังสถาบันหลายแห่งเริ่มปรับเปลี่ยนแนวคิดกันใหม่ จึงทำให้ทุกอย่างเริ่มลงตัวทั้งกีฬาและการเรียน

เอาเถอะครับ วันนี้กีฬาปัญญาชนกำลังเข้มข้นหลายสถาบันกำลังไล่ล่าเหรียญกันอย่างสนุก ที่สำคัญบรรดานักกีฬาทีมชาติทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าต่างก็ต้องผ่านทัวร์นาเมนต์นี้มาทั้งนั้น ซึ่งก็ถือว่าเป็น “เวทีแจ้งเกิด”

หนทางยังอีกยาวไกล ทุกอย่างยังเกิดขึ้นได้ คงต้องมาวัดในช่วงท้ายว่า สถาบันไหนจะยืนระยะได้ยาวกว่ากัน อยู่ที่ความอึดแหละครับ.

โจโจ้

25 ก.พ. 2560 23:46 25 ก.พ. 2560 23:47 ไทยรัฐ