วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เคล็ดลับสู่ความเป็นหนึ่งตลอดกาล ราชาแห่งไข่มุก “มิกิโมโต้”

ถ้าพูดถึงไข่มุกที่ดีที่สุดในโลก ทุกคนคงจะต้องนึกถึง “มิกิโมโต้” แบรนด์เครื่องประดับมุกไฮเอนด์อันดับหนึ่งสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งสืบทอดตำนานความเป็น “ราชาแห่งไข่มุก” มาต่อเนื่องยาวนานกว่า 124 ปี ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกยุคดิจิทัล ผนวกกับผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก “มิกิโมโต้” มีคาถาอะไรดีที่ทำให้สามารถยืนหยัดครองความเป็นหนึ่งมาได้ถึงทุกวันนี้

คงไม่มีใครจะตอบคำถามนี้ได้ดีไปกว่า “มร.ฮิโตชิ โยชิดะ” ประธานบริษัท เค. มิกิโมโต้ แอนด์ โค จำกัด ซึ่งเข้ามาบริหารมิกิโมโต้ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ในยุคที่ต้องเผชิญกับคลื่นลมแรงกระหน่ำซัดมากมาย ในโอกาสที่ท่านประธานเดินทางมาเมืองไทย เพื่อร่วมตัดริบบิ้นเปิดตัวหนังสือ “เดอะ เพิร์ล เนคเลส” บันทึกคุณค่าของเครื่องประดับมุกชิ้นมาสเตอร์พีซ ที่อยู่คู่กายเซเลบริตี้คนดัง และผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่นระดับโลกมาทุกยุคทุกสมัย “มร.ฮิโตชิ” ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ทุกแง่มุมกับทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐเป็นครั้งแรกเดินทางมาเมืองไทยหลายครั้งหรือยังคะ ประทับใจอะไรในประเทศไทยบ้าง

ผมเดินทางมาเมืองไทยเป็นครั้งที่สองแล้ว คนญี่ปุ่นกับคนไทยมีความอ่อนน้อมถ่อมตนคล้ายคลึงกัน ผมมีเพื่อนวัยเกษียณหลายคนที่อยากมาใช้ชีวิตบั้นปลายในเมืองไทย

มิกิโมโต้อายุเก่าแก่กว่า 124 ปี ทำยังไงถึงรักษาความยิ่งใหญ่ได้ยาวนานขนาดนี้

มิกิโมโต้เป็นแบรนด์ที่จริงใจ ไม่เคยโกหกลูกค้า ความจริงใจของเรามาจากความเชื่อมั่นว่าเรามีสินค้าคุณภาพดีจริงๆ นอกจากนั้น เรายังมีเทคโนโลยีที่มั่นใจว่าเป็นอันดับหนึ่งของวงการจิวเวลรี่

ทำไมคนต้องยอมจ่ายแพงกว่ามาก เพื่อซื้อไข่มุกจากมิกิโมโต้

คงเพราะมั่นใจในคุณภาพของมิกิโมโต้ การทำมุกเลี้ยงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นถึงสิ้นสุด ฟาร์มที่เลี้ยงก็ต้องสะอาดเพียงพอ ขั้นตอนการดูแลระหว่างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หลังจากนำนิวเคลียสใส่ลงไปในหอยมุก ก่อนที่จะเสร็จก็ต้องระวังว่าจะมีพายุมาหรือเปล่า มีพวกแพลงก์ตอนมาสร้างความเสียหายหรือเปล่า กระบวนการเหล่านี้นอกจากจะทำให้ได้ไข่มุกมายากแล้ว มิกิโมโต้ยังพิถีพิถันมากถึงมากที่สุด เพราะเราเลือกสรรเฉพาะไข่มุกที่ดีที่สุดเพียง 1 ใน 100 จาก 10% แรกนั้นอีกที เพื่อให้ได้ไข่มุกที่มีความกลมเกลี้ยง มีลัสเตอร์เงางาม ไร้ตำหนิ และแข็งแรงทนทาน ไข่มุกของมิกิโมโต้บางครั้งทำตกยังไม่เป็นรอยเลย อีกอย่างที่เป็นจุดแข็งของมิกิโมโต้คือ เราดูแลตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำของการผลิตมุก คือเลี้ยงมุกเอง โดยมีฟาร์มไข่มุกอยู่ที่เมืองโตบะ ประเทศญี่ปุ่น ขั้นตอนดีไซน์ การผลิต และการจัดจำหน่าย ก็ควบคุมเองหมด สิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกค้ายอมรับในมาตรฐานของมิกิโมโต้ ในเรื่องฝีมือของงานช่างก็ถือว่าสุดยอดมาก มีหลายคอลเลกชั่นที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถพิเศษในเรื่องของช่างฝีมือ และสิ่งที่เราได้รับการชื่นชมตลอดคือ งานแฮนด์เมดทั้งหลาย ที่ต้องอาศัยความประณีตพิถีพิถันเป็นพิเศษ

มิกิโมโต้เป็นแบรนด์คลาสสิกออกจะสูงวัย มีการปรับตัวเพื่อดึงดูดลูกค้ารุ่นใหม่ๆบ้างไหม

แน่นอนว่าเรามองถึงจุดนี้อยู่แล้ว มิกิโมโต้มีการปรับตัวอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ๆ เราร่วมมือกับหลายๆแบรนด์เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ร่วมมือกับเฮลโล คิตตี้ และลาดูเร่

ตลาดไหนเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของมิกิโมโต้

ยอดขาย 70% มาจากตลาดในประเทศญี่ปุ่น รองลงมาคือตลาดอเมริกา ส่วนตลาดเอเชียก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็วมาก ยอดขายน่าจะไล่ทันอเมริกา ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ปัจจุบันมิกิโมโต้มีร้านอยู่ 26 แห่งทั่วเอเชีย สำหรับตลาดจีน ยอดขายก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะช่วงหลังมานี้ รัฐบาลสนับสนุนให้ประชาชนช็อปปิ้งในประเทศมากขึ้น โดยลดกำแพงภาษีนำเข้าลง

อะไรคือความท้าทายสำคัญของมิกิโมโต้ในทศวรรษหน้า

มิกิโมโต้เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์ไข่มุกอันดับหนึ่งของโลก แต่จากนี้ไปผมอยากปลุกปั้นมิกิโมโต้ให้เป็นที่ยอมรับในฐานะแบรนด์เครื่องประดับจิวเวลรี่ระดับแถวหน้าของโลกด้วย เนื่องจากไข่มุกเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด และไข่มุกจะหายากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัจจุบันคนเริ่มรับรู้แบรนด์มิกิโมโต้ในฐานะแบรนด์จิวเวลรี่มากขึ้นแล้ว

พูดอย่างนี้แปลว่าไข่มุกกำลังจะหมดโลกเหรอคะ

เมื่อ 15 ปีที่แล้ว แบรนด์มิกิโมโต้เคยมีวิชั่นว่าจะผลิตไข่มุกให้ได้มากขึ้น 10 เท่าจากเมื่อก่อน มาถึงวันนี้ต้องบอกว่าไข่มุกที่ผลิตได้ลดน้อยลงไปเยอะมาก จาก 100 เหลือเพียง 10 ซึ่งตรงนี้เป็นที่มาของการปรับเปลี่ยนตัวเองมาเป็นแบรนด์จิวเวลรี่ แม้เราจะหันไปใช้ไข่มุกธรรมชาติจากแหล่งอื่นๆมาช่วยชดเชย แต่ก็มีปัจจัยน่าเป็นห่วงอีกอย่างคือฟาร์มไข่มุกเก่าแก่ที่ทำงานกับมิกิโมโต้มานานเริ่มแก่เฒ่าชรากันหมด และไม่มีลูกหลานมาสืบทอดการทำฟาร์มไข่มุก เพราะมันเป็นงานที่เหน็ดเหนื่อยมาก เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยอยากทำกัน ตรงนี้ส่งผลให้ซัพพลายไข่มุกลดลงอย่างมาก

ยิ่งมีไข่มุกน้อยลงและยิ่งหายาก ก็ต้องรีบซื้อมาสะสมไว้ใช่ไหมคะ

(ยิ้มกว้าง) โชคดีที่ช่วงหลังคนจีนซื้อมุกน้อยลงมาก ทำให้ไข่มุกของมิกิโมโต้ยังมีเหลืออยู่พอสมควร ไม่ต้องรีบซื้อมากขนาดนั้นก็ได้ครับ

ท่านประธานเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้มิกิโมโต้บ้าง

ผมเข้ามารั้งตำแหน่งนี้ได้ 6 ปีแล้ว เข้ามาตอนอายุ 69 ปี ผมเคยทำงานกับมิกิโมโต้มานาน และได้ลาออกไปทำธุรกิจของตัวเอง ภายหลังมิกิโมโต้ประสบปัญหาด้านยอดขาย อันเนื่องมาจากความตกต่ำของเศรษฐกิจทั่วโลก ผู้บริหารในตระกูลมิกิโมโต้จึงชักชวนผมให้กลับมาเป็นประธาน ผมได้เข้ามาปรับเปลี่ยนทิศทางของธุรกิจใหม่หมด กระทั่งยอดขายในช่วง 3 ปีให้หลังของมิกิโมโต้ทำสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ก่อตั้ง ถือเป็นความภูมิใจทีเดียว ตอนผมเข้ามาเป็นประธานนั้น มิกิโมโต้กำลังเผชิญความท้าทายเรื่องยอดขาย พนักงานก็ไม่มีกะจิตกะใจทำงานเท่าไหร่ แต่หลังจากผมเข้ามาบริหารงานได้ 3 ปี บรรยากาศทุกอย่างเปลี่ยนไป พนักงานดูกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นทีเดียว

ในฐานะผู้บริหารคนนอก ได้รับอิสระเต็มที่ไหมจากตระกูลมิกิโมโต้

อะไรที่เป็นผลดีกับบริษัท และทำให้บริษัทได้กำไร ก็ได้รับไฟเขียวให้ทำหมด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีปัญหาอะไร เพราะผมสื่อสารกับเจ้าของมิกิโมโต้อย่างสม่ำเสมอ

มิกิโมโต้มีความผูกพันกับตำนานสำคัญของโลกมากมาย ประวัติศาสตร์หน้าไหนที่ภูมิใจที่สุด

มีคนดังจำนวนมากที่เป็นลูกค้าของมิกิโมโต้ รวมถึงราชวงศ์ระดับโลก แต่ทุกอย่างต้องเก็บเป็นความลับสุดยอดเท่านั้น เอาเป็นว่าพระราชวงศ์ญี่ปุ่นยังเป็นลูกค้าเหนียวแน่นของมิกิโมโต้ และมิกิโมโต้กำลังถวายงานสำคัญระดับประวัติศาสตร์ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้จริงๆ.

ทีมข่าวหน้าสตรี

ถ้าพูดถึงไข่มุกที่ดีที่สุดในโลก ทุกคนคงจะต้องนึกถึง “มิกิโมโต้” แบรนด์เครื่องประดับมุกไฮเอนด์อันดับหนึ่งสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งสืบทอดตำนานความเป็น “ราชาแห่งไข่มุก” มาต่อเนื่องยาวนานกว่า 124 ปี.. 25 ก.พ. 2560 13:46 ไทยรัฐ