วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 26/02/60

โดย สีกาอ่าง

พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่.

เข้าสู่ สนามพระวิภาวดี อาทิตย์สุดท้ายของเดือนที่สองซึ่งกำลังจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ด้วย ธรรมะ จาก หลวงปู่บุดดา ถาวโร ว่า “ปล่อยวางแล้วใจจะเบา ความทุกข์ทั้งหลาย ที่บีบคั้นกดทับจิตใจเราไม่หยุด ก็เพราะเราไปยึดไปแบกไว้ใช่หรือไม่”.....

ลองถามตัวเองดังนี้ ถ้าใช่ ก็ลองลดความยึดมั่นในสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นการตัดสาเหตุของความทุกข์ลงได้ ตามหลักธรรมขั้นสูง ว่า “สพฺเพ ธมฺมานาลํ อภินิเวสาย” แปลว่า “สิ่งทั้งปวงไม่ควรเข้าไปยึดมั่นถือมั่น”-- ปล่อยวางได้มาก ก็สุขมาก.....

ต่อไปดูพระเครื่องกัน องค์แรกมาตามคำเรียกร้องขอดู พระสมเด็จวัดระฆัง ที่เป็นองค์ดังในอดีต ก็เลยขอเสนอ พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆังโฆสิตาราม องค์นี้สายพระสมเด็จฯคงคุ้นตา เพราะเคยสร้างความฮือฮา ตั้งแต่ เสี่ยต้า บางแค ค้นพบจากชาวเรือเมืองนครสวรรค์ และนำเข้าวงการเมื่อปีพ.ศ.๒๕๔๒.....

และผ่านต่อให้ เสี่ยอั๊ง เมืองชล ซึ่งตอนนั้นกำลังคลั่งพงศาวดาร “สามก๊ก” พอเห็นองค์พระแล้ว ก็เกิดอาการอิน และนำไปเปรียบเทียบกับ พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ ที่มีฉายาว่า องค์กวนอู แต่หรูหรากว่า เพราะ ลงรัก ปิดทอง ล่องชาด มาแต่เดิมอย่างงดงามอร่ามตา.....

จึงจินตนาการถึงนาม “เล่าปี่” เจ้าสำนัก ๑ ใน ๓ ก๊ก ที่เป็นตัวแทนคุณธรรม มีเอกลักษณ์สวมเสื้อทองทับร่างเป็นจุดเด่น จึงตัดสินใจซื้อแบบเด็ดเดี่ยว แล้วตั้งฉายาว่า “องค์เล่าปี่” เป็นที่ยอมรับว่าเป็น ๑ ใน ๑๐ สุดยอดพระสมเด็จ วัดระฆังฯพิมพ์ใหญ่ มาถึงทุกวันนี้.....

ตลอดเวลา องค์เล่าปี่ เป็นองค์ที่มีผู้สนใจถามถึงมากที่สุดองค์หนึ่ง เพราะสมัยนั้น ถูกเช่าไปในราคา ๑๗ ล้าน และปัจจุบัน มีคนเสนอราคาให้ครั้งสุดท้ายเมื่อ ๓ ปีก่อน ๓๕ ล้าน.....

รายการที่สอง เป็น พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัด พระศรีรัตนมหาธาตุ อ.เมือง สุพรรณบุรี องค์นี้ก็นำกลับมาให้ชมกันอีกรอบ เพราะครั้งก่อนเขียนถึง พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าหนุ่ม ว่าน่าใช้ไม่แพ้พิมพ์อื่น โดยเฉพาะเวลาบอกชื่อพิมพ์จะรู้สึกกระชุ่มกระชวย กว่าพิมพ์หน้าแก่.....

ปรากฏ มิตรรักแฟนเพลงที่มี พระพิมพ์หน้าแก่ น้อยใจ บ่นกระปอดกระแปด ว่าเชียร์ออกนอกหน้าไปป่าว และยืนยันค้านว่ายังไง พิมพ์หน้าแก่ ก็ต้องเหนือกว่า ทั้งพุทธศิลป์ แบบ อู่ทอง ยุคต้น ซึ่งดูมีตบะเดชะอำนาจเข้มขลังอลังการกว่า ราคาแม้จะขึ้นหลักล้านเหมือนกันก็ยังทิ้งระยะห่าง แบบ ยุคต้น กลาง ปลาย อย่างสมศักดิ์ศรี.....

และที่ข้าพเจ้า ต้องยอมรับ เพราะถูกถามจี้ ว่า ถ้ามีพระมาให้เลือกทั้ง 3 พิมพ์ จะเอาพิมพ์ไหน--ถ้าให้ฟรีก็ต้องเลือก “พิมพ์หน้าแก่” อยู่แร้ว เพราะจริงทุกอย่างที่บอกมา แต่ถ้าเสียตังค์คงไม่ต้องเลือก เพราะไม่ว่าพิมพ์ไหนก็ไม่มีจ่าย.....

ตามมาด้วย พระปิดตามหายันต์ (ยันต์ยุ่ง) หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังวรวิหาร แขวงบางขุนเทียน กทม. เพื่อตอบ คำถามสนามพระ ว่า พระปิดตายันต์ยุ่ง พิมพ์สองหน้า หลวงปู่เอี่ยม มีสร้างไว้จริงหรือไม่ ให้ได้รู้ชัดว่ามีจริง.....

เพราะองค์นี้เป็น พระปิดตา สองหน้า ที่แย่งกันซื้อจนราคาทะลุหลักล้านเมื่อปีก่อน.....

ต่อด้วย พระยอดขุนพล เสมาตัด กรุวัดอาวาสน้อย อ.เมือง กำแพงเพชร พระพิมพ์ เนื้อชินเงิน ตัดขอบตามแบบพิมพ์รูปทรงเสมา ขนาดเขื่อง พระแท้จะมีผิวเนื้อจะมีปรอทสีเงินแวววาว (เรียกว่า ปรอทเป็น) ขึ้นคลุม ถ้าเจอะเจอที่ผิวปรอทด้านไร้เงางาม (ปรอทตาย) ซึ่งพบบ่อย ท่านผู้ชมตัดสินเป็นพระเก๊ได้เลย.....

ด้านหลังพระ มีทั้งแบบเป็นลายผ้า และหลังเรียบ ที่มักมีสะเก็ดเนื้อเกิน ขึ้นเป็นตุ่มละเอียด ขนาดไล่เลี่ยอยู่ทั่วไป.....

พระยอดขุนพลนี้ยังค้นพบได้ที่ กรุวัดบรมธาตุ แต่ส่วนใหญ่ ไม่ได้ตัดปีก จุดนี้นักนิยมพระรุ่นเก่า ให้ทรรศนะว่า น่าจะเป็นที่มาของการแยกเรียกชื่อพิมพ์เป็น พระยอดขุนพล พิมพ์เสมาตัด กับ พระพิมพ์ยอดขุนพล ธรรมดา ซึ่งพิจารณารูปทรงแล้ว พระพิมพ์เสมาตัด มีความงามของรูปทรงชัดเจนเป็นมงคล จำนวนมีน้อย จึงได้รับความนิยมสูงกว่า--องค์งามๆ สภาพเดิมๆประมาณองค์นี้ของ เสี่ยมนต์ชัย เกียรติเจริญ ราคาอยู่ที่หลักแสนกลาง .....

จากความงามของพุทธศิลป์ แหล่งกำเนิด อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านคุ้มครองป้องกันภัย บันดาลโชคลาภ ตามตำรับพระเมืองนครชุม กล่าวกันว่า ถ้าองค์พระมีขนาดเล็กกว่านี้ ราคาต้องขึ้นหลักล้านไปนานแล้ว เพราะขึ้นคอใช้บูชาง่าย ก็ย่อมได้ความนิยม.....

อีกสำนัก คือ พระขุนแผน ผงพรายกุมาร พิมพ์เล็ก หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง เป็นแบบ เนื้อสองสี หน้าชมพู หลังส้ม บล็อกนิยม จัดสร้างคราวงานทำบุญผูกพัทธสีมาพระอุโบสถเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕.....

จัดเป็นพระพิมพ์เนื้อผงสร้างชื่อเสียงสูงสุด รุ่นแรก เพราะเนื้อพระที่มีอาถรรพณ์วิเศษของ หลวงปู่ทิม ที่เรียกว่า “ผงพรายกุมารมหาภูติ” ซึ่งหลวงปู่สร้างขึ้นจากหัวกะโหลกทารกตายในครรภ์วันเสาร์เผาวันอังคาร ซึ่ง นายหลาบ จ้อยเจริญ สัปเหร่อของวัด ที่ได้รับการประสิทธิ์ประสาท วิชาสะกดกุมาร ไปทำพิธี ขอนำหัวกะโหลกทารกตามตำรามาจากวัดละหารใหญ่ มามอบให้หลวงปู่ทำพิธีถึง ๗ คืน.....

แล้วจึงเก็บรักษาไว้จนแห้งสนิทอยู่หลายเดือน จึงนำมาตำบดเป็นผง ทำพิธีอีกหลายขั้นตอนในพระอุโบสถ โดยพระสงฆ์ ๙ รูป มี หลวงปู่ทิม เป็นประธาน รวบรวมผงสีน้ำตาลได้ ๑ กะละมังใหญ่ นำมาเป็นส่วนผสมสร้างองค์พระ มีพิมพ์เป็นเอกลักษณ์หลายแบบ ทั้งพิมพ์สิวลี พิมพ์พลายเดี่ยว พิมพ์รูปเหมือนเศียรโต พิมพ์รูปเหมือนเศียรเล็ก และ พิมพ์ขุนแผน ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุด มีสร้างไว้ ๒ ขนาด เป็น พิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก ทั้งสองขนาด มีบล็อกพิมพ์มาตรฐาน ๒ บล็อกคือ บล็อกลองพิมพ์ เป็นบล็อกที่ใช้กดทดลองพิมพ์ช่วงแรกๆ ซึ่งพิมพ์พระยังตื้น เนื้อพระก็ค่อนข้างหยาบ ดูไม่งดงาม จึงมีการปรับแต่งพิมพ์ให้คมชัดขึ้น ใช้เป็น บล็อกจริง เรียกว่า “บล็อกแรก” ซึ่งได้รับความนิยม เป็น บล็อกนิยม.....

พิมพ์ใหญ่ มีบางส่วนฝังตะกรุดด้านหลัง พิมพ์เล็กทุกองค์ไม่ฝังตะกรุด เนื้อพระเป็นผงพรายกุมารผสมมวลสารว่านยาต่างชนิด สีเนื้อพระจึงมีหลายสี คือ ดำ แดง ชมพู เหลือง ขาว (ส่วนใหญ่ชุบสีบรอนซ์ทอง) อย่างองค์นี้ของ เสี่ยหมู เมืองกาญจน์ เป็นชนิดเนื้อหน้าชมพูหลังส้ม ซึ่งมีส่วนผสมของว่านสบู่เลือด ราคาค่าความนิยมส่วนหลักหลายแสน เขตพื้นที่เหยียบล้าน.....

ต่อไป ขอเสนอ พระพุทธรูป บูชาศิลปะสมัยเชียงแสน สิงห์ ๑ หน้าตัก ๙ นิ้ว ซึ่งเจ้าของ เสี่ยโต้ง บางแค บอกมาว่า วัดแล้วขนาดหน้าตัก ๘.๕ นิ้ว ก็คงเพราะการสร้างพระสมัยนั้น ยังไม่มีเครื่องมือวัดขนาดเป็นมาตรฐาน การกำหนดหน้าตักพระตอนขึ้นหุ่น ก็มักจะใช้นิ้วหัวแม่มือช่างปั้นเป็นเครื่องกำหนดขนาด ต้องการขนาด ๙ นิ้ว ก็กดนิ้วหัวแม่มือต่อกัน ๙ ครั้งเป็นกำหนด แล้วก็วัดเอาขนาดหน้าตัก วางเฉียงจากปลายเข่าไปจดหัวไหล่ด้านตรงข้าม เป็นการกำหนดความสูง และก็ยังใช้ขนาดนี้วัดเป็นเส้นรอบ วงพระเศียร ขนาดหน้าตักจึงมักไม่เป๊ะ เพราะขนาดนิ้วช่างไม่เท่ากัน.....

และการหดตัวของเนื้อโลหะ ที่ใช้หล่อองค์พระ ก็ไม่สามารถกำหนดให้ชัดเจน ซึ่งนักนิยมพระบูชารุ่นครูอาจารย์ จะใช้เป็นอีกจุดพิจารณา ประกอบพุทธศิลป์ เนื้อโลหะ คราบไคลโลหะที่เกิดขึ้นตามอายุความเก่า ของพระแท้ ถึงยุค ถึงสมัย อย่างองค์นี้ที่พิจารณาได้ว่าเป็นพระแท้ ถึงยุค ที่มีความงามเข้าขั้น.....

ไปดู สนามพระใหม่ วันนี้มารุ่นเดียว เป็นวัตถุมงคลสายเหนือ ของ พระครูพิมลธรรมรัต (บุญตัน เตชธมฺโม) หรือ “ครูบาตั๋น” หรือ “ครูบาคำตั๋น” หรือ “หลวงปู่ครูบาบุญตัน” อายุ 95 ปี เจ้าอาวาสวัดย่าพาย ที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลบวกค้าง พระเถระที่มีพรรษายุกาลอาวุโสที่สุดในแถบอำเภอสันกำแพง หนึ่งในครูบาขมังเวทแห่งล้านนา สายบารมีธรรม ครูบาเจ้าศรีวิชัย .....

กล่าวกันว่า วิชาอาคมของ ท่านนั้นไม่ธรรมดา โดยเฉพาะ เมตตามหานิยม ผสมกับแคล้วคลาดปลอดภัย เป็นที่ลือเลื่องทั่วทั้งเมืองเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง ว่า วัตถุมงคล ครูบาตั๋น เข้มขลัง มีพุทธคุณศักดิ์สิทธิ์ ติดอันดับ ของดี “สายเมตตา” เวลาปลุกเสกพระหรืออธิษฐานจิตเดี่ยว ท่านจะบริกรรมคาถาอย่างเต็มสูตร โดยออกเสียงเหมือนตอนสวดมนต์นานครึ่งค่อนชั่วโมง.....

ครั้งนี้ ศิษยานุศิษย์ตื่นเต้นดีใจมาก เพราะท่านอนุญาตให้สร้าง เหรียญรูปเหมือนครึ่งองค์ รุ่น “สร้างบารมี 59” เพื่อนำรายได้บูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะ และตั้งกองทุนพระครูพิมลธรรมรัต.....

การจัดสร้างครั้งนี้ เขย่าวงการเหรียญคณาจารย์เมืองเหนือ เพราะศิลปะใน เหรียญรูปไข่ แฝงด้วยความหมายแห่งอักขระยันต์ และประสิทธิ์ประสาทด้วยพระคาถามหาคุณ มหาโชค มหาโภคทรัพย์ ตามตำรับมหาเวทล้านนา และ หล่อหลอมจากแผ่นจารและชนวนเนื้อโลหะศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เป็นเหรียญคณาจารย์ที่ดีทั้งเนื้อในและเนื้อนอก และปลุกเสกด้วย พระคาถาล้านนาโบราณ เพื่อให้เกิดคุณวิเศษดีทุกด้าน จัดเป็นเหรียญขลังตำรับล้านนา “สายเมตตา” ที่ฮอตที่สุดในขณะนี้.....

สอบถามบูชาได้ที่วัด 08-2897-7708, 08-1425-6328, 08-1875-5084.....

สุดท้าย ขอลากันด้วยเรื่องเรียกยิ้ม ของ คุณลุงจรูญ ข้าราชการบำนาญ ซึ่งมีเรื่องกลุ้มกับลูกชายที่ไม่เอาไหน เรียนอะไรก็ไม่จบ.....

แกก็มองแล้วว่า นิสัยแบบนี้น่าจะมีอาชีพเป็นเชฟ จึงพยายามพูดจูงใจ จนลูกชายยอมไปเรียนกับเชฟที่พ่อเลือกให้ ทำให้ ลุงจรูญดีใจมาก ก่อนลูกจะไปเรียน ก็สอนลูกว่าให้ทำตัวใกล้ชิด เอาใจ สังเกตกิริยาอาการเชฟ เพราะการทำอาหาร เชฟ จะมีเคล็ดลับส่วนตัว.....

ผ่านไป ๓ เดือน ลูกชายก็กลับมาบอกว่าเรียนจบแล้ว และขอเงิน ๘ หมื่น บอกว่าจะไปซื้ออุปกรณ์เคล็ดลับการทำอาหารอร่อย ลุงจรูญ ก็สงสัยว่าเครื่องอะไรทำไมแพงจัง ยี่ห้ออะไร.....

ลูกชายตอบว่าไม่ใช่เครื่องทำอาหาร แต่เป็น พระเครื่อง เพราะทำตามที่พ่อสั่ง คอยสังเกตเชฟ แล้วเห็นเชฟยก พระเครื่อง อาราธนาก่อนทำอาหารทุกครั้ง พอถาม เชฟก็บอกว่าเป็นเคล็ดลับเฉพาะตัว ในการทำอาหารให้อร่อย--ลูกศิษย์ก็เลยเจรจาขอเช่า จนเชฟยอมขายให้ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

25 ก.พ. 2560 13:44 ไทยรัฐ