วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ของอร่อยเมืองเชียงราย ตบท้ายด้วย “บัวลอยมือถือ”

โดย ซูม

เป็นธรรมเนียมของผมและทีมงานซอกแซกอยู่แล้วครับว่า ทุกครั้งที่ไปเที่ยวบ้านไหนเมืองไหนกลับมาจะต้องเขียนถึงของอร่อยๆบ้านนั้นเมืองนั้นอยู่เสมอๆ

ตามวิสัยคนชอบกินจุบกินจิบ และรับประทานจุของหัวหน้าทีมที่เคยอ้วนเฉียดๆ 100 กิโลกรัมมาแล้วว่างั้นเถอะ

แม้ทุกวันนี้จะลดน้ำหนักลงได้จนเหลือแค่ 70 กว่าๆกิโลกรัม แต่อุปนิสัยดั้งเดิมก็ยังอยู่ คือยังอดกินจุบกินจิบไม่ได้ซีน่ะ เวลาไปเจอของอร่อยในยามเดินทาง

ไปเชียงรายงวดนี้หัวหน้าทีมซอกแซกมีเมนูและสถานที่สำหรับอาหารอร่อยๆและวิวดีๆ มาฝากท่านผู้อ่านอยู่หลายที่เหมือนกัน

ที่แรกเลยก็ โรงแรมดุสิตรีสอร์ต ของจังหวัดเชียงราย ที่ตั้งอยู่ริมน้ำกกนั่นแหละครับ...ไปนอนอยู่ 3 คืนตื่นขึ้นมารับประทานอาหารเช้ารวม 3 มื้อ...ติดอกติดใจมากๆ

ที่ว่าติดอกติดใจนั้นคงไม่ใช่รสชาติอาหารหรอกครับ เพราะยังไงๆก็คล้ายๆและเหมือนๆกับอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ของโรงแรมใหญ่ๆทั่วไป

แต่ที่ดุสิตรีสอร์ตเขาจะมีข้าวต้มเลือดหมูเป็นเอกลักษณ์ และจะยกออกไปตั้งร้านตั้งเตาต้มอยู่นอกห้องอาหารบริเวณสนามหญ้า ต้องเดินออกไปสั่ง และเพราะหัวหน้าทีมเดินออกไปนี่แหละครับถึงได้เจอกับ “ของดี”

เจอ แม่น้ำกก น่ะครับ ทั้งสายเลย ไหลเอื่อยๆ ผ่านโรงแรมดุสิตรีสอร์ต ขึ้นไปทางทิศเหนือ (แม่น้ำกกจะไหลขึ้นเหนือ) และเผอิญว่าฝั่งตรงข้ามแม่น้ำกกหน้าโรงแรมนั้นยังเป็นแมกไม้เขียวชอุ่ม ไม่มีบ้านเรือนเลย จึงเป็นวิวยามเช้าที่สวยงามจับใจมาก ยิ่งตอนพระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 6 โมงเช้าเศษๆยิ่งสวยอย่างบอกไม่ถูก

ประกอบกับทั้ง 3 เช้าที่หัวหน้าทีมออกไปซดกาแฟโบราณ (ที่ดุสิตรีสอร์ตจัดมาให้เหมือนกัน) แกล้มเลือดหมูต้มนั้น อุณหภูมิอยู่ประมาณ 15-16 องศาเซลเซียส เรียกว่าหนาวแต่พองาม ทำให้อาหารมื้อเช้าทั้ง 3 มื้อของหัวหน้าทีมซอกแซกอร่อยประทับใจด้วยเหตุฉะนี้

อร่อยที่บรรยากาศซึ่งลงตัวพอดีว่างั้นเถอะจึงขอแนะนำสำหรับท่านที่ไปพักโรงแรมนี้ว่าเวลารับประทานอาหารเช้าอย่านั่งอยู่แต่ในห้องอาหารเป็นอันขาด ขอให้ออกมารับประทานข้างนอก ซึ่งเขาจัดโต๊ะไว้ประมาณ 7-8 โต๊ะ

รับรองจะทำให้อาหารที่อาจจะอร่อยธรรมดาๆ เหมือนโรงแรมทั่วๆไปนั่นแหละ กลายเป็นอาหารที่ประทับใจขึ้นมาทันที

สำหรับมื้อประทับใจอีกหนึ่งมื้อของทีมงานซอกแซกงวดนี้อยู่บนเชิงดอยครับ ขอแนะนำเช่นกันแม้จะอยู่ไกลตัวเมืองไปหน่อยเพราะอยู่ถึงไร่สิงห์หรือ “สิงห์ปาร์ค” เชียงราย ที่ตำบลแม่กรณ์ ห่างจากตัว เมืองราวๆ 20 กิโลเมตรที่ผมไปดูเทศกาลบอลลูนนั่นแหละครับ

ชื่อร้านอาหาร “ภูภิรมย์” ครับ ฟังแค่ชื่อก็รู้แล้วว่าต้องอยู่บนภูหรือดอยหรือภูเขาอย่างแน่นอน ซึ่งความจริงก็เป็นเนินเขาที่ดูเหมือนไม่สูงนักจากทางขึ้นด้านหน้า

แต่เมื่อขึ้นไปบนร้านแล้วมองไปด้านหลังถึงจะรู้ว่าเป็นร้านที่อยู่บนภูเขาและอยู่สูงเหมือนกัน มองเห็นหุบเขา ซึ่งเป็นที่ปลูกพืชพันธุ์ต่างๆรวมทั้งไร่ชาด้วยอยู่ข้างล่างสุดลูกหูลูกตาไปจนถึงอีกฟากหนึ่ง ซึ่งเป็นทิวเขายาวๆ

ถ้าจะกินไปดูวิวไปให้ครบสูตรของร้าน “ภูภิรมย์” ต้องเลือกที่นั่งที่คล้ายๆดาดฟ้าทางด้านหลังนะครับ จะเห็นวิวสวยมาก รวมทั้งจะได้เห็น พระอาทิตย์ตกดินยามย่ำค่ำอีกด้วย

อาหารหลักที่นี่ที่ใครๆก็สั่งกันมี ไก่ย่างภูภิรมย์, ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ, สเต็กเนื้อ เป็นต้น แต่ถ้าชอบปลาก็มี ปลาดอลลี่ราดไวน์ขาว นี่เป็นอาหารยอดนิยม

สำหรับเครื่องเคียงต้องสั่งมารับประทานเล่นก่อนเลย “ยอดชาสดทอดกรอบ” หรือ “ยอดชาชุบแป้งทอด” ที่เขาเด็ดยอดใบชาอ่อนๆมาชุบแป้งทอด กลายเป็นเมนูอร่อยและสัญลักษณ์ของร้านที่ใครๆก็จะต้องสั่งเป็นจานแรก

รวมความว่าเป็นมื้อประทับใจทีมงานซอกแซก เพราะอร่อยทั้งอาหารและรื่นรมย์ทั้งบรรยากาศ ใครมีโอกาสไปเชียงราย ลองแวะไปพิสูจน์ก็ละกัน

เอาละ แนะนำของอร่อยแบบไฮโซมาแล้ว 2 ร้าน มาส่งท้ายด้วยร้านติดดินแบบชาวบ้านกันสักร้านดีกว่า เพราะเป็นร้านอยู่ในซอยหน้าทางเข้าตลาดไนท์บาซาร์ ของเชียงราย ไปจอดรถแล้วเดินไปซื้อกินได้เลย

“บัวลอยมือถือ” หรือขนมบัวลอยป้าอ้วน หน้าร้านขายยาอนุรักษ์เภสัช บริเวณทางเข้าไนท์บาซาร์ เชียงราย นั่นเอง

ที่เรียกว่าบัวลอย “มือถือ” เพราะทุกคนจะต้องถือออกไปกิน โดยป้าอ้วนจะตักใส่ถ้วยกระดาษให้อย่างเดียว จ่ายสตางค์แล้วก็ใช้มือรับไป จึงเรียกว่ามือถือ

สำหรับ “ถ้วย” ที่ใส่ บางตำนานบอกว่าป้าจะเย็บมาเป็นกระทงใบตอง วันละ 200 กระทง บางตำนานก็บอกว่าใช้กะลามะพร้าวที่ยังมีเนื้อมะพร้าวอยู่ใส่บัวลอยมาขายให้ แต่วันที่ทีมงานซอกแซกไปเยือนป้าอ้วนใช้ถ้วยกระดาษแบบซื้อเป็นโหลๆ จากห้างต่างๆ อาจจะเป็นเพราะกระทงหรือกะลามะพร้าวหมดแล้วก็เป็นได้

ป้าอ้วนจัดเอาไว้ 5 รส มีบัวลอยไข่เค็ม, บัวลอยซาหริ่ม, บัวลอยไอศกรีม, บัวลอยผลไม้รวม แล้วก็บัวลอยงามะพร้าว สนนราคาถ้วยละ 25 บาท ทีมงานซอกแซกสั่งมา 4 รส เพื่อให้ครบ 100บาท โดยไม่ต้องทอนจำไม่ได้ว่ารสไหนบ้าง...จำได้อย่างเดียวว่าอร่อยทุกรสเลย

สนุกตรงที่ต้องไปยืนเข้าคิวซึ่งยาวมาก แต่ก็ไหลไปได้เรื่อยๆ และเมื่อหันหลังกลับมามองก็จะเห็นคนต่อคิวอยู่ข้างหลังอีกยาวเชียว

ว่ากันว่าไม่ถึง 2 ทุ่มก็จะหมดแล้ว เพราะ ฉะนั้นใครจะแวะไปลิ้มลองต้องรีบไปหน่อย ป้าแกจะออกมาตั้งร้านประมาณ 18.00 น.

ไปเชียงรายทั้งทีเขาว่าต้องไปลิ้มรสบัวลอย มือถือป้าอ้วนสักถ้วย...เพื่อจะกลับมาคุยได้เต็มปากว่าเราไปถึงเชียงรายแล้วว่างั้นเถอะ!


“ซูม”

25 ก.พ. 2560 13:03 ไทยรัฐ