วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องหาคำตอบ?

รัฐบาล คสช. ปล่อยอาวุธหนักว่าด้วย ม.44 ออกมาหลายรายการ แต่ที่ยังเป็นศึกหนักอยู่เวลานี้ก็คือ “ธรรมกาย” ยังไม่รู้จะออกหมู่ออกจ่าอย่างไร อีกดาบก็ฟันฉับไปที่ รฟท. ซึ่งยังตีความกันไม่จบ

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ รัฐบาล “อำนาจพิเศษ” หลังเข้ามาบริหารประเทศอีกไม่กี่เดือนจากนี้ก็จะเข้าสู่ 3 ปีทำเป็นเล่นไป

ยิ่งอยู่ยาวงานก็ยิ่งยากขึ้นเป็นลำดับ

สุดท้ายก็ต้องควัก ม.44 ออกมาใช้ตามสภาพเนื้องานและความเป็นจริง เพียงแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับงานบริหารราชการแผ่นดิน

เป็นความจำเป็นเพื่อให้การทำงานรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะมีอุปสรรคขวากหนามจนไม่สามารถใช้กฎหมายปกติได้

บางเรื่องที่ปล่อยให้คาราคาซังมานานไม่ทำก็ไม่ได้ ขืนปล่อยเอาไว้ก็จะเป็นปัญหาต่อเนื่องไปอีกยาวนาน

“ธรรมกาย” คือปัญหาหนึ่งที่มีผลกระทบต่อวงการศาสนา

เคยใช้กฎหมายธรรมดาเข้าไปแก้ไขแต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะถูกแรงต้านจากทั้งพระและฆราวาส

วันนี้ต้องใช้ ม.44 เข้าไปจัดการ แต่ก็ต้องเจออุปสรรคซ้ำเข้าไปอีก คงต้องใช้เวลาไปอีกสักระยะถึงจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้

แต่ที่น่าเป็นห่วงอยู่อย่างก็คือ เหตุบานปลายที่จะเกิดขึ้นได้ทุกขณะ

เพราะรู้กันดีว่า กรณีวัดพระธรรมกายนั้นจะกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่มีพวกรอจังหวะฉวยโอกาสที่จะทำให้กลายเป็นเรื่องการเมือง

ร่วมขบวนเพื่อให้เกิดการ “ล้มล้าง” กันได้

รัฐบาล คสช. เองก็จะต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย เพราะถึงขั้นที่ต้องใช้ ม.44 แล้วหากทำไม่ได้

ม.44 ก็จะกลายเป็นดาบทื่อๆ ที่ไร้ความหมายไม่ใช่ดาบอาญาสิทธิ์เสียแล้ว

คำถามก็คือ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?

เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องคิดและใช้สติไตร่ตรองกันให้ดี เพราะมันจะหมายถึงความมั่นคงของรัฐบาลอำนาจพิเศษอย่างแยกไม่ออก

คำตอบจึงอยู่ที่ประชาชน ซึ่งจะต้องส่องให้เห็นความจริงให้ได้

ในขณะที่การจัดการปัญหาธรรมกายยังไม่จบ แต่อีกด้านหนึ่ง คสช. ก็มีการงัด ม.44 ออกมาใช้ด้วยการปลด “วุฒิชาติ กัลยาณมิตร” ผู้ว่าการ รฟท. และบอร์ดยกชุด

ตั้งรักษาการผู้ว่าการ รฟท. และบอร์ดใหม่ทันที

อีกทั้งยังมีการใช้ ม.44 ควบคู่กันไปตามมาอีกลอต ด้วยการสั่งรื้อกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ พร้อมตั้งกรรมการชุดหนึ่งเพื่อทำหน้าที่อนุมัติโครงการต่างๆ

จากนี้ไปโครงการใหญ่ใช้งบ 5,000 ล้านบาทขึ้นไปต้องผ่านกรรมการชุดนี้

ว่ากันตามความเป็นจริงแล้วเรื่องนี้รัฐบาลได้คะแนนแน่ เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าเอาจริงเอาจังกับการทุจริตคอร์รัปชัน

ทั้งจัดการเด็ดขาดและยังสร้างมาตรการขึ้นมาป้องกัน

การเด้งผู้ว่าการ รฟท. ครั้งนี้ยังแปร่งๆ ว่าเหตุ มาจากเรื่องอะไร บ้างก็ว่าบริหารล่าช้า บ้างก็ว่ามีการทุจริตโดยเฉพาะโครงการ รถไฟรางคู่

จะชี้เป้าลงไปว่า เหตุเพราะอะไรกันแน่คงยังไม่ได้

แวดวงการก่อสร้างได้มีการตั้งสมมติฐานเชิงวิเคราะห์ทำนองว่า การสั่งโละผู้บริหารและ บอร์ด รฟท. ครั้งนี้มันมีอะไรในก่อไผ่หรือเปล่า?

เพราะไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงใน รฟท. เท่านั้น แต่มันขยายความเชื่อมโยงไปถึงความร่วมมือกับต่างประเทศ

ที่แน่นอนก็คือ บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างอีกด้วย

วิเคราะห์เสร็จก็ยังให้จับตาดูต่อไปว่า แล้วบริษัทไหนจะได้งานนี้!?!

“ลิขิต จงสกุล”

25 ก.พ. 2560 11:47 ไทยรัฐ