วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลพวงคดีฆ่าคิม จอง-นัม โสมแดงเสียเพื่อนหายาก

ขัดแย้ง-คัง ชอล เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำมาเลเซีย แถลงข่าวที่หน้าสถานทูตเกาหลีเหนือในกรุงกัวลาลัมเปอร์ กรณีนายคิม จอง-นัม (รูปเล็ก) พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือถูกลอบสังหาร ซึ่งเกาหลีเหนือไม่ยอมรับการสอบสวนของมาเลเซีย (รอยเตอร์/เอพี)

ทำท่าจะเป็น “มหากาพย์” เรื่องยาว สำหรับคดีลอบสังหารนายคิม จอง-นัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือที่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ในมาเลเซีย เมื่อ 13 ก.พ. และอีก 11 วันต่อมา ตำรวจมาเลเซียแถลงว่า นายคิม จอง-นัม ถูกลอบสังหารด้วยสารพิษ ชื่อว่า “วีเอ็กซ์” ซึ่งเป็นสารพิษทำลายระบบประสาท ที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ขึ้นบัญชีเป็นอาวุธทำลายล้างสูง

ตำรวจมาเลเซียจับผู้ต้องสงสัยแล้ว 4 คน เป็นชายเกาหลีเหนือ 1 คน ชื่อ รี จอง-ชอล ซึ่งอยู่ในมาเลเซียมากว่า 3 ปี กับผู้หญิงอีก 2 คน เป็นชาวอินโดนีเซียชื่อ สิตี ไอชาห์ และชาวเวียดนามชื่อ ดวน ธิ ฮวง ขณะที่ชายเกาหลีเหนืออีก 4 คน ซึ่งเชื่อว่าร่วมแผนสังหารหนีออกจากมาเลเซียกลับกรุงเปียงยางแล้วในวันเกิดเหตุ

ตำรวจยังต้องการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยชาวเกาหลีเหนืออีก 3 คน รวมทั้งนาย ฮยอน กวาง-ซอง เลขานุการโทของสถานทูตเกาหลีเหนือประจำมาเลเซีย และนาย คิม อุค-อิล พนักงานสายการบินแห่งชาติ “โครยอ” ของเกาหลีเหนือ และระบุว่าหญิงทั้ง 2 คนที่ถูกจับถูกว่าจ้างและถูกฝึกให้เป็นมือสังหาร โดยใช้วิธีทาสารพิษไว้ที่มือบุกเข้าไปลูบหน้าคิม จอง-นัม และทั้งคู่เคยฝึกทำเช่นนี้ในห้างสรรพสินค้าหลายครั้งแล้ว

แต่นางไอชาห์อ้างว่าตนไม่รู้ว่านี่คือการลอบสังหาร แต่ถูกว่าจ้างให้ร่วมเล่นรายการทีวีคล้ายรายการล้อกันเล่น “Just For Laughs” ที่โด่งดังไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม คลิปวีดิโอจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในสนามบินเผยให้เห็นหญิงทั้งคู่รีบเดินไปล้างมือในห้องน้ำทันทีหลังก่อเหตุ คล้ายรู้ดีว่ามือทาสารพิษอยู่

“เกาหลีใต้” ชี้ว่า การลอบสังหารคิม จอง-นัม เป็นฝีมือสายลับเกาหลีเหนือ และคิม จอง-อึน เป็นผู้สั่งฆ่าพี่ชายตนเอง ซึ่งเคยวิพากษ์วิจารณ์และอาจเป็นภัยคุกคามระบอบเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือปฏิเสธข้อกล่าวหานี้โดยสิ้นเชิง ทั้งเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ถูกจับทั้ง 3 คนและขอให้ส่งศพผู้ตายซึ่งเกาหลีเหนือระบุแค่ว่า เป็นพลเมืองเกาหลีเหนือที่ถือพาสปอร์ตนักการทูตและเสียชีวิตเพราะหัวใจวายให้ตนโดยทันที โดยไม่ยืนยันว่าผู้ตายเป็นนายคิม จอง-นัม

นายคัง ชอล เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำมาเลเซีย และสำนักข่าว “เคซีเอ็นเอ” สื่อรัฐบาลเกาหลีเหนือยังแถลงว่า ไม่เชื่อถือผลการชันสูตรศพและการสอบสวนของมาเลเซีย อ้างว่าเต็มไปด้วยรูโหว่และมีข้อขัดแย้งกันเอง มาเลเซียอาจกุเรื่องหญิง 2 คนนี้ขึ้น และทำให้คดีนี้เป็นเรื่องการเมือง โดยสมรู้ร่วมคิดกับ “เกาหลีใต้” เพื่อใส่ร้ายทำลายเกาหลีเหนือ

ส่วนมาเลเซียก็เดือดไม่แพ้กัน ถึงขั้นเรียกเอกอัครราชทูตของตนกลับ แม้แต่นายกฯ นาจิบ ราซัค ก็ประณามเกาหลีเหนือว่า “หยาบคายทาง การทูต” มาเลเซียยังยืนยันจะไม่ส่งศพผู้ตายให้เกาหลีเหนือ จนกว่าจะได้ “ดีเอ็นเอ” จากญาติพี่น้องของเขาไปพิสูจน์อัตลักษณ์และสอบสวนคดีให้กระจ่างเสียก่อน และขอให้ตำรวจสากล “อินเตอร์โปล” ช่วยล่าตัวผู้ต้องสงสัยชาวเกาหลีเหนือ 4 คนที่หลบหนีด้วย

แม้การยืนกราน “ปฏิเสธ” ข้อกล่าวหาใดๆและตอบโต้ด้วยการ “ด่ากลับ” คู่กรณีอย่างรุนแรงเช่นนี้เป็นสิ่งที่เกาหลีเหนือมักทำมาตลอด แต่ครั้งนี้อาจส่งผลให้สูญเสีย “มิตรที่หายาก” ไปอย่างน่าเสียดาย!

ประเทศที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของโสมแดงมายาวนานคือ “จีน” นอกจากนี้ ยังมี “รัสเซีย” และประเทศที่ถูกนานาชาติโดดเดี่ยวคว่ำบาตรอย่าง “คิวบา” และ “ซีเรีย” ที่คบกับเกาหลี เหนืออยู่ ขณะที่ “สิงคโปร์” ก็คบเกาหลีเหนือลับๆ เช่นกัน เพราะกลุ่มผู้นำชนชั้นสูงของโสมแดงเข้าไปแสวงหานักลงทุนและทำธุรกิจเดินเรือกับสิงคโปร์

ส่วน “มาเลเซีย” แม้จะไม่ใช่พันธมิตรทาง การทูตที่สำคัญกับเกาหลีเหนือ แต่หลายปีหลังสายสัมพันธ์นับว่าดี โดยมาเลเซียเป็นหนึ่งในไม่กี่ชาติในโลกที่อนุญาตให้ชาวเกาหลีเหนือเดินทางเข้าประเทศ ได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า จึงมีชาวเกาหลีเหนือไม่น้อยเข้าไปทำงาน ทำธุรกิจ และส่งลูกหลานไปเรียน

ทุกวันนี้จะเห็นชาวเกาหลีเหนือเรียนในมหาวิทยาลัยมาเลเซีย ทำงานในเหมืองแร่ของมาเลเซีย และดูแลระบบคอมพิวเตอร์ให้บริษัทของมาเลเซียจำนวนมาก ชาวเกาหลีเหนือจึงอยู่ในมาเลเซียได้ค่อนข้างเสรี

ในปี 2558 มูลค่าการค้าระหว่างมาเลเซียกับเกาหลีเหนืออยู่ที่ 5.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้จะดูน้อยมากแต่สำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจเกาหลีเหนือ ซึ่งถูกคว่ำบาตรจนการส่งออกทั้งหมดในปี 2557 มีมูลค่าแค่ 3,100 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าการนำเข้าสูงถึง 3,900 ล้านดอลลาร์

การสอบสวนคดีนี้คงต้องว่ากันอีกยาว ซึ่งหลักฐานต่างๆ เริ่มบ่งชี้ว่ารัฐบาลเกาหลีเหนืออาจรู้เห็นและนักการทูตโสมแดงในมาเลเซียเกี่ยวข้องด้วย ส่วนนายรี จอง-ชอล ชาวเกาหลีเหนือที่ถูกจับได้ ก็อาจถูกส่งเข้าไปซุ่มวางแผนรอจังหวะลงมือมานานแล้ว เพราะเกาหลีเหนือคงรู้ว่าคิม จอง-นัม ไปที่มาเลเซียบ่อยๆ

จากการสอบสวนพบว่า รี จอง-ชอล เข้าไปอยู่ในมาเลเซียกว่า 3 ปีแล้ว โดยมีวีซ่าทำงานในมาเลเซีย ในฐานะพนักงานบริษัทยาสมุนไพรเล็กๆ ชื่อ “ทอมโบ เอนเทอร์ไพรซ์” แต่เขากลับไม่เคยไปทำงานและรับเงินเดือนเลย นั่นอาจแสดงว่ามี “ภารกิจพิเศษ”!

ถ้าการสอบสวนสรุปว่าเกาหลีเหนือฆ่าคิม จอง-นัม จริง มาเลเซียอาจถูกประชาคมโลกกดดันให้ตัดความสัมพันธ์กับโสมแดงทั้งหมด เพื่อภาพลักษณ์ของประเทศ และเพื่อรักษานักท่องเที่ยวกับนักลงทุนจากนานาชาติไว้ ส่วนเกาหลีเหนือซึ่งมีเพื่อนน้อยยิ่งกว่าน้อยอยู่แล้ว จะถูกโดดเดี่ยวมากยิ่งขึ้น

คดีนี้ยังอาจดึง “อินโดนีเซีย” และ “เวียดนาม” เข้ามาพัวพันด้วย เพราะหญิง 2 คนที่ถูกจับเป็นพลเมืองของ 2 ประเทศนี้ แต่รัฐบาลของพวกเธอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง อาจถูกหลอกใช้...เป็นแค่ “แพะรับบาป”!

บวร โทศรีแก้ว

25 ก.พ. 2560 11:40 ไทยรัฐ