วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การแก้ไขปัญหาการแพทย์ และการสาธารณสุขของไทย ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โดย หมอดื้อ

บทความโดยศาสตราจารย์ ดร.นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร และ นพ.อุสาห์ พฤฒิจิระวงศ์ เกริ่นโยงถึงข้อความที่ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ เขียนในเฟซบุ๊กว่า “เป็นการสอนหนังสือครั้งแรกในชีวิต ที่เห็นหน้าผู้เรียนดังหนึ่งถูกผีหลอก ช็อก เครียดสุดขีด หมดความหวัง ผมแค่เอาผลการพยากรณ์คาดการณ์ว่าปัญหาของกองทุนสุขภาพสามกองทุนจะต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้ จะส่งผลอย่างไรกับกระทรวงสาธารณสุขและประเทศไทย นักเรียนคือผู้อำนวยการโรงพยาบาลนั่งฟังเงียบกริบ หน้าเครียดมาก มีแต่ความวิตกกังวล และตอบว่า ทุกคนช็อก และไม่เคยรู้มาก่อนว่าเรากำลังขับรถ เหยียบคันเร่งที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทางข้างหน้ามีเหวทั้งหมด แต่เหยียบเบรกไม่ทันแล้ว”

เสียดายที่ผมไม่ได้อยู่ในห้องบรรยายนั้น หากผมอยู่ผมจะบอกว่ายังไม่สายเกินไปหรอก ขอเพียงแค่รัฐบาลเร่งปฏิรูปการแพทย์และการสาธารณสุขของไทยด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็เพียงพอแล้ว อันที่จริงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นทำได้โดยง่าย เหมาะสม มีแต่ให้คุณผู้เขียนจึงอยากจะเชื้อชวนให้ประชาชนคนไทยร่วมด้วยช่วยกัน เรียกร้องให้ปฏิรูปการแพทย์และการสาธารณสุขของไทยด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเร่งด่วน

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นประกอบด้วย 3 ห่วง คือ เหตุผล พอเพียง และภูมิคุ้มกัน 2 เงื่อนไขคือ คุณธรรมและความรู้ ในการนำมาใช้ ควรพิจารณาว่า 3 ห่วงและ 2 เงื่อนไขในเรื่องนั้นๆคืออะไร ในกรณีการแพทย์และการสาธารณสุขของไทย เหตุผลคือ การซื่อตรงต่อบทบาทและหน้าที่ของตน พอเพียงคือ การมีทรัพยากรพอเพียงต่อความต้องการ ส่วนภูมิคุ้มกันคือการมีระบบเฝ้าระวังปัญหา คุณธรรมคือ ทางสายกลาง และความรู้คือการเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการตามแนวทางการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9

หน้าที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีหน้าที่หลัก 4 ด้าน ได้แก่ การบริการสุขภาพ ส่งเสริมสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยง ป้องกันควบคุมโรคเพื่อลดความเจ็บป่วยและความรุนแรงของโรค รักษาโรคลดการตายและโรคแทรกซ้อน/ความพิการฟื้นฟูสมรรถนะสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม สปสช. มีหน้าที่ดูแลค่ารักษา สสส. มีหน้าที่คือ ส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพดี ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ สปสช.ไปทำหน้าที่ สธ. โดยเฉพาะการกำหนดแนวทางการรักษาโรค การใช้ยา นอกจากจะทำให้การดูแลรักษาผู้ป่วยไม่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังส่งผลให้ สปสช.บกพร่องในหน้าที่ โดยไม่สามารถจ่ายเงินค่ารักษาให้แก่โรงพยาบาลจนเกิดปัญหา โรงพยาบาลไม่มีเงินซื้อยารักษาผู้ป่วย เป็นต้น ส่วน สสส.ไม่เพียงแย่งหน้าที่กรมอนามัย แต่กลับทำงานอื่นๆที่ไม่ใช่การส่งเสริมสุขภาพ

สุดท้าย การแพทย์และการสาธารณสุขของไทยจะไม่มีวันยั่งยืน หากประชาชนไม่มีส่วนร่วม รัฐบาลควรเร่งรีบให้ความรู้ และพูดความจริงกับประชาชนว่า หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป รถไฟสาธารณสุขคันนี้จะลากคนไทยทุกคนตกเหวกันหมด และช่วยกันคิดช่วยกันทำว่า ประชาชนควรมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

พอเพียง หลักการที่ตรงไปตรงมาคือ จัดสรรบุคลากรทางการแพทย์ วัคซีน ยา และเวชภัณฑ์ ให้ตรงต่อความต้องการของประชาชน ความซ้ำซ้อนของการทำงาน และโครงสร้างการบริหารราชการแบบเดิมๆ ทำให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรแบบรวมศูนย์อำนาจ ส่งผลให้ไม่สามารถจัดสรรงานบริบาลผู้ป่วยให้พอดีและพอเพียงได้ การแปรรูปโครงสร้างการบริหารของกระทรวงสาธารณสุขโดยให้งานบริบาลเป็นเขตสุขภาพ

เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะทำให้ความพอดีและพอเพียงเกิดขึ้น ความพอเพียงนี้ต้องได้รับความร่วมมือกับหลายฝ่าย และมีศิลปะในการบริหาร โดยใช้หลักทางสายกลางเป็นสำคัญ เช่น มีความพยายามออกกฎหมายควบคุมให้แพทย์ต้องรักษามาตรฐานความรู้โดยการเข้ารับการอบรมในขณะที่แพทย์งานล้นมือ แทนที่จะบังคับให้ไปอบรม ประเมินแพทย์ท่านนั้นๆด้วยผลการรักษาผู้ป่วย น่าจะเป็นการควบคุมคุณภาพแพทย์ที่เหมาะสมและมีประโยชน์ตรงต่อประชาชนมากกว่า เป็นต้น

ควรมีระบบเฝ้าระวังและรับทราบปัญหา ผู้บริหารควรตระหนักว่าผู้ปฏิบัติหน้างานเป็นผู้ที่ทราบความต้องการทางการแพทย์ของประชาชนในพื้นที่ ดังนั้น การบริหารงานควรอาศัยข้อมูลและความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติเป็นหลัก สุดท้ายควรริเริ่มสร้างระบบติดตามผลการดำเนินงานในทุกระดับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลการดูแลรักษาผู้ป่วย การใช้งบประมาณ และงานในมิติอื่นๆของ สธ. ถึงตรงนี้ผู้เขียนอยากจะชี้ชวนให้ประชาชนคนไทยร่วมแรงร่วมใจช่วยกันดูแลรักษาการแพทย์และการสาธารณสุขของไทยให้อยู่รอดและพัฒนาได้อย่างยั่งยืนด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขอขอบพระคุณ.

หมอดื้อ

25 ก.พ. 2560 11:14 ไทยรัฐ