วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วัยโจ๋ตบเท้าร่วมแลกเปลี่ยนทักษะความรู้ "คนหัวใจเกษตร" เรียนเกษตร...ไม่ตกงาน

วัยโจ๋ตบเท้าร่วมแลกเปลี่ยนทักษะความรู้ "คนหัวใจเกษตร" เรียนเกษตร...ไม่ตกงาน

โดย นายว้าก
26 ก.พ. 2560 05:01 น.
  • Share:

เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ

สำหรับ “การประชุมองค์การเกษตรกรในอนาคต แห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ครั้งที่ 38

โดยในปีนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จฯเป็นองค์ประธานเปิดงาน ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) อุทัยธานี

การประชุมองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศ ไทย (อกท.) ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สมาชิกพัฒนาความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ทางวิชาชีพ รู้จักการทำงานร่วมกัน มีความขยัน อดทน ฝึกความเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี ตลอดจนสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยยึดหลักการขององค์การที่ว่า “เป็นองค์การของสมาชิก ดำเนินงานโดยสมาชิก เพื่อสมาชิก”

และปีนี้นอกจากจะมีสมาชิกทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนประเภทวิชาเกษตรกรรม และประเภทวิชาประมงในประเทศไทยเข้าร่วมแล้ว

หลายประเทศยังได้ส่งอาจารย์ และนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก อาทิ ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และลาว

กิจกรรมดีๆที่สร้างสรรค์แบบนี้ “นายว้าก” ไม่พลาดที่จะไปเจ๊าะแจ๊ะถามไถ่บรรดาวัยโจ๋ที่เข้าร่วมกิจกรรม

เริ่มที่หญิงแกร่ง “อุ้ม” รัตนาภา สีหามาต์ นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 2 สาขาวิชาพืชศาสตร์ วษท.ขอนแก่น ดีกรีนายก อกท. เปิดใจว่า “พ่อแม่เป็นเกษตรกร จึงสนใจด้านการเกษตรมาตั้งแต่เด็ก พ่อ แม่ของอุ้มปลูกข้าวอย่างเดียว และก็ปลูก เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนเท่านั้น มีเหลือจำหน่ายบ้างแต่ก็ได้รายได้น้อย อุ้มจึงตัดสินใจมาเรียนเกษตรเพื่อจะนำความรู้ไปใช้ต่อยอด และประกอบอาชีพในอนาคต เพราะฝันว่าจะเป็นเกษตรกรเต็มตัว ได้เข้าเรียนที่ วษท.ขอนแก่น ก็รู้สึกมีความสุข ได้เรียนรู้ ลงมือปฏิบัติจริง การได้รับเลือกตั้งมาเป็น นายก อกท.ระดับชาติ ทำให้ได้ฝึกทักษะความเป็นผู้นำ ทั้งในวิทยาลัย ระดับภาค และระดับชาติ ได้พบปะผู้คนมากมาย ได้ทำงานเป็นทีม การมาเรียนเกษตร ไม่ใช่แค่จบแล้วต้องไปทำนาเพียงอย่างเดียว แต่การเรียนเกษตรยังทำให้ทุกคนได้รับความรู้และทักษะการใช้ชีวิตในด้านอื่นๆ ตราบใดที่ชาวโลกยังรับประทานอาหารอยู่ คนที่เรียนเกษตรไม่มีวันตกงานแน่นอน”

ขณะที่ “บาส” ธวัช โคตะการ นักศึกษา ปวส.1 แผนกวิชาพืชศาสตร์ วษท.กำแพงเพชร บอกว่า “กลุ่มของผมได้นำนวัตกรรมการผลิตปุ๋ยยูเรียน้ำจากถั่วเหลืองมาจัดแสดงนิทรรศการ ผลงานดังกล่าวสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตของผู้สนใจและส่งผลดีกับสุขภาพของผู้ใช้และผู้บริโภค เพราะไม่มีสารตกค้าง ผมเลือกที่จะเรียนใน วษท.กำแพงเพชร เพราะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สร้างงาน สร้างอาชีพ แถมมีรายได้ด้วย ที่สำคัญได้นำความรู้กลับไปใช้ที่บ้าน และสอนต่อให้กับคนอื่นๆได้อีก จึง อยากให้น้องๆ ที่กำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เลือกที่จะเข้ามาเรียนกับ วษท.ครับ”

“ติกา” กติ-กา เวียงนภา นักศึกษา ปวส.1 สาขาพืชศาสตร์ วษท.อุทัยธานี ดีกรีผู้ใหญ่บ้าน อกท. หน่วยอุทัยธานี เจ้าของผลงานหารายได้ระหว่าง

เรียนจากหลากหลายโครงการ/กิจกรรมเกษตรกรรมในระหว่างเรียน เช่น การเพาะเห็ดนางฟ้า การปลูกผักกวางตุ้ง ผักบร็อกโคลี่เพื่อจำหน่าย และการนวดเพื่อสุขภาพที่มีรายได้เรือนแสน เล่าว่า “ผมชอบเรียนเกษตรตั้งแต่เด็กจึงอยากมาเรียนรู้เพิ่มเติม ประกอบกับฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี มีน้องหลายคนจึงมาเรียนที่ วษท.อุทัยธานี เพราะมีที่พักฟรี อาหารฟรี มีแปลงเพาะปลูกให้ทดลองจริง อีกทั้งมีครูมาสอนเรื่องการบริหารจัดการงานฟาร์ม ทำให้มีความรู้เชิงพาณิชย์ควบคู่ไปกับความรู้เรื่องเพาะปลูก สำหรับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ได้มาจากการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นสมาชิก อกท. โดยได้รับการคัดเลือกจากเพื่อนๆ ที่เป็นสมาชิก อกท.ในวิทยาลัย เป็นการดำรง ชีวิตแบบชุมชนคนเกษตร ระหว่างเรียนสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแบ่งเวลา ทั้งเรียน และทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม หลักสำคัญที่ยึดปฏิบัติมาโดยตลอดคือ เดินตามแนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 คือ “การเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” วางแผนไว้หลังเรียนจบ ปวส.จะไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะสายพันธุ์เห็ดของญี่ปุ่นน่าสนใจ ทำรายได้ให้ผู้เพาะเลี้ยงอย่างงาม”

ปิดท้ายที่หนุ่มหัวใจเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน “เซา” เซา ณรงค์ นักศึกษา ปวส. ทั้งยังเป็นครูผู้สอนสาขาเกษตรกรรมจาก Regional Poly– technic Institute Techo Sen Battambang ประเทศกัมพูชา ยิ้มกว้างก่อนร่วมแจมว่า “ดีใจที่ได้มาร่วมงาน เห็นกิจกรรมต่างๆด้านเกษตรกรรม และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้งนี้ ประเทศกัมพูชาเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา เกษตรกรรมจึงเป็นหนึ่งในสาขาที่ จำเป็น และการมาร่วมงานครั้งนี้ มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้ที่ได้รับจะเป็นแนวทางในการดำเนินงานความร่วมมือในการพัฒนา การจัดการเรียนการสอนสาขาเกษตรกรรมร่วมกันต่อไป”

เห็นบรรดาวัยโจ๋ให้ความสำคัญกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรมแล้ว “นายว้าก” ต้องขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ก้าวถึงฝั่งฝันกันทุกๆคน

สำหรับน้องๆที่กำลังจะจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนต่อสาขาใดนั้น ฟังข้อมูลจากปากพี่ๆที่เข้าไปเรียนด้านเกษตรกรรมแบบนี้กันแล้ว

บอกเลยห้ามมองข้ามวิชาชีพเกษตรกรรมเด็ดขาด เพราะอนาคตมีแต่รุ่งไม่มีร่วงชัวร์...!!!

นายว้าก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้