วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจ็ตสกี 'เวิลด์คัพ' งานไทยระดับโลก

พูดถึง “เจ็ตสกี” อาจดูเหมือนกีฬาใหม่ จนวันหนึ่งที่เจ็ตสกีไทยเริ่มมีบทบาทอย่างเด่น ชัดขึ้นหลังจากไปสร้างผลงานในระดับโลก อย่าง “เวิลด์ ไฟนอล” ที่เลคฮาวาซู สหรัฐฯ

“เลคฮาวาซู” ถือเป็นสังเวียนระดับโลก ที่วงการเจ็ตสกีทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็นสุดยอดหรือเป็นเมกกะของเจ็ตสกี เช่นเดียวกับกีฬาชนิดอื่น อย่างสนุ้กเกอร์ต้อง “ครูซิเบิล เธียเตอร์” หากเป็นมวยโลกก็ต้องที่ “ลาสเวกัส” ในแต่ละปีนักเจ็ตสกีต่างก็มุ่งเป้าสนามโลกที่เลคฮาวาซู เพื่อประกาศ ศักดาถึงความเป็นหนึ่ง เช่นเดียวกับไทยที่ช่วงแรกๆ เป็นแค่ชมรมก็จะนำนักกีฬาประเภทเรือใบหรือวินด์เซิร์ฟไปแข่ง ทำให้ประสบความสำเร็จเกิดขึ้นยาก แต่หลังจากที่มีสมาคมฯ อย่างเต็มตัว จึงทำให้กีฬาเจ็ตสกีเริ่มแพร่หลายและเป็นที่รู้จักมากขึ้น และมาประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักมากขึ้นในยุคของ “เจ เจตริน” เจตริน วรรธนะสิน ต่อเนื่องมาถึง “มนุษย์เหล็ก” เชาวลิต เกื้อจรูญ, โชคอุทิศ โมลี จนมาถึงพี่น้องตระกูล “เสร็จธุระ” รวมถึงอีกหลายคน ที่ร่วมกันสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

ทุกวันนี้ใครที่ติดตามมาตลอดคงทราบว่า “กีฬาเจ็ตสกี” เป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่คนไทยเก่งไม่แพ้ใครในโลก! นักแข่งทีมโรงงานที่ว่าแน่ๆ ดังๆ ชาติใหญ่ๆ นักแข่งไทยลงเปรียบได้หมด จากผลงานที่คว้าแชมป์โลกมือใหม่บ้าง กึ่งอาชีพบ้าง หรือโปรรุ่นสูงสุดของโลกบ้าง ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2542 แต่วันนี้เรากำลังก้าวกระโดดไปอีกขั้นในแบบอินเตอร์ด้วยการการสร้างสนามไทยให้เป็นสังเวียน “เวิลด์คัพ” ระดับโลก

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จตัวจริงอย่าง “เสี่ย เดร็ก” ปริเขต สืบสหการ ผอ.ทัวร์นาเมนต์เจ็ตสกีเวิลด์คัพ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้แทบไม่มีใครสนใจเลยว่าทำไมคนไทยต้องสร้างทัวร์นาเมนต์แข่งกับฝรั่ง ผมพยายามอธิบายความสำคัญว่าฝรั่งเขาทำกันมานานแล้ว จนครอบคลุมลิขสิทธิ์กีฬาไว้เกือบหมด คนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นเรื่องยาก ไม่มีใครสนใจรับฟังเลย แต่มีเพียงคนเดียวและเป็นคนแรกที่ยอมเสียเวลานั่งฟังเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ซึ่งแค่นั้นก็ทำให้ตนดีใจมากแล้วคือ “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน

ส่วนหนึ่งเพราะตนได้แรงบันดาลใจมาจาก “วงคาราบาว” ที่แต่งเพลงชื่อ “เมดอินไทยแลนด์” ที่สามารถสะท้อนปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะท่อนเนื้อหาที่กล่าวว่า “สินค้าไทยมีคุณภาพ แต่จะต้องส่งออกไปติดป้ายติดตราเมืองนอก แล้วกลับมาขายคนไทย จึงจะเป็นค่านิยมที่ทันสมัย” หรืออีกนัยคือ “สินค้าไทยนั้นไม่ถูกยอมรับว่ามีคุณภาพ ทั้งที่การผลิตมีคุณภาพได้” การแข่งขันเจ็ตสกีในช่วงแรกที่ยังเป็นเพียงทัวร์นาเมนต์เล็กๆ พวกฝรั่งแชมป์โลกเวลาจะมาแข่งก็ถามว่า ถ้าจะให้ไปแข่งเมืองไทย ให้ค่าตัวเท่าไหร่?? คำนั้น “จี้ใจดำอย่างมาก” ไม่ใช่เสียดายเงินค่าจ้าง แต่เราย้อนคิดว่าคุณไปแข่งสหรัฐฯไปแข่งได้ไม่เห็นต้องจ้าง นั่นก็เพราะการแข่งขันในเมืองไทยไม่มีเครดิตและไม่ได้รับการยอมรับในระดับสากลนั่นเอง ทำให้ตนคิดว่าเราควรต้องลงมือทำอะไรบ้าง ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

มาถึงวันนี้มีทีมแข่งทั่วโลกกว่า 40 ชาติให้ความสำคัญกับทัวร์นาเมนต์ “คิงส์คัพ” และยกให้เป็นสนาม “เวิลด์คัพ” ระดับโลกที่ดีกว่าและยิ่งใหญ่กว่าใน “เวิลด์ไฟนอล” ของสหรัฐฯที่เป็นของเก่าแก่ดั้งเดิม ในทุกปีจะมีชาติสมาชิกแจ้งความจำนงขอร่วมแข่งขันเพิ่มขึ้น เพราะประทับใจทั้งเรื่องการจัดการแข่งขันและการบริการรวมถึงสนามแข่ง โดยเฉพาะทีมงานต่างชาติกว่า 1,000 คน ยอมจ่ายค่าใช้จ่ายเองทุกอย่าง เพื่อให้ได้มาแข่งขันที่ประเทศไทย ตรงจุดนี้เองที่จะเป็นผลพลอยได้ทำให้มีเงินหมุนเวียนทางการท่องเที่ยวราว 300 ล้านบาท แล้วยังสามารถพัฒนาต่อยอดไปได้อีกมาก แต่หลักใหญ่ใจความคือ “การสร้างคุณค่าให้กับทัวร์นาเมนต์กีฬาเจ็ตสกีไทยได้สำเร็จ”

ตอนนี้ต้องยอมรับว่าวงการเจ็ตสกีไทยถือว่าเดินมาถูกทาง ผู้ใหญ่หลายคนอย่าง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี “มาดามน้อง” กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงสุวรรธนะ สีบุญเรือง ผอ.ฝ่ายสื่อสารการตลาดและสร้างตราผลิตภัณฑ์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนและช่วย
ผลักดันจนสนามแข่งของไทยสามารถพัฒนาขึ้นเป็นทัวร์นาเมนต์ “เวิลด์คัพ” อย่างเต็มความภาคภูมิใจ และถือเป็นสมบัติของไทยอย่างแท้จริง.

พัลลภ ศรีไพรวัลย์ เรื่อง

25 ก.พ. 2560 09:19 ไทยรัฐ