วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ปัดรังแก 'พระ-ศาสนา' เหตุงัด ม.44 คุมโซน 'ธรรมกาย'

นายกฯ แจงใช้ ม.44 คุม "วัดพระธรรมกาย" ไม่ได้รังแกพระ-พุทธศาสนา แต่เพียงเอื้อเจ้าหน้าที่ทำงาน ชี้มีพวกฝ่าฝืนใช้กฎหมู่เหนือกฎหมายอยู่ บอกสื่อรู้อะไรถูกผิด วอนช่วยชักจูงคนกลับบ้าน-มอบตัว อย่าขยายข่าวอย่างเดียว ซัดพวกใช้สื่อออนไลน์โจมตีประเทศอย่าคิดว่าจัดการไม่ได้

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 60 เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า การใช้คำสั่งมาตรา 44 กับวัดพระธรรมกาย ไม่ได้หมายความว่าจะเอามาตรา 44 มารังแกพระ รังแกพุทธศาสนา แต่ตนมีหน้าที่ในการดูแลทุกศาสนาที่อยู่ในประเทศไทย เนื่องจากกฎหมายทุกกฎหมายไม่ได้รับการยอมรับเลย จากคนบางกลุ่มบางพวก ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย กระทำความผิดแล้วไม่ยอมรับ ทับซ้อนอำนาจรัฐ ไม่เคารพปฏิบัติตามกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมปกติ กระทำผิดวินัยสงฆ์เพราะฉะนั้นจำเป็นในการใช้มาตรา 44 เพื่อมาดูแลในภาพรวม อีกเหตุผลหนึ่งก็เห็นใจเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ไปทำงานมีความเสี่ยง อยู่ท่ามกลางคนจำนวนมาก ความรุนแรงพร้อมจะเกิดขึ้นตลอดเวลา อาจจะมีบุคคลที่ 3 แต่วันนี้ถึงแม้ว่าจะใช้มาตรา 44 ก็ยังมีการต่อต้านฝ่าฝืนกันอีก เจ้าหน้าที่ทำงานลำบาก มีการสร้างภาพเจ้าหน้าที่ทำร้ายประชาชน การรักองค์กรไม่ว่าองค์กรใดก็ตามเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องรักในทางที่ถูก ขจัดคนไม่ดีในองค์กรออกไป โดยให้กระบวนการยุติธรรมหรือกฎหมายตัดสิน บ้านเมืองมีขื่อมีแป ไม่มีใครจะสามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ คดีความก็คงต้องเดินหน้าต่อไปทุกคดี สังคมก็กำลังรอคำตอบอยู่ ต้องการเห็นความโปร่งใส

"พอเขาไม่ทำก็ไปว่าเขา พอเขาทำก็ไม่ได้อีก แล้วจะอยู่กันยังไง เพราะฉะนั้นผมต้องทำ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เขามีความมั่นใจในการทำงาน มีความรู้สึกปลอดภัย เพราะว่าถ้าเขาประสบอันตรายขึ้นมา ใครรับผิดชอบเขาได้ แล้วลูกเมียใครจะเลี้ยงดูเขา ผมก็ต้องปกป้องดูแลเขาตามสมควร เพราะฉะนั้นไม่อยากให้ทุกคนมองเจ้าหน้าที่เป็นจำเลยสังคม ที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุการณ์อย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว เจ้าหน้าที่ก็เป็นจำเลยทุกครั้ง ขณะเดียวกันต้องกลับไปมองว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ถึงจะต้องใช้กฎหมายเข้ามาปฏิบัติ ปกติแล้ววันนี้เขาสามารถใช้กฎหมายปกติได้ทุกอันนั่นแหละ ใช้กำลังใช้อาวุธได้ ในกรณีที่มีอาวุธต่อสู้เจ้าหน้าที่ วันนี้ก็ไม่ได้ใช้สักอย่าง เจ้าหน้าที่ทุกคนไม่มีอาวุธทั้งสิ้น ก็ถูกผลักดัน เขาอดทน เพราะผมเห็นรอยยิ้ม ขอบคุณชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เข้ามาช่วยกันแก้ปัญหา แต่ประเด็นสำคัญคือผู้ที่ทำให้เกิดปัญหาไม่ยอมร่วมมือ แล้วก็มีคนหมู่มากซึ่งอาศัยแรงศรัทธาของเขามาชักจูง ทำให้ปัญหาแก้ได้ยากขึ้นไปอีกเรื่อยๆ" นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้เราไม่อยากใช้การบังคับใช้กฎหมาย การควบคุมฝูงชนหรือในเรื่องของ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ เพราะว่าเราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยให้มากที่สุด ทุกคนต้องอยู่ด้วยกันให้ได้

"ทำไมเราไม่หยุดเสีย หยุดซะวันนี้ ถ้าหยุดเมื่อไร มอบตัวกันทันทีให้เข้าไปบริหารจัดการให้โปร่งใส มาตรา 44 ก็ยกเลิกได้เมื่อนั้น มาตรการต่างๆ จะเห็นว่าจากเบาไปหาหนัก ผ่อนหนักผ่อนเบา มีการพูดคุยไม่ให้บานปลาย ไม่ให้มีการปะทะ คุยแล้วคุยอีกก็ไม่สำเร็จสักที แล้วก็มีการต่อต้านที่ไม่ชอบธรรม ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ขอให้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน ให้เจ้าหน้าที่เขาทำงาน ไม่อยากให้ภาพต่างๆ เหล่านี้ออกไปต่างประเทศ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สื่อทุกคนก็เห็นว่าอะไรถูกอะไรผิด แต่ก็พยายามที่จะขยายภาพขยายข่าวไปเรื่อยๆ ท่านคำนึงหรือไม่ว่าต่างประเทศเขามองว่ายังไง เขามองว่าเหมือนเราไปรังแกพระ รังแกพระพุทธศาสนา ท่านไม่คำนึงเลยว่าจะเกิดผลอะไรในอนาคต เพราะท่านไม่ต้องรับผิดชอบ รัฐบาล เจ้าหน้าที่รับผิดชอบ คิดอยู่แค่นี้ เพราะฉะนั้นต้องทบทวนว่าอะไรคือปัญหา แล้ววันนี้เขาทำอะไรกันอยู่ อย่าทำแต่เพียงหาข่าว ให้ข่าว ขยายข่าวอย่างเดียว ขอให้ชักจูงให้คนกลับบ้าน ให้มามอบตัวต่อสู้คดี สื่อต้องช่วยแบบนี้ นี่เขาเรียกว่าจรรยาบรรณ ไม่ต้องควบคุมถ้าแบบนี้ ไม่ต้องใช้มาตรา 44 ไม่ต้องมีกฎหมายควบคุมสื่อ

"ผมอยากให้สติแก่สังคมในวันนี้ ให้มีความอดทนอดกลั้นอย่างที่สุด เอาอะไรมาเป็นหลักคิด หลักธรรม หลักปฏิบัติ ให้ได้ใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา ผมไม่อยากใช้มาตรการที่หนักหรือรุนแรง ใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ วันนี้กำลังใช้กฎหมายปกติอยู่ด้วย กฎหมายมาตรา 44 ตีกรอบเฉยๆ แต่วันนี้เจ้าหน้าที่ถูกกระทำมากไปเรื่อยๆ การที่รุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ ถูกผลัก ถูกดัน แล้วก็กลายเป็นว่ารังแกพระรังแกประชาชน ก็ดีเหมือนกันนะ แปลกดี ไม่เข้าใจว่าโซเชียลมีเดีย สื่อหลายฉบับพาดพิงโจมตีหาว่าผมไปเปลี่ยนศาสนา จะยึดที่นี่ไปศาสนาโน้นศาสนานี้ คิดได้ยังไง เพราะฉะนั้นถ้ามีคนเชื่อ ผมก็จนใจ คนที่จะเชื่อเรื่องแบบนี้ คนเขียนนี่สติไม่มีอยู่แล้ว ขอโทษนะ ผมไม่อยากจะว่า เขียนอะไรก็ได้ให้คนปั่นป่วน ให้คนทะเลาะเบาะแว้งกันไปไม่รับผิดชอบสักอย่าง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้พยายามสื่อสารกับต่างประเทศว่า เกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร แต่ขณะเดียวกันก็มีคนไม่ดี ที่พยายามปล่อยข่าวความไม่เรียบร้อย การทำงานของรัฐบาล อะไรต่างๆ ไม่เลิกรอบบ้านก็ไปทำ ต่างประเทศก็ไปทำ ล็อบบี้ยิสต์ก็ใช้ ทุกคนทราบดี แต่ทำไมถึงยอมรับฟังกันอยู่ สื่อก็ไปขยายความให้ทุกวัน เหมือนกับทุกเรื่องเป็นเรื่องสนุก เพราะฉะนั้นไม่อยากให้เสนอข่าวเหมือนกับเชียร์มวย เชียร์กีฬา วันนี้ไม่มีใครแพ้ใครชนะ ประเทศแพ้ ประชาชนก็เดือดร้อน ทุกคนต้องมีสติแยกแยะให้ออก อย่าให้เสียภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของประเทศ สื่อออนไลน์ก็เหมือนกัน อาจจะคิดว่าจับไม่ได้ มันมีกฎหมายอยู่แล้ว วันนี้จับไม่ได้ วันหน้าก็จับได้ไม่ได้ขู่ เพราะฉะนั้นอย่ามาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ หลักฐานมีทุกอัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เราไม่ควรสร้างความแตกแยก เพื่อให้สอดคล้องกับการที่จะต้องปรองดองสมานฉันท์ ภายในช่วงระยะเวลานี้ ในส่วนของพฤติกรรมบ่อนทำลายต่างๆ ทั้งในประเทศ นอกประเทศ ของคนบางคน บางกลุ่มนั้น บางทีอาจจะทำด้วยเจตนา ไม่เจตนา รู้เท่าไม่ถึงการณ์ อยากให้จบเร็วที่สุด ขอให้ทุกอย่างไปสู่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องตามกฎหมายปกติ และความเชื่อมั่นศรัทธาในพระพุทธศาสนาก็ยังคงมีเหมือนเดิม เราต้องสร้างให้ได้ เพราะประเทศไทยเราเป็นประเทศพุทธ แล้วก็มีศาสนาอื่นร่วมด้วยทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดีทั้งสิ้นอย่ามาตีกัน

นายกฯ แจงใช้ ม.44 คุม "วัดพระธรรมกาย" ไม่ได้รังแกพระ-พุทธศาสนา แต่เพียงเอื้อเจ้าหน้าที่ทำงาน ชี้มีพวกฝ่าฝืนใช้กฎหมู่เหนือกฎหมายอยู่ บอกสื่อรู้อะไรถูกผิด วอนช่วยชักจูงคนกลับบ้าน-มอบตัว อย่าขยายข่าวอย่างเดียว 24 ก.พ. 2560 19:13 ไทยรัฐ