วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นายกฯ หวาน ! บอกมา 'ศรีสะเกษ' มีความสุข บ่นอยู่ กทม.เจอแต่ปัญหา

นายกฯ หวาน ! บอกมา 'ศรีสะเกษ' มีความสุข บ่นอยู่ กทม.เจอแต่ปัญหา

  • Share:

นายกฯ บอกมา "จ.ศรีสะเกษ" มีความสุข เห็นความสำเร็จเกษตรแปลงใหญ่ ลบคำครหาทหารทำอะไรไม่เป็น บ่นอยู่ใน กทม.มีแต่ปัญหา ทำให้โมโหทั้ง "พระ-คน"

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.60 ที่ จ.ศรีสะเกษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะเดินทางไปเยี่ยมชมเกษตรแปลงใหญ่ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนอุ่มแสง บ้านอุ่มแสง ต.ดู่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดภัณฑ์ ทั้งในส่วนของโรงสีข้าวกลุ่มแปลงใหญ่ประชารัฐ เกษตรสมัยใหม่อุ่มแสง รวมทั้งรับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินงานต่างๆ ก่อนที่จะพบปะกับสมาชิกกลุ่มและเกษตรกรกว่า 500 คน ทั้งนี้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนอุ่มแสง ประสบความสำเร็จจากการทำเกษตรแปลงใหญ่ การปลูกพืชชนิดต่างๆ และนายกฯ ได้มอบเงินสนับสนุน 45 ล้านบาท ให้กับสมาชิกกลุ่มสหกรณ์ ที่มีสมาชิก 1,258 ครัวเรือน ซึ่งทำการเกษตรในพื้นที่ 20,716 ไร่ ทำรายได้ 48.7 ล้านบาท เฉลี่ย 38,738 บาท ต่อครัวเรือน ในโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้เป็นประธานเปิดโรงสีวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนอุ่มแสง เป็นวิสาหกิจชุมชนของกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่อุ้มแสงด้วย

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวระหว่างพบปะเกษตรกรว่า การดำเนินการเรื่องเกษตรแปลงใหญ่จะต้องมีเพิ่มขึ้น รัฐบาลจะสานต่อนโยบาย พร้อมกับสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรทั่วประเทศ โดยให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนช่วยพัฒนา สานต่องานของครอบครัว เหมือนกลุ่มนี้ ที่มีลูกสาวจบดอกเตอร์แล้วมาช่วยด้านการตลาด ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่เกษตรกรทุกคน รัฐบาลไม่สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 44 บังคับให้ใครทำตาม แต่สิ่งที่ทำนั้นจะแตกต่างจากอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังอะไรนอกจากขอความร่วมมือ สำคัญคือการลดต้นทุนที่พัฒนาสินค้าการเกษตรให้มีคุณภาพ วางรากฐานในอนาคต สร้างรายได้ให้ประเทศ ให้ทุกคนอ่านทำบัญชีและเรียนรู้การทำเกษตรสมัยใหม่ โดยรัฐบาลตั้งเป้าภายใน 5 ปี ต้องเปลี่ยนทำการเกษตรแปลงใหญ่ ได้ 10 ล้านไร่ เฉลี่ย ปีละ 2 ล้านไร่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การเดินทางลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ทำให้มีความสุขเพราะอยู่กรุงเทพฯ มีปัญหาเยอะทำให้โมโห ตื่นเช้ามา มีทั้งปัญหาพระ ปัญหาคนและปัญหาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งทุกปัญหาก็พยายามแก้ไข ดังนั้นขออย่าฟังทำบิดเบือน จากนั้นนายกฯ และคณะได้เยี่ยมชมการลดต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ โดยได้ร่วมกิจกรรมจัดทำปุ๋ยอินทรีย์กองใหญ่ บริเวณแปลงนาข้าวสมาชิกแปลงใหญ่ประชารัฐเกษตรสมัยใหม่อุ่มแสง รวมทั้งเยี่ยมชมการแปรรูปและการเพิ่มมูลค่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์ และเยี่ยมชมนิทรรศการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งผลิตผลของนาแปลงใหญ่ การบริหารจัดการน้ำ การแก้ปัญหาเร่งด่วนของประชาชน โครงการศรีสะเกษพัฒนาตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บริษัทประชารัฐรักสามัคคีศรีสะเกษ ผลิตภัณฑ์จากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งหรือยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ และยังได้เยี่ยมชมร้านขายของฝากชุมชนอุ่มแสง ลุงบุญมี สุระโคตร ซึ่งขายผลิตภัณฑ์ชุมชนโดยเฉพาะข้าวอินทรีย์

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นวันที่มีความสุข เพราะมาเห็นความเติบโตของเกษตรแปลงใหญ่ ตามนโยบายรัฐบาล และจะนำไปเป็นต้นแบบสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรทั่วประเทศ ขณะที่การบริหารจัดการน้ำก็ดีขึ้นเพียงพอ ทำได้ดีกว่า 8 ปี ที่ผ่านมา แตกต่างจากที่ถูกกล่าวหาทหารทำอะไรไม่เป็น การลงพื้นที่ครั้งนี้มีแต่เสียงหัวเราะ ทำให้มีความสุข แต่อย่าทะเลาะกัน ยืนยันส่ิงที่ทำไม่ได้ให้ใครมารัก เพราะมีความรักเพียงพอแล้ว จึงอยากให้รักประเทศเลิกขัดแย้งกัน ทั้งนี้ภายหลังจากการให้สัมภาษณ์ นายกฯ และคณะได้เดินทางกลับ กทม.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้