วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ บินศรีสะเกษ ตรวจราชการ ขับเคลื่อนนโยบายด่วนรัฐบาล

นายกฯ นำคณะติดตามงานเร่งด่วนรัฐ ที่ จ.ศรีสะเกษ บอก ปชช.อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วที่สุดใน รบ.นี้ พร้อมขออย่าลืมใครทำให้เกิดความขัดแย้ง ไม่หลงเชื่อสัญญาสร้างความต้องการเทียมอีก เลิกทะเลาะเรื่องไม่เป็นเรื่อง บ่นฝืนใจลำบากหาก ปชช.ไม่อยากได้โครงการที่รัฐทำให้ ย้ำไม่เคยปฏิเสธ ปชต. แต่ต้องทำให้แข็งแรง

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.60 ที่ฝูงเครื่องบิน กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้าย กองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมคณะ อาทิ พล.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนรัฐบาล ที่ จ.ศรีสะเกษ ในการขับเคลื่อนนโยบายเกษตรแปลงใหญ่โดยกลไกประชารัฐ ด้วยเครื่องบินแอมแบร์ กองทัพบก ไปยังกองบิน 21 จ.อุบลราชธานี

จากนั้น นายกฯได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ต่อไปยังสนามกีฬาโรงเรียนราษีไศล ต.เมืองคง อ.ราษีไศล ก่อนเดินทางโดยรถตู้โฟล์ค อัลพาร์ด ทะเบียน น-7789 กรุงเทพมหานคร เดินทางไปยังหอประชุมเพทาย โรงเรียนราษีไศล เพื่อพบปะประชาชน โดยมี นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าฯจ.ศรีสะเกษ ข้าราชการ ครู นักเรียน ประชาชนกว่า 3 พันคน มาให้การต้อนรับ และชมการแสดงชุดออนซอนนครลำดวน โดยนักเรียนโรงเรียนราษีไศล

ทั้งนี้ นายกฯได้ขึ้นเวทีกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า ดีใจที่ได้มาเจอกับชาวราษีไศล ต้องการเห็นความเป็นอยู่ ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้เร็วที่สุด ยิ่งถ้าเกิดได้ในสมัยที่ตนเป็นรัฐบาลอยู่ได้ยิ่งดี และอย่าลืมศาสตร์พระราชา มีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำมาใช้ กลับมาดูแลตัวเองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมาจากอะไร ทำไมจึงมีหนี้สิน ไม่มีที่ดินทำกิน ทำไมยังประกอบอาชีพเกษตรกรรมทั้งๆที่ราคาผลผิตยังตกต่ำ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากใครและสาเหตุอะไร และขอทำความเข้าใจว่ารัฐบาลนี้เข้ามาเพื่อปรับระเบียบ จัดระบบวางพื้นฐานและรากฐานของประเทศใหม่ เพราะอยู่แบบนี้มานานไม่มีการเปลี่ยนแปลง แม้อาจจะมีความสุขบ้างแต่ก็เฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น

"ผมไม่ได้ต้องการให้เกิดความแตกแยก แต่ต้องการกระจายความสุขให้กับทุกคน เกิดการพัฒนา การที่มีคนมาสัญญาว่าถ้าได้ตำแหน่งแล้ว จะทำโน่นทำนี่ให้นั้นขอให้รู้ไว้ว่าไม่เป็นความจริง เป็นแค่การสร้างความต้องการเทียม สุดท้ายก็เกินความต้องการ สินค้าที่ผลิตขายไม่ได้ ผมเห็นใจที่หลายคนยังมีหนี้สิน และแม้ผมจะไม่มีหนี้สินแต่ผมก็รวมหนี้ของทุกคนไว้ในใจและอกของผม เท่ากับหนี้ของท่านคือหนี้ของผมไม่รู้กี่แสนล้านบาท ทั้งเกษตรกร ครู ตำรวจ ทหาร ซึ่งต้องสร้างความเข้มแข็งพึ่งพาตัวเอง" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อตนรู้ว่าจะมา จ.ศรีสะเกษ ก็นอนไม่หลับ เพราะชาว จ.ศรีสะเกษน่ารักไม่ได้ปากหวาน แต่สัมผัสได้ถึงความจริงใจ รู้ว่าพวกเรามีความลำบากอย่างไรในช่วงที่ผ่านมา จากการสำรวจพบว่า หลายอย่างดีขึ้นแต่ยังแห้งแล้ง โดยตนจะมอบหมายให้นายอาคมช่วยสนับสนุนสร้างแบรนด์ที่เป็นของจังหวัด วันนี้มีฝ่ายการเมืองเสนอให้ใช้มาตรา 44 ปลดหนี้ให้เกษตรกร ถามว่าสามารถทำได้หรือไม่ การเมืองเป็นเรื่องของอนาคต แต่วันนี้ต้องเอาเรื่องเกษตรกรให้ดีก่อน เพราะหลายประเทศให้ความเชื่อมั่นในประเทศไทย อาจพบเห็นการทุจริตก็ขอให้แจ้งมาที่รัฐบาลและต้องปฏิรูป เพราะถ้ายังติดขัดกับความขัดแย้งเดิมๆก็ไม่มีทางแก้อะไรได้ และจะยากจนไปกว่าเดิม วันหน้าก็เป็นรัฐล้มเหลวเงินไม่มี รายได้ 2 ล้านล้าน ไม่มีทางหาได้อีกต่อไป เพราะไม่มีใครเขาค้าขายด้วย เพราะทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ความเชื่อ ความศรัทธา แต่ทุกอย่างจะต้องเอากฎหมายมาจับ กฎหมายรังแกใครไม่ได้ เพราะต้องมีการพิจารณาหลายขั้นตอน อย่าให้ใครเขามาบิดเบือน อย่าขัดแย้งตามเขา มันไม่ได้อะไรเลย การเป็นประชาธิปไตยอย่างไรก็ปฏิเสธไม่ได้ ผมไม่ใช่คนที่จะปฏิเสธประชาธิปไตย แต่ถ้ามันมีปัญหาก็ต้องทบทวน มาทำให้แข็งแรงให้ได้ในเวลาที่มีอยู่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องการเกษตรทุกจังหวัดมีปัญหาเรื่องน้ำ แต่เวลาขุดแหล่งน้ำจะทำเขื่อนทำฝ้ายทำไม่ได้ ก็ไปคิดเอา ตนไม่ได้หมายความว่าจะทำอะไร อะไรที่ตนอยากได้ แต่ประชาชนไม่อยากได้ก็ฝืนใจลำบาก แต่ก็คิดดูว่าแหล่งน้ำการเกษตรไม่เพียงพอ ขาดที่ดินทำกิน ขาดเอกสารสิทธิ ขาดการคมนาคมขนส่งที่ดี ว่างงานไม่มีงานทำ มีหนี้สิ้น ผลผลิตราคาตกต่ำ ขาดไฟฟ้าสำหรับการเกษตร ภัยจากยาเสพติดในชุมชน ไม่มีสินทรัพย์กู้เงินในระบบ อย่างเรื่องการกู้เงิน เกษตรกรก็กู้เงิน จนไม่มีอะไรเอามาเป็นเงินประกันแล้ว คงเหลือชีวิตอย่างเดียวที่เอาไปเป็นประกันได้ แล้วใครจะไปเอาชีวิตท่านได้ ทั้งหมดนี้คือปัญหาหลักๆของเกษตรกร และเป็นปัญหาทุกจังหวัดไม่ใช่แค่ จ.ศรีษะเกษ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศการเกษตร รายได้การส่งออกเป็นสินค้าทางการเกษตรเป็นส่วนใหญ่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า หลังเกษียณอายุราชการตั้งใจจะมาเที่ยว จ.ศรีสะเกษ แต่มาเป็นนายกฯเสียก่อน ตนอยากมาเที่ยวผามออีแดงเพราะสวยงามมาก ตนเป็นทหารมา 38 ปี ไม่เคยไปเที่ยวไหน ตั้งใจว่าพอเกษียณจะมาเที่ยวก็ยังไม่ได้ไปเลย และขออย่าใจร้ายให้ตนไปเร็วๆ ขอให้ตนทำงานวางรากฐานให้ได้เสียก่อน จ.ศรีสะเกษมีเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ต้องช่วยกันทำให้เป็นจังหวัดที่มีความสุข มีสันติ ไม่ขัดแย้ง ไม่ฝืนกฎหมาย มีการเรียนรู้พัฒนาตนเองให้ดีขึ้น ถ้ามีความสงบหลายอย่างก็จะดีขึ้น ถ้ามีใครมายุแหย่ให้ทะเลาะเบาะแว้งกัน เราไม่มีเวลาทะเลาะกันอีกแล้ว

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางต่อไปยังสวนสมุนไพรโรงเรียนราษีไศล พร้อมปลูกต้นพยุงเป็นที่ระลึกร่วมกับ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ (ดาบวิชัย) นายตำรวจที่ปลูกต้นไม้มากที่สุดในโลก ก่อนเยี่ยมชมการเรียนการสอนด้านวัฒนธรรม คณิตศาสตร์ ชีวะวิทยา ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับเด็กๆนักเรียนว่า ให้เลือกเรียนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ โดยภาษาอังกฤษต้องเป็นภาษาที่สอง เพื่อรองรับทิศทางการพัฒนาประเทศ เพราะโลกได้ไร้พรหมแดน ภาษาอังกฤษต้องกล้าพูดและคิดให้เป็น จำทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ โดยอาจกำหนดว่าหนึ่งสัปดาห์จะต้องพูดภาษาอังกฤษในหนึ่งวัน เพื่อเป็นการฝึกฝน ต้องดูว่าประเทศชาติต้องการอะไร ประเทศขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์ และต้องการวิศวกร อย่าพยายามเรียนอะไรง่ายๆตามเพื่อน เพราะจะหางานลำบาก ต้องขยันและคิดสร้างสรรค์ ครูมีหน้าที่สอนหลักคิดให้ถูกต้อง ขอให้ทุกคนตั้งความหวังว่าอยากเป็นอะไรแล้วประสบความสำเร็จ
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้สนทนาภาษาอังกฤษกับครูผู้สอนจากเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ พร้อมสอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่และการเรียนการสอน โดยครูฝรั่งชาวอังกฤษ บอกกับนายกฯว่า ชอบอาหารไทย โดยเฉพาะส้มตำ ทั้งยังชอบคนไทย ซึ่งทำให้นายกฯพอใจเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับนักเรียนโรงเรียนราษีไศล ก่อนมอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียน

เครดิตภาพจากทำเนียบรัฐบาล

นายกฯ เดินทางเยี่ยมชาวบ้านราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจาก จนท. เพื่อป้องกันกลุ่มม็อบเคลื่อนไหว 24 ก.พ. 2560 11:43 ไทยรัฐ