วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เตรียมบุก! ทหารขนโล่ปราบจลาจลจ่อประตู4 ธรรมกายตั้ง 5 บังเกอร์ (ชมคลิป)

เตรียมบุก! ทหารขนโล่ปราบจลาจลจ่อประตู4 ธรรมกายตั้ง 5 บังเกอร์ (ชมคลิป)

  • Share:

เจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่ ทหารขนอุปกรณ์ปราบจลาจลเตรียมพร้อมหน้าประตู 4 วัดพระธรรมกาย ขณะที่ลูกศิษย์สร้างปราการป้อมค่าย ตั้งบังเกอร์ 5 ชั้น จากสะพานแสงตะวันไปจนถึงประตู ด่านสุดท้ายเป็นกลุ่มลูกศิษย์ 500 คนนั่งสวดมนต์...    

เวลา 10.00 น. วันที่ 24 ก.พ.60 วันที่ 9 ของการเข้าปิดล้อมวัดพระธรรมกายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ดีเอสไอ ตามคำสั่งควบคุมพื้นที่ เพื่อควบคุมตัวพระธัมมชโย ที่ผ่านมามีความพยายามเข้าตรวจค้นภายในวัดหลายครั้ง

ล่าสุด บริเวณประตู 4 บนสะพานแสงตะวัน ใต้เสาสูง 3 ต้น พบรถบัสและเจ้าหน้าที่ทหาร ขนโล่ หมวกกันน็อก และกระบองปราบจลาจลจำนวนมากลงจากรถ ขณะที่ภายในวัดมีการประกาศเตือนศิษยานุศิษย์ให้เตรียมพร้อม

บังเกอร์1

ทั้งนี้ที่ประตู 4 มีการตั้งบังเกอร์ 5 จุด เริ่มจากบนสะพานคลอง 3 จุดแรก วางท่อคอนกรีตขนาดใหญ่ 6 วง จุดที่ 2 รั้วกำแพงสูง 3 เมตร จุดที่ 3 ตั้งตู้คอนเทนเนอร์ จุดที่ 4 ประตูสังกะสีสูง 3 เมตร จุดที่ 5 แผ่นปูนคอนกรีตขนาดใหญ่ น้ำหนักแผ่นละกว่า 1 ตัน จำนวน 20 แผ่น ด่านสุดท้ายมีพระและลูกศิษย์กว่า 500 คน นั่งสวดมนต์

บังเกอร์ 4 ประตูสังกะสีสูง 3 เมตร

ห่างออกไปด้านนอกประมาณ 300 เมตร เป็นแนวรั้วกั้น มีทหาร ตำรวจ ดีเอสไอ 20 นาย และหลบอยู่ใต้พุ่มไม้อีกหลายนาย โดยเจ้าหน้าที่นำอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน โล่ กระบองจำนวนหนึ่ง มาไว้ที่บริเวณแนวเขตกั้นของทหาร และมีการปรับเปลี่ยนกำลังตามปกติ 

ขณะเดียวกันสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้ออกมาแถลงชี้แจงข่าววัดพระธรรมกาย

1. ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เมื่อวาน (วันที่ 23 ก.พ. 2560) ได้อนุญาตให้นำภัตตาหารของญาติโยมมาถวายได้ แม้จะไม่พอต่อจำนวนของพระเณรและสาธุชนหลายพันคนได้ก็ตาม จึงขอความกรุณาจากทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และดีเอสไอ อนุญาตให้ญาติโยมนำภัตตาหารมาถวายสังฆทานที่วัดได้ตามปกติ เพราะถือเป็นอริยประเพณีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า อนุญาตให้พระสงฆ์รับไทยธรรมจากทายกทายิกาผู้มีจิตเลื่อมใสศรัทธาได้ เป็นการปฏิบัติหลักกิริยาวัตถุ 3 ประการ คือ ทำทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา

2. แม้สถานการณ์บุกของเจ้าหน้าที่วันนี้จะไม่มี แต่ก็มีการกระชับพื้นที่เข้ามาอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เมื่อวาน โดยเฉพาะระยะแนวรั้วด้านหลัง ใกล้ๆ กับอาคารบุญรักษา ทำให้ญาติโยมที่อยู่นอกวัดและรอบๆ วัดที่เห็นพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ มีความกังวลและเป็นห่วงต่อสวัสดิภาพของพระสงฆ์ สามเณร และประชาชนภายในวัด

3. กรณีหน่วยฉลามขาว ที่เคยเข้าไปตรวจพื้นที่บริเวณ หมู่ 6 ตำบลเขาทอง อ.เมือง จังหวัดกระบี่ แล้วมีการแถลงข่าวว่า มูลนิธิธรรมกาย เข้าไปบุกรุกครอบครองป่าชายเลนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด มูลนิธิธรรมกายไม่เคยไปซื้อที่ดิน หรือเข้าไปบุกรุก หรือยึดถือครอบครองในพื้นที่ป่าชายเลนในบริเวณพื้นที่ หมู่ 6 ตำบลเขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ แต่อย่างใด มูลนิธิธรรมกายขอแจ้งให้ทราบว่า การไปยึดถือครอบครองของบุคคลใดๆ ก็ตามในพื้นที่ป่าชายเลน ที่หน่วยฉลามขาวเข้าไปตรวจค้นร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ มูลนิธิธรรมกายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น

4. กรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มข้อหาและคดีมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการบุกวัดนั้น ขอตั้งข้อสังเกตว่า จำนวนคดีไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นสำคัญ คือ ทางวัดไม่ได้ขัดขืน เพราะในช่วงวันที่ 16-18, 21, 22 ก.พ. เจ้าหน้าที่ก็เข้ามาแล้วถึง 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 มาเฉพาะเจ้าหน้าที่ DSI และตัวแทนสื่อมวลชน, ครั้งที่ 2 DSI มาพร้อม ตำรวจนครบาล สุนัขตำรวจ และสื่อมวลชนจำนวนมาก, ครั้งที่ 3 DSI ทั้งอธิบดี รองอธิบดี นายตำรวจผู้ใหญ่ เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สื่อมวลชนจำนวนมาก และที่สำคัญ “เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี” ในวันนั้น ได้มีการปูพรมตรวจทั้งพื้นที่โซน A 196 และได้มีการซิล 15 อาคาร ซึ่งได้ทำการตรวจค้นไปก่อนหน้านั้นเรียบร้อยแล้ว

5. กรณีเจ้าหน้าที่รัฐกล่าวว่า ไม่สามารถยกเลิก ม.44 ได้ เพราะเหตุที่ทางวัดขัดขืน ทางวัดขอปฏิเสธข่าวดังกล่าว วัดยอมรับสภาพ 3 หมายจับ, 300 กว่าคดี, จำนวนหน้าที่หลายพันนายคุมทุกประตูรอบวัด, ซีล 15 อาคาร, ปล่อยให้เจ้าหน้าที่หลายร้อยนายเข้าออกมาใช้พื้นที่ 2,000 ไร่ได้ ถือว่าไม่มีการขัดขืนแต่อย่างใด และที่สำคัญ ร่วมมือการตรวจค้นตลอด 3 วันแรกอย่างจริงจัง และเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง ครบทุกพื้นที่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่เองที่ผิดข้อตกลง “ค้นไม่พบ ไม่พบแล้ว ก็ยังไม่ยอมกลับ” ส่วนกรณีเกรงกลัวมือที่ 3 นั้น ที่วัดก็มีเพียงป้าๆ ผู้สูงวัย เด็กเยาวชน ที่ปีนกำแพงข้ามเข้ามา เพราะอยากเข้ามาทำบุญในวัด เพราะท่านปิดกั้นถนนทุกเส้นทาง ทุกประตู รอบวัด ไม่ยอมให้สาธุชนเข้ามาตามปกติ ที่สำคัญที่ท่านให้สัมภาษณ์ว่า อาจพิจารณาใช้มาตรการรุนแรง ด้วยการโรยตัวลงมาจับตัวพระเณรนั้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการสร้างความกังวล หวาดกลัว และหวั่นวิตกให้กับประชาชนแทบทั้งสิ้น

6. ขณะนี้สังคมไทยและคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งชาวต่างประเทศ ต้องการเห็นความจริงใจและท่าทีที่เป็นมิตรของรัฐบาล ในการจัดการภารกิจนี้ด้วยความละมุนละม่อม และสร้างความปรองดองตามนโยบายปรองดองของรัฐบาลเอง และตามที่ประกาศ “คืนความสุข” ให้กับประชาชน เมื่อครั้งเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ๆ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้