วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับตาเงินร้อนทำบาทแข็ง "วิรไท" โวไทยขึ้นชั้น Safe Heaven แห่งใหม่

“วิรไท” โปรยยาหอมเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวดีขึ้น เศรษฐกิจชนบทได้อานิสงส์เศรษฐกิจโลก ยันนโยบายการเงินผ่อนคลายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง โว! นักลงทุนมองไทยเป็น Safe Heaven แห่งใหม่ของโลก ส่งผลเงินร้อนระยะสั้นไหลเข้าทำค่าบาทแข็งเร็วจนเริ่มเป็นห่วง เฟ้นหาเครื่องมือใหม่เตรียมรับมือ

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาพิเศษ เรื่อง “ทิศทางเศรษฐกิจไทย ยุคดิจิตอล” ในโอกาสครบรอบ 11 ปี ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮาส์ ถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้ว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่ได้รับอานิสงส์ดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาน่าจะไม่เกิดขึ้นซ้ำในปีนี้ ส่งผลให้เศรษฐกิจชนบทของไทยมีรายได้ที่ดีขึ้น

“การส่งออกเป็นอีกภาคส่วนที่ปรับตัวดีขึ้น และที่ดีคือ ปรับตัวดีขึ้นทั้งตัวผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น และจำนวนการส่งออกที่เพิ่มขึ้นในแทบทุกตลาดหลัก ยกเว้นตะวันออกกลาง ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาน้ำมันที่ตกต่ำ ขณะเดียวกัน แม้การลงทุนภาคเอกชนในปีนี้จะยังไม่เพิ่มขึ้นมาก แต่ในส่วนของการลงทุนภาครัฐนั้น เชื่อว่าโครงการที่มีการประมูลแล้วในปีที่ผ่านมาและที่จะประมูลเพิ่มในปีนี้จะส่งเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบมากขึ้น และไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องกระแสข่าวที่เงินคงคลังลดลง หรือไม่มีเงินลงทุน เพราะถ้าเข้าใจจะรู้ว่า เงินคงคลังก็เหมือนบัญชีกระแสเงินสด เมื่อต้องการใช้เงินก็ระดมทุน หรือกู้เงินได้ ที่ผ่านมากระทรวงการคลังเปลี่ยนนโยบายจากการกู้เงินมาเก็บไว้ในบัญชีเป็นกู้เมื่อต้องการใช้เงิน โดยเหลือเงินค้างไว้ในบัญชีเงินคงคลังไม่เกิน 1 แสนล้านบาท ดังนั้นประชาชนไม่ต้องตกใจเรื่องนี้”

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า ในด้านเสถียรภาพการเงินอัตราเงินเฟ้อของไทยเข้าสู่กรอบเป้าหมายตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยคาดว่า ตลอดทั้งปีนี้จะอยู่ที่ 1.5% ส่วนอัตราดอกเบี้ยไทยนั้น ยอมรับว่าได้รับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยโลก โดยเฉพาะจากอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาว แต่อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องทั่วโลกที่ยังสูงมาก ทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยโลกเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้นโยบายการเงินของไทยในปีนี้ยังอยู่ในภาวะผ่อนคลายต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่สภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจปีนี้ยังอยู่ในระดับสูง เห็นได้จากการปล่อยสินเชื่อที่อยู่ในระดับต่ำกว่าการรับเงินฝาก รวมทั้งมีเงินใหม่ที่เข้ามาเพิ่มขึ้นจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงมาก

“ข้อดีของการมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล และเงินทุนสำรองทางการระหว่างประเทศในระดับสูง โดยทุนสำรองทางการระหว่างประเทศของไทยในขณะนี้สูงเป็นอันดับ 12 ของโลก ซึ่งหากรวมตัวเงิน และสัญญาซื้อดอลลาร์ล่วงหน้าในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ถือเป็นกันชนที่ทำให้เศรษฐกิจไทยรับมือกับความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุนโลกได้ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกัน เสถียรภาพต่างประเทศที่ดีมากๆ ของไทยในขณะที่ประเทศอื่นมีเสถียรภาพต่ำกว่า ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเริ่มเห็นประเทศไทยเป็นแหล่งลงทุนที่มีความปลอดภัยสูง หรือ Safe Heaven แห่งใหม่ทำให้เมื่อมีเหตุการณ์ความผันผวนในโลก นักลงทุนจะถอนเงินจากสินทรัพย์เสี่ยงและส่วนหนึ่งจะเอามาพักสั้นๆ ในประเทศไทยทั้งในตลาดทุน และตลาดพันธบัตร ส่งผลให้ค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าในบางช่วง ซึ่งไม่ดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย”

นายวิรไทกล่าวด้วยว่า เงินทุนระยะสั้นที่เข้ามานั้น ธปท.จับตาอยู่อย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่ถึงขึ้นกังวลนัก แต่ถ้าเป็นเงินทุนที่เข้ามารวดเร็ว และเข้าเร็วออกเร็วก็น่าห่วง เพราะถึงแม้จะมีปริมาณเข้ามาที่ไม่มาก แต่ถ้าเข้ามาพร้อมๆ กันในวันเดียวหรือช่วงเดียว ก็สร้างความผันผวนให้กับค่าเงินบาทเกินกว่าที่ควรได้ ซึ่งในส่วนของ ธปท.นั้น การเข้าไปดูแลค่าเงินบาทที่ผันผวนรวดเร็วเกินไปในบางช่วง เป็นสิ่งที่ ธปท.ดำเนินการเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ซึ่งเรามีขั้นตอนและมาตรการที่จะเข้าไปดูแลเป็นระดับขั้นอยู่แล้ว และในโลกยุคนี้ ธนาคารกลางทุกแห่งย่อมที่จะเตรียมความพร้อมในการหามาตรการและเครื่องมือใหม่ๆ ที่จะนำเข้ามาช่วยในการดูแลด้านนโยบายการเงิน และอัตราแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ล่าสุดอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ วันที่ 23 ก.พ.60 อยู่ที่ 34.98 บาท

ส่วนการเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิตอลของไทยนั้น ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า อยากให้คนไทยลองใช้การโอนเงินแบบพร้อมเพย์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของระบบการเงินดิจิตอล ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนว่าสะดวก นอกจากนั้น ต้นทุนในการโอนยังถูกมาก และรายการที่ต่ำกว่า 5,000 บาท เป็นการโอนฟรี โดยในขณะนี้มีคนลงทะเบียนใช้พร้อม-เพย์ 22 ล้านบัญชี และที่ผ่านมาพบว่าคนไทยยังใช้ระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์น้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งการเริ่มการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นนั้น นอกจากจะช่วยพัฒนาระบบธุรกิจเล็กๆอย่างอี-คอมเมิร์ซได้แล้ว ยังช่วยสร้างความโปร่งใสให้กับระบบสวัสดิการของรัฐ และที่สำคัญยังช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการเงินสดของประเทศ ซึ่งสูงถึง 15,000-16,000 ล้านบาท.

“วิรไท” โปรยยาหอมเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวดีขึ้น เศรษฐกิจชนบทได้อานิสงส์เศรษฐกิจโลก ยันนโยบายการเงินผ่อนคลายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง โว! นักลงทุนมองไทยเป็น Safe Heaven แห่งใหม่ของโลก 24 ก.พ. 2560 00:38 24 ก.พ. 2560 00:38 ไทยรัฐ