วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนไทยหันพึ่ง “หมอตี๋” ซื้อยากินเอง เสนอทบทวนระบบการรักษาพยาบาลใหม่

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยผลวิจัยการเติบโตธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในปี 60 ว่า ในปีนี้คนไทยจะหันมาซื้อยารับประทานเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยของตัวเองมากขึ้น เพราะสะดวก และเสียค่าใช้จ่ายไม่สูงนักเมื่อเทียบกับไปโรงพยาบาลเอกชน ไม่ต้องรอคิวยาวนานเพื่อพบแพทย์โรงพยาบาลรัฐ

สอดคล้องกับผลสำรวจที่พบว่า หากมีอาการเจ็บป่วย ไข้หวัด ปวดหัว ท้องเสีย และไม่มีสวัสดิการเบิกค่ารักษาพยาบาล คนไข้ส่วนใหญ่จะหันไปซื้อยาทานเองมาก ส่งผลให้คาดว่าปี 60 ธุรกิจร้านขายยาในประเทศจะมียอดขายสูงถึง 40,000 ล้านบาท ขยายตัว 8-10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปัจจุบันทั่วประเทศมีร้านขายยา 16,000 แห่ง แบ่งเป็นร้านขายยาทั่วไป 14,600 แห่ง และร้านขายยาแบบเครือข่าย 1,400 แห่ง

“หากดูจำนวนคนไข้ไทยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน ปีนี้อาจไม่ได้เติบโตนัก เพราะกำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้นตัว สวนทางกับค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้คนไข้บางกลุ่มที่มีอาการเจ็บป่วยไม่รุนแรง โดยเฉพาะชนชั้นกลางที่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง และไม่อยากไปใช้บริการโรงพยาบาลรัฐ อาจหันไปเลือกใช้บริการรักษาพยาบาลจากแหล่งอื่นที่มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าโรงพยาบาลเอกชน อาทิ คลินิกรักษาพยาบาล หรือหันไปซื้อยาทานเองจากร้านขายยา”

ทั้งนี้ พฤติกรรมการรักษาพยาบาลของคนไทยที่หันไปซื้อยาทานเองมากขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นความแออัดของการเข้ารับบริการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลโรงพยาบาลเอกชนที่แพงลิ่ว แม้การซื้อยาทานเองอาจไม่ถูกต้อง รัฐจึงมีความจำเป็นต้องทบทวนระบบสาธารณสุขของไทย หรือพัฒนาโครงสร้างสาธารณสุขทั้งระบบ โดยเฉพาะการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่มีข้อจำกัดทางด้านเวลา เช่น คนที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ทำมาค้าขาย หรือกลุ่มคนที่มีข้อจำกัดทางด้านรายได้ ทั้งควรมองไปข้างหน้าภายใต้บริบทที่ประ เทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ด้วย

นอกจากนี้ รูปแบบการทำธุรกิจร้านขายยาควรมีลักษณะของการเชื่อมโยงระหว่างโรงพยาบาลที่มีแพทย์ทำการรักษา หรือให้คำแนะในการดูแลป้องกันโรค กับร้านขายยาที่จะจำหน่ายยาตามใบสั่งของแพทย์เท่านั้น ซึ่งความร่วมมือนี้เป็นรูปแบบที่เห็นได้ในประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่าง สหรัฐฯ หรือยุโรป ที่ร้านขายยาจะจำหน่ายยาตามใบสั่งแพทย์ในโรงพยาบาลเท่านั้น ส่วนแนวโน้มธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนปี 60 คาดว่า ยังเติบโตในเลข 2 หลัก โดยโรงพยาบาลเอกชนที่จับตลาดคนไข้ต่างชาติจะขยายตัว 10-12% สูงกว่าโรงพยาบาลที่เน้นจับตลาดคนไทยที่น่าจะขยายตัว 7-9% เพราะฐานลูกค้าต่างชาติมีการทำรายได้ค่ารักษาพยาบาลเข้าประเทศปีละไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท แต่ลูกค้าคนไทย อาจเผชิญข้อจำกัดกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงการขยายสวัสดิการรักษาพยาบาลรัฐที่ครอบคลุมโรคมากขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมการเข้ารับการรักษาของกลุ่มลูกค้าคนไทยเปลี่ยนไป

ดังนั้น ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนอาจจะมีการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ มองหาแหล่งรายได้ใหม่ๆมาเสริม อาทิ ขายอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน สินค้าที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ เช่น ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ธุรกิจอาหารสำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาล รวมถึงธุรกิจร้านขายยา.

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยผลวิจัยการเติบโตธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในปี 60 ว่า ในปีนี้คนไทยจะหันมาซื้อยารับประทานเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยของตัวเองมากขึ้น 24 ก.พ. 2560 00:12 24 ก.พ. 2560 00:12 ไทยรัฐ