วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระสนิทวงศ์ แถลงยังมั่นใจในรัฐ ชี้ทหารบุก ทำพระ-ศิษย์ธรรมกาย หวาดระแวง


พระสนิทวงศ์ ชี้แจงช่วงเย็น ระบุการที่ทหารบุกประชิด สร้างความหวาดระแวงให้พระ-ศิษย์ ภายในวัด ร้องนึกถึงภาพลักษณ์ประเทศ อัดขู่ตัดน้ำ ไฟ การสื่อสาร ไม่ใช่วิธีปรองดอง แต่เป็นการกดดัน ...

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 23 ก.พ. ที่บริเวณประตู 5-6 วัดพระธรรมกาย พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย กล่าวว่า วันนี้จะออกมาชี้แจงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในวันนี้ โดยแบ่งเป็นลำดับได้ดังนี้ 1. เหตุการณ์อาคารบุญรักษา นั้น หน้าที่ตรวจค้นเป็นหน้าที่ของดีเอสไอ ส่วนทหาร มีหน้าที่ดูแลพื้นที่รอบนอกเท่านั้น แต่การบุกเข้ามาครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการตรวจค้น แต่เป็นการสร้างความหวาดระแวงให้กับพระภิกษุและประชาชนด้านใน ถึงแม้ว่าจะไม่มีเหตุการปะทะรุนแรง แต่ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

2. วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้นำพระสงฆ์ 6 รูป และประชาชน 22 คน ไปควบคุมที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ทางวัดมีความเป็นกังวลและเป็นห่วงผู้ที่ถูกควบคุมตัว แต่ขณะนี้ทราบข่าวว่าได้รับการปล่อยตัวแล้วก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกๆ ท่าน 3. พื้นที่ตลาดกลางคลองหลวงที่มีกลุ่มประชาชนไปปักหลักอยู่บริเวณนั้น ขณะนี้ทราบว่าเป็นกลุ่มสาธุชนที่เข้าวัดไม่ได้ส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งเป็นญาติของพระสงฆ์สามเณร อุบาสกอุบาสิกา และประชาชนที่อยู่ในวัดมาเยี่ยมเยียนด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุรุนแรง อีกทั้งชาวพุทธทั่วประเทศที่รู้สึกว่า ลูกพระพุทธเจ้าด้วยกัน ถูกรังแก จึงเดินทางมาสมทบเพราะเป็นห่วงพระพุทธศาสนา

และ 4. ขอเรียกร้องให้ท่านผู้นำประเทศว่า คนไทยรักสงบ และพระพุทธศาสนา เป็นวัฒนธรรมประจำชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดหวังและอยากมาสัมผัส และในปี 2559 ที่ผ่านมา สถิตินักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเท่าตัว ดังนั้นภาพข่าวที่มีการบุกล้อมวัด การทำร้ายพระสงฆ์ เป็นภาพที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ชาวต่างชาติที่รักประเทศไทยอยากเห็น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศ ขอให้ความสันติบังเกิดขึ้นโดยเร็ว

พระสนิทวงศ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ จำนวน 4 องค์กร ประกอบด้วย 1. Amnesty International THAILAND ร่วมกับ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน 2. องค์กร Asian Federation Against Involuntary Disappearances (AFAD) (สหพันธ์เอเชียผู้ต่อต้านการหายตัวไปโดยไม่สมัครใจ) 3. องค์กร Global Centre for the Responsibility to Protect Research Analysis (GCR2P) 4. องค์กร Philippine Alliance of Human Rights Advocates (PAHRA) ประเทศฟิลิปปินส์ โดยองค์กรทั้งหมดได้ส่งจดหมายตอบกลับแสดงความห่วงใยมาถึงวัดพระธรรมกายว่า ขอสนับสนุนและยืนหยัดร่วมกับวัดพระธรรมกาย และกำลังเฝ้าจับตาดูตลอดเวลา เพื่อไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ทหารด้วยความห่วงใย

พระสนิทวงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงนี้รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ (ป.ย.ป.) ซึ่งกำลังดำเนินการด้วยดี เป็นบรรยากาศที่ดีของประเทศ อยากให้ทุกฝ่าย เข้าสู่โหมดปรองดอง การบังคับกฎหมายใช้ และ ม.44 ที่ผ่านมาทางวัดและลูกศิษย์ ได้แสดงเคารพกฎหมายและปฏิบัติตามมาโดยตลอด เชื่อว่าทางรัฐบาลมีอำนาจเต็ม แต่ขอร้องให้หยุดใช้ความรุนแรง เพราะพระสงฆ์สามเณรสาธุชน มีคนกดดัน และลำบากในการปฏิบัติศาสนกิจและปฏิบัติธรรม ลำบากในการบิณฑบาต ซึ่งเป็นกิจของสงฆ์ เช่น การบิณฑบาตในตอนเช้า ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มีการค้นบาตรพระ เห็นภาพนั้นก็สะเทือนใจ เพราะไม่สามารถลำเลียงอาหารเข้ามาได้ แต่วันนี้ทราบว่า พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ได้อนุญาตให้ญาติโยมส่งวัตถุดิบเพื่อให้ญาติโยมปรุงอาหารเพื่อถวายพระ ก็ขออนุโมทนาบุญที่ได้ช่วยในเรื่องนี้

นอกจากนี้ ยังลำบากในการปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ เพราะมีกองกำลังเจ้าหน้าที่หลายพันนายล้อมวัด และมีการบุกเข้ามาทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นระยะ จึงทำให้สาธุชน หวาดระแวง วิตกกังวล และไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก จึงเป็นการทำลายสมาธิ ดังนั้น จึงขอความกรุณาโปรดอย่าใช้ความรุนแรงกับพระสงฆ์สามเณรและประชาชนเลย

"ส่วนที่เจ้าหน้าที่ขู่ว่าจะมีการตัดน้ำ ตัดไฟ และสัญญาณการสื่อสารนั้น ไม่ใช่วิธีของการปรองดองแต่เป็นการกดดันจากเจ้าหน้าที่ ทำให้หลายท่านมีความคิดว่าเจ้าหน้าที่มีเหตุอันใดกันแน่ที่เข้ามาภายในวัดทั้งที่ตรวจค้น 3 วัน แล้วไม่พบอะไรก็ยังไม่กลับ อย่างไรก็ตาม ทางวัดหวังว่าจะร่วมกับรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ด้วยดีและสันติวิธี ส่วนเรื่องกลุ่มผู้ชุมนุมที่ตลาดกลางคลองหลวง ขณะนี้ทราบว่า พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ จะขอให้ข้ามมา แต่ว่าวันก่อน มีข่าวลือซึ่งจริงหรือไม่ไม่ทราบ ว่ามีญาติโยมขนหมูดิบมา 300 กก. แต่ถูกยึดไป ซึ่งทำให้เกิดความไม่สบายใจเพียงแค่ญาติโยมต้องการนำหมูมาถวาย โดยเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ แต่นี่คือเสบียงอาหาร ซึ่งการกระทำแบบนี้ เป็นการปิดวัดแล้วทำให้อดตาย เป็นการกระทำที่ไม่มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เอาเป็นว่าอยากคุยด้วยสันติวิธี และยังมั่นใจในอำนาจของรัฐบาล และเราไม่ได้ไปท้าทายอำนาจและให้ความร่วมมือที่ดีเสมอมา" พระสนิทวงศ์ กล่าว.

พระสนิทวงศ์ ชี้แจงช่วงเย็น ระบุการที่ทหารบุกประชิด สร้างความหวาดระแวงให้พระ-ศิษย์ ภายในวัด ร้องนึกถึงภาพลักษณ์ประเทศ อัดขู่ตัดน้ำ ไฟ การสื่อสาร ไม่ใช่วิธีปรองดอง แต่เป็นการกดดัน ... 23 ก.พ. 2560 20:04 23 ก.พ. 2560 20:23 ไทยรัฐ