วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรื่องเล็กแต่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่

หน้าที่–ภารกิจต้องพร้อมไปด้วยความรับผิดชอบ...

ก่อนจะเดินหน้าเพื่อการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สุดของประเทศนั้น ผู้มีส่วนร่วมจึงต้องหันกลับมาดูตัวเองก่อนเป็นเบื้องต้น

ว่ามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน อย่างน้อยตัวตนก็เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปก่อนด้วยมิฉะนั้นก็ไม่ต่างไปจากพูดไปสองไพเบี้ย

จะเป็นการขัดกันในหลักการอันเดียวกัน

วันนี้สังคมก็กำลังติฉินนินทากรณี 7 สนช. กำลังถูกตรวจสอบถึงความรับผิดชอบและจริยธรรมที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมและไม่มาแสดงตนในการลงมติประชุม โดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาความจริง

7 คนที่ว่านั้นคือ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทอ. นายสมศักดิ์ โชติรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ นายดิสทัต โหตระกิตย์ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี พล.ร.อ.พัลลพ ตมิศานนท์ และ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม

แต่ละท่านนั้นล้วนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่และมีตำแหน่งระดับผู้บังคับบัญชาทั้งหน่วยงานรัฐและภาคเอกชน

สนช. นั้นถือว่าเป็นสภาอันไม่ต่างไปจากสถาบันผู้แทนราษฎรเพียงแต่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแต่มาจากการแต่ตั้งของ คสช. เพื่อทำหน้าที่ออกกฎหมายอันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ

แค่มาจากแต่งตั้งและส่วนใหญ่จะเป็นทหาร แต่ก็มีตำรวจ ข้าราชการพลเรือน นักธุรกิจ นักวิชาการเข้ามาเสริมเพื่อเติมเต็ม

ว่าให้ถึงที่สุดก็ไม่ต่างไปจากคำว่า “สภาทหาร”

คสช. แต่งตั้งบุคคลเหล่านี้ก็เพื่อให้เข้ามาทำหน้าที่ในการออกกฎหมายให้สอดรับกับการปฏิรูปประเทศที่มีการแก้ไขกฎหมาย ออกกฎหมายใหม่ๆหลายฉบับ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นประโยชน์ค่อนข้างชัดเจน

พูดจริงๆแล้วมีประโยชน์มากกว่าสภาผู้แทนฯ เสียอีก

หากมองกันอย่างเป็นจริงแล้วการเลือกสรรบุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบุคคลที่เชื่อว่าจะสามารถสนองงานของ คสช. และความต้องการให้เกิดประสิทธิผลมุ่งสู่เป้าหมาย

ไม่อยากจะพูดว่าเป็นสภาสั่งได้แต่ความหมายก็คงไม่ต่างกันนัก

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับความจริงก็คือ สนช. กับสภาผู้แทนฯ ล้อกันอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว การเปรียบเทียบจึงเกิดขึ้นอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

การเป็นแบบอย่างที่ดี มีความรับผิดชอบและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การปฏิบัติตามกฎกติกาจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง

หากเริ่มต้นจากการนำเรื่องนี้ออกมาตีแผ่แม้อาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรที่ต้องเอาเป็นเอาตายกัน

จึงไม่แปลก...พอเรื่องนี้ปรากฏออกมาต่างก็มีความพยายามที่จะออกปกป้องด้วยคำพูดและการแสดงออกในลักษณะที่ว่ามีใบลา มีภาระหน้าที่สำคัญจนไม่สามารถเข้าร่วมลงประชามติได้

นี่เป็นคำตอบที่ชวนให้กังขาอย่างยิ่ง...แตะต้องไม่ได้

หรือเลยเถิดไปไกลว่าเป็นเรื่องการเมืองที่ต้องการดิสเครดิต คสช. ยิ่งเฉพาะมีชื่อน้องชายนายกฯอยู่คนหนึ่งด้วย

แต่ลองคิดกันดูให้ดี ยิ่งน้องชายนายกฯยิ่งควรจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีมากกว่าบุคคลอื่นๆด้วยซ้ำไปเพราะจะเป็นการเสริมส่งพี่ชายที่ประชาชนให้การสนับสนุนและยอมรับในการทำหน้าที่สำคัญของประเทศ

คิดกันอย่างนี้ ทำกันอย่างนี้ยิ่งเสียหายมากเข้าไปอีก เพราะเข้าข่ายว่าสองมาตรฐานอย่างที่มีการจ้องมองกันไปอย่างนั้น.

“สายล่อฟ้า”

23 ก.พ. 2560 11:12 23 ก.พ. 2560 11:12 ไทยรัฐ