วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทุ่มฝีมือทํา ตําหนักเปี่ยมสุข ประกอบพิธีบําเพ็ญกุศลกงเต๊กถวาย

ทุ่มฝีมือทํา ตําหนักเปี่ยมสุข ประกอบพิธีบําเพ็ญกุศลกงเต๊กถวาย

  • Share:

เริ่มแล้วการวางโครงสร้าง พระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง พร้อมวางแผนเตรียมลงเสาเอกต้นแรก อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ประเมินใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือนทำโครงสร้างเสร็จเพื่อให้สำนักสถาปัตยกรรมเข้าทำงาน โดยกำหนดสีที่ใช้ตกแต่ง 6 สี “ทอง-ขาว-เทา-น้ำเงิน-เขียว-ชมพู” ขณะที่กำหนดย้ายต้นมะขาม 44 ต้น พ้นพื้นที่ปลาย เม.ย.นี้ พร้อมตั้งคณะกรรมการพิเศษดูแลใกล้ชิด ขณะเดียวกันเปิดตัวเครื่องกระดาษจำลองในพิธีบำเพ็ญกุศลกงเต๊กถวายพระบรมศพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “พระตำหนักเปี่ยมสุข” วังไกลกังวล สุดประณีตงดงาม ใกล้เคียงของจริง ระดม 6 ช่างทำเครื่องกระดาษมือหนึ่งของประเทศ ใช้เวลาออกแบบและจัดทำรวมเกือบ 3 เดือน ใช้เทคนิคการทำแบบโบราณ ทุกชิ้นจัดทำขึ้นสุดฝีมือ และเป็นพิเศษทั้งหมด

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. อันเป็นวันครบรอบการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 133 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวัน พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วสารทิศของประเทศไทย อาทิ จังหวัดอ่างทอง ลำพูน ขอนแก่น ชลบุรี ตาก สุโขทัย สระแก้ว ฯลฯ เดินทางมารอต่อแถวเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ อย่างไม่ขาดสาย ขณะเดียวกัน พล.อ.โง ซวน หลิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และคณะ จำนวน 16 คน เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในสมุดหลวง ที่ศาลาว่าการพระราชวัง พระบรมมหา ราชวัง ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วย

ขณะที่ท้องสนามหลวง พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่และการบริการโดยรอบพระบรมมหาราชวัง กล่าวถึงการเตรียมพื้นที่จัดสร้างพระเมรุมาศว่า เจ้าหน้าที่ได้ล้อมต้นมะขามที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศจำนวน 44 ต้นเรียบร้อยแล้วและเตรียมเคลื่อนย้ายไปอนุบาลที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี และคลอง 8 จ.ปทุมธานี ในช่วงวันที่ 25-27 เม.ย.นี้ พร้อมกันนี้ได้ตั้งคณะกรรมการพิเศษดูแลต้นมะขาม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่รุกขกร จากกรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่จากสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. และตัวแทนจากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระ ราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี จะทำหน้าที่ติดตามการดูแลต้นมะขามอย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานผลทุกสัปดาห์ หรือ 15 วัน เนื่องจากว่าประชาชนมีความเป็นห่วงต้นมะขามที่ถูกย้ายไป จึงต้องติดตามรายงานผลอย่างใกล้ชิดเพราะถือว่าเป็นสมบัติของประชาชน จากนั้นในเดือน พ.ค.นี้จะมีพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ กอร.รส.จะย้ายเต็นท์จุดพักคอยด้านทิศเหนือออกทั้งหมด โดยเบื้องต้นจะให้ประชาชนที่มารอถวาย สักการะพระบรมศพรออยู่ในเต็นท์บริเวณรอบสนามหลวงแทน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างการหารือว่าจะกำหนดจุดว่าจะอยู่จุดที่ใด เพราะต้องคำนึงถึงความสะดวกปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะสงฆ์จีนนิกาย นำโดยพระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (เย็นเต็ก) เจ้าอาวาสวัดโพธิ์แมนคุณาราม เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย ตลอดจนตัวแทนพระสงฆ์จีนนิกายทั่วประเทศ ร่วมกันจัดพิธีสำคัญ คือการบำเพ็ญกุศลกงเต๊กถวายพระบรมศพ พระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 28 ก.พ. ถือเป็นพิธีที่คณะสงฆ์ฝ่ายมหายานในไทย จัดอุทิศถวายสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. นายเศรษฐพงษ์ จงสงวน ประชาสัมพันธ์คณะสงฆ์จีนนิกาย เผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ พระเถระชั้นผู้ใหญ่ของคณะสงฆ์จีนนิกาย ได้เดินทางไปเข้าร่วมประชุมซักซ้อมเข้าใจในลำดับพิธี ร่วมกับฝ่ายพิธี สำนักพระราชวัง เป็นที่เรียบร้อย ทั้งเตรียมอุปกรณ์และลำดับขั้นตอนทุกอย่างไว้พร้อม เหลือขั้นตอนสุดท้ายคือรอโปรดเกล้าฯ ว่าพระประยูรญาติ บรมวงศานุวงศ์พระองค์ใด จะเสด็จร่วมในพิธี

อีกด้านหนึ่งที่วัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ ถนนเจริญกรุง คณะสงฆ์จีนนิกาย เชิญทีมช่างทำเครื่องกระดาษมือหนึ่งของประเทศ 6 คน ร่วมงานจัดทำเครื่องกระดาษจำลอง “พระตำหนักเปี่ยมสุข” วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีขนาดใหญ่และวิจิตรงดงาม จนต้องแบ่งเป็น 3 ส่วน เพื่อให้สะดวกในการขนย้าย คือ 1.ส่วนหลังติดทะเล 2.ส่วนด้านหน้าที่ดินที่ตั้งพระตำหนัก มีขนาดส่วนละประมาณ 2.5 เมตร และ 3.ส่วนของพระตำหนักเปี่ยมสุข ขนาดประมาณ 2 เมตร สูงราว 1 เมตร ทั้งหมดจะถูกนำมาประกอบกันในพระบรม มหาราชวัง ในวันที่ 27 ก.พ.นอกจากนี้ ยังได้ออกแบบจัดทำเครื่องกระดาษชิ้นสำคัญ ในพิธีอย่าง “รถยนต์พระที่นั่ง” และ “ธงถ่งพวง” สำหรับอัญเชิญดวงพระวิญญาณ ตลอดจน “หอสรง” สำหรับพิธีสรงน้ำดวงพระวิญญาณ รวมถึงเทพเจ้าจีน อย่าง ไต่ ซือ เอี๊ย ที่มีความสูงราว 2 เมตร

จากการเปิดเผยของนายประพันธ์ เผ่ามานะ หรือเฮียเล็ก อายุ 52 ปี ผู้ออกแบบเครื่องกระดาษจำลองพระตำหนักเปี่ยมสุข กล่าวว่า การออกแบบเครื่องกระดาษงานนี้ถือว่ายากที่สุด ตั้งแต่ทำมา แบบมีเพียงภาพนิ่งและภาพถ่ายดาวเทียม จึงใช้เวลาออกแบบและจัดทำรวมเกือบ 3 เดือน ตลอดเวลาทีมงานทุกคน อาศัยประสบการณ์ที่ทำงานเครื่องกระดาษมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ตั้งใจทุ่มเทงานนี้กันสุดฝีมือ เพื่อให้งานออกมายิ่งใหญ่และสมพระเกียรติ ทุกครั้งถ้ามีอุปสรรค จะนึกถึงในหลวง ร.9 ปรากฏว่าทุกอย่างลุล่วงไปได้ดี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พระตำหนักกระดาษเสร็จแล้วร้อยละ 90 เหลือเพียงส่วนประดับที่เป็นต้นไม้ ด้านนายธวัช ม่วงเพชร อายุ 61 ปี ช่างผู้จัดทำโครงและประกอบกระดาษกล่าวว่า งานเครื่องกระดาษทุกชิ้นในพิธีนี้ จัดทำขึ้นพิเศษทั้งหมด แต่ใช้หลักการที่ทำมาแต่โบราณ คือโครงไม้ไผ่แล้วแปะทับด้วยกระดาษ เน้นความสำคัญของการออกแบบและความประณีตทุกส่วน เพื่อให้ได้ใกล้เคียงของจริงมากที่สุด ทุกคนรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานถวายพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย จึงตั้งใจกันที่สุดในชีวิต

ส่วนที่ร้านโต๋ว เจียบ เส็ง ซอยประดู่ ถนนพระราม 4 เขตป้อมปราบฯ นายชัชวาล สุขเลิศนภากุล อายุ 33 ปี หนึ่งในผู้ออกแบบจัดทำเครื่องกระดาษงานพระบรมศพ เผยว่า เครื่องกระดาษที่ทางร้านได้รับมอบหมายให้จัดทำคือ ภูเขาเงินภูเขาทอง ขนาด 1.5 เมตร 9 ลูก เสื้อผ้าเด็ก ผู้ชาย ผู้หญิง อย่างละ 200 ชุด กระดาษทองเผาอุทิศแด่สัมภเวสี กระดาษเงิน อย่างละ 1 กระบะ พระคลังเงินพระคลังทอง ขนาด 2 เมตร หีบสมบัติ 2 ใบ รถยนต์พระที่นั่ง ตุ๊กตาข้าราชบริพาร สูง 80 ซม.จำนวน 18 ตัว ประกอบด้วยทหาร ราชองครักษ์ คนรับใช้ ข้าราชการ งานทุกชิ้นมีความใหญ่และประณีตกว่าเครื่องกระดาษที่ใช้ในงานของสามัญชน ที่สำคัญตลอดเวลาที่ทำงาน มีเพื่อนฝูงญาติมิตรแห่มาเป็นอาสาสมัครช่วยงานจำนวนมาก ทำงานกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เพราะภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในคนไทยเชื้อสายจีนที่ทำงานถวายพระองค์ มั่นใจว่าตลอดเวลากว่า 60 ปี ที่ร้านรับทำเครื่องกระดาษมา งานนี้ทุกชิ้นจะออกมางดงามพิเศษที่สุด

ต่อมาเมื่อเวลา 16.49 น.วันเดียวกัน นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ปล่อยขบวนรถเทรเลอร์ จำนวน 5 คันในพิธีเคลื่อนย้ายเสาพระเมรุมาศ โครงสร้างรับเสา ชิ้นงานเที่ยวแรกลักษณะชิ้นงาน SUPER TRUSS ซึ่งเป็นโครงสร้างเหล็กและสิ่งปลูกสร้างประกอบรากฐานพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.9 โดยมีนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ร่วมพิธีปล่อยขบวนรถ ที่บริษัทเอส ที เฟรม แอนด์ทรัส จำกัด ต.โพธิ์สามต้น อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมุ่งหน้ามายังท้องสนามหลวง โดยใช้เส้นทางถนนสายเอเชีย แล้วเลี้ยวเข้าถนนสายบางปะหัน-ปทุมธานี (347) จากนั้นขบวนรถทั้งหมดใช้เส้นทางด่วนบางปะอิน และลงทางด่วนยมราช มาตามถนนราชดำเนิน ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และเข้าท้องสนามหลวงด้านโรงแรมรัตนโกสินทร์ ในเวลาประมาณ 23.00 น. จากนั้นคนงานเริ่มประกอบโครงสร้างทันที

ทั้งนี้ นายอารักษ์ สังหิตกุล อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะทีมวิศวกรที่ปรึกษาวิศวกรรมด้านโครงสร้างพระเมรุมาศกล่าวว่า หลังจากเคลื่อนย้าย SUPER TRUSS ทั้ง 4 ต้น เข้ามาในพื้นที่ท้องสนามหลวงแล้ว รุ่งขึ้นตนพร้อมด้วยคณะวิศวกรจะเข้าไปตรวจสอบผังการดำเนินงาน เพื่อจัดเตรียมแผนการทดลองยกเสาเอกต้นแรกขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.นี้ ซึ่งจะมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี มาซักซ้อมทดสอบความเป็นไปได้ทั้งหมดของการทำงาน เพื่อไม่ให้มีปัญหาความมั่นคงของการยกและวางเสา ก่อนที่วันที่ 27 ก.พ.เวลา 10.01 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมาเป็นประธานในพิธีบวงสรวงและยกเสาเอกพระเมรุมาศ

นายอารักษ์กล่าวอีกว่า เมื่อยกเสาเอกพระเมรุมาศต้นแรกเสร็จสิ้นแล้ว จะยกเสาที่เหลืออีก 3 ต้น เพื่อประกอบเป็นโครงสร้างพระเมรุมาศเข้ากับโครงสร้างอื่นๆ เพื่อให้ดำเนินการก่อสร้างไปได้ต่อเนื่อง โดยจะใช้ทีมสถาปนิกและคณะช่างไม่ต่ำกว่า 100 คน คาดว่าการดำเนินงานในส่วนโครงสร้างจะแล้วเสร็จไม่เกิน 2 เดือน ก่อนที่จะเข้ากระบวนการงานสถาปัตยกรรมติดตั้งพื้น ผนัง และตกแต่งรายละเอียดด้านสถาปัตยกรรมประดับพระเมรุมาศส่วนต่างๆต่อไป

ด้านนายก่อเกียรติ ทองผุด นายช่างศิลปกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ออกแบบพระ เมรุมาศ กล่าวว่า ความคืบหน้าในการออกแบบพระ เมรุมาศ อยู่ในขั้นตอนช่างเข้าไปขยายแบบเท่าจริงที่อาคารโรงขยายแบบสถาปัตยกรรม “วิธานสถาปกศาลา” ที่ท้องสนามหลวง เพื่อให้ช่างรับไปใช้ในการก่อสร้างอย่างถูกต้อง โดยงานด้านสถาปัตยกรรมและโครงสร้างทางวิศวกรรมจะดำเนินควบคู่กันไป มีความมั่นใจว่าการจัดสร้างพระเมรุมาศจะไม่มีความผิดพลาด เพราะมีการทำงานเขียนแบบผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

นายก่อเกียรติกล่าวอีกว่า การออกแบบพระ เมรุมาศครั้งนี้ไม่เหมือนที่ผ่านมา มีรูปทรง 9 ยอด เป็นสถาปัตยกรรมในรัชกาลที่ 9 สื่อถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เปรียบเหมือนนารายณ์อวตาร สำหรับสีที่ใช้ตกแต่งพระเมรุมาศ มี 6 สี ได้แก่ สีทอง ขาว เทา น้ำเงิน เขียว และชมพู โดยจะเน้นสีทองร้อยละ 70 ซึ่งเทียบเคียงสีเหลืองเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพให้ความ รู้สึกสง่างามและยิ่งใหญ่ เพราะเป็นพระเมรุมาศพระมหากษัตริย์ สีขาวเปรียบดั่งพระโพธิสัตว์ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม ส่วนสีน้ำเงินแทนพระมหากษัตริย์ใช้ตกแต่งบริเวณฐานและเสาพระเมรุมาศ สีชมพูเสริมพระบารมีและทำให้พระเมรุมาศมีความโดดเด่น สีเขียวสื่อโครงการพระราชดำริและเกษตรทฤษฎีใหม่ที่นำความอุดมสมบูรณ์มาสู่ประเทศไทย โดยสีที่ใช้ตกแต่งมาจากกระดาษสีและผ้าทองย่นสาบสีกว่า 20,000 ตารางเมตร

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้