วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถกค้นธรรมกายล้มเหลว พระทัตตชีโวปัด

หลังดีเอสไอไปเจรจา5ชม.จ่อปฏิบัติการ-เต็มรูปแบบพระระดมพลตั้งป้อมรับมือ

เจรจา 5 ชั่วโมงล่ม ดีเอสไอประกาศบังคับใช้ กฎหมายเต็มรูปแบบ อ้างพระทัตตชีโว ผู้มีอำนาจเต็มในวัดปฏิเสธให้ความร่วมมือ 100% ขณะที่พระในวัดพระธรรมกายพร้อมตั้งป้อมค่ายรับมือตัดน้ำตัดไฟเต็มที่ ส่วนที่ตลาดกลางคลองหลวงหวิดวุ่น ดีเอสไอ ทหารเข้าตรวจสอบศิษย์วัดอ้างชื่อกลุ่มอารยะ 072 เป็นกองหนุนเข้ายึดพื้นที่ส่งเสบียงเข้าวัด สุดท้ายต้องถอย ส่วนข่าวการเข้ามอบตัวของพระธัมมชโย เจ้าคณะใหญ่หนกลางประสาน พศ.ไม่เป็นความจริง ตะลึงห้องคอนโทรลรูมในอาคาร 100 ปี กล้องวงจรปิดกว่า 200 ตัว เห็นครบทุกซอกมุมวัด

เป็นเวลา 1 อาทิตย์หลังจากรัฐบาลประกาศใช้ ม.44 ประกาศให้วัดพระธรรมกายเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ ไม่ให้มีบุคคลเข้าไปในวัด และผลักดันผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในวัดออกนอกพื้นที่ พร้อมส่งกำลังตำรวจ ทหาร โดยมีดีเอสไอเป็นแกนหลักเข้าตรวจค้นจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาสมคบและร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร แต่ไม่พบตัวโดยมีข่าวว่า พระธัมมชโยหลบหนีไปแล้ว ขณะเดียวกัน เริ่มมีการปะทะกันระหว่างพระสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ ที่ขอพื้นที่คืนโดยเฉพาะบริเวณถนนเลียบคลองแอนจนมีผู้บาดเจ็บ รวมทั้งนำมวลชนผู้ปกครอง เด็ก พ่อค้า และแม่ค้า ที่อยู่ในเขตพื้นที่วัดพระธรรมกาย เรียกร้องขอให้เจ้าหน้าที่เปิดเส้นทางเข้าออกวัดและรอบบริเวณวัด รวมทั้งยกเลิก ม.44 เนื่องจากได้รับความเดือดร้อน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่ยกเลิก ม.44 จนกว่าจะได้ตัวพระธัมมชโย พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการปะทะตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ศิษยานุศิษย์แห่ใส่บาตรแน่น

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศโดยรอบวัดพระธรรมกายว่า ประชาชนได้มาเข้าแถวเรียงยาวเพื่อรอใส่บาตรสามเณรและพระสงฆ์วัดพระธรรมกาย บริเวณฝั่งตลาดกลางคลองหลวงอย่างเนืองแน่น หลังจากนั้น พระสงฆ์สามเณรได้เดินกลับเข้าวัดโดยผ่านการตรวจใบสุทธิอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกัน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร ยังคงตรึงกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่บริเวณโดยรอบพื้นที่ทั้งฝั่งประตู 5 วัดพระธรรมกาย และฝั่งตลาดกลางคลองหลวง โดยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา มีเพียงการสวดมนต์ และการเทศน์ผ่านเสียงตามสาย เหตุการณ์เป็นไปอย่างปกติเรียบร้อย

บิ๊กดีเอสไอตรวจพื้นที่ก่อนค้น

กระทั่งเวลา 08.00 น. เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ โดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เข้าตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ บริเวณปากทางเข้าถนนเลียบคลองแอน ทางเข้าประตู 5-6 วัดพระธรรมกาย พร้อมสอบถามความเป็นอยู่และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ พ.ต.ต.สุริยา เผยว่า มาลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย ก่อนเจ้าหน้าที่จะปูพรมค้นหาตัวพระธัมมชโย ทั้งโซน A และโซน B ของวัดพระธรรมกายอีกครั้ง เนื่องจากการเข้าตรวจค้นครั้งก่อนหน้านี้อาจยังไม่ละเอียดพอ โดยการเข้าไปได้ในครั้งนี้จะสามารถตรวจค้นทุกพื้นที่ได้หมดทุกจุดอย่างละเอียด

ไม่พบธัมมชโย วันนี้ปรับแผน

“หากการตรวจค้นครั้งนี้ยังไม่พบตัวพระธัมมชโย จะต้องหารือและวางแนวทางกันใหม่ ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ไม่ใช่การบุก แต่เป็นการเข้าค้นด้วยความละมุนละม่อม ส่วนกรณีที่มีกำลังทหารจากกองร้อยรักษาความสงบ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 12 รักษาพระองค์ จังหวัดปราจีนบุรี ประจำอยู่ที่ตลาดกลางคลองหลวงนั้น เป็นเพียงการตรึงกำลังในพื้นที่ควบคุม เพื่อไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาสมทบในพื้นที่วัด สำหรับการเข้าพูดคุยเพื่อขอเคลียร์พื้นที่ที่มีศิษย์และพระสงฆ์รวมตัวกันอยู่นั้น จะต้องหารือกับทุกฝ่ายก่อน ไม่ได้มุ่งแต่จะจับตัวพระธัมมชโย แต่จะต้องดูแลสถานการณ์ภาพรวมให้เรียบร้อยด้วย” พ.ต.ต.สุริยากล่าว

แจงสื่อข้อความป่วนในโซเชียล

เวลาไล่เลี่ยกัน กระทรวงยุติธรรมได้ออกแถลงการณ์ถึงสื่อมวลชน ระบุว่า คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอชี้แจงกรณีมีข้อความข่าวสารปรากฏในโซเชียลมีเดียต่างๆ ข้อความว่า “ข่าววงในเชื่อถือได้...สั่งให้เราเฝ้าระวัง วันนี้จะมีการปะทะกันหนักที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร พร้อมอาวุธครบมือจะเข้ามาบุกยึดสลายประชาชน ซึ่งเป็นชาววัดที่ไม่มีอาวุธอะไรเลย เป็นปฏิบัติการที่ทำด้วยความรุนแรงไม่ห่วงความปลอดภัยว่าจะถึงขั้นบาดเจ็บ ล้มตาย (เพราะทำตามใบสั่ง) ข้อความที่ได้รับมาเชื่อถือได้ เป็นข้อมูลจากการประชุมครั้งล่าสุด หากกระจายข้อมูลนี้ออกไปให้มากอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและยุติลงได้เพราะข่าวนี้รั่วไหลออกมา ย้ำ มีวิธีเดียวเท่านั้นที่จะยุติความรุนแรงในคืนนี้ได้ คือ ต้องกระจายข้อมูลที่ได้รับมานี้ให้ไวที่สุด หรือข้อความอาทิ คืนนี้ทหารจะบุกยึดวัดพระธรรมกายให้ทุกคนระวังตัว แนะนำใช้ข้อความทุกภาษา ไทย อังกฤษ จีน เป็นต้น แพร่กระจายให้ไว และมากด้วยสื่อเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และส่งข่าวสารถึงสื่อต่างประเทศ ให้ได้มากที่สุด”

ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ

กรมสอบสวนคดีพิเศษขอแจ้งว่าทั้งหมดเป็นข้อความเท็จที่ถูกเผยแพร่บนระบบคอมพิวเตอร์ ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าได้หลงเชื่อ และขอแจ้งเตือนไปยังผู้ปล่อยข่าวเท็จและแชร์ข่าวดังกล่าวว่า ท่านกำลังทำผิดกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และฝ่าฝืนคำสั่ง หน.คสช.ที่ 5/2560 ขอให้งดการกระทำดังกล่าว และได้สืบสวนหาต้นตอของข่าวเพื่อดำเนินคดีแล้ว จึงประชาสัมพันธ์มาเพื่อทราบ ลงชื่อ คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ

เจรจาวัดขอเข้าค้นอีกครั้ง

ส่วนที่ บก.ตชด.ภาค 1 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอกล่าวว่า เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าไปที่บริเวณประตู 7 วัดพระธรรมกาย เพื่อเจรจากับวัด ขอเข้าค้นวัดพระธรรมกายในวันนี้ หลังจากเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้พูดคุยกัน 2 ครั้ง แต่ยังไม่มีความชัดเจน ดังนั้นขณะนี้ที่ประชุมซึ่งมี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ และ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 ยังรอผลการเจรจาจากทางรองอธิบดีดีเอสไออยู่

พบมวลชนในวัดเพิ่ม 200-300 คน

“กรณีที่วัดพระธรรมกายห่วงเรื่องอาหารในวัดจะไม่เพียงพอต่อพระและลูกศิษย์นั้น ดีเอสไอได้ประสาน พศ.ให้ติดต่อไปทางวัดพระธรรมกายแล้วว่า เจ้าหน้าที่จะจัดสถานที่และภัตตาหารให้พระได้ฉัน โดยจะจัดไว้ในพื้นที่โซน C เป็นพื้นที่ 2,000 กว่าไร่ของวัดพระธรรมกาย ส่วนการประเมินตัวเลขของมวลชนที่อยู่ภายในวัดพระธรรมกายในวันนี้ มีมวลชนที่เป็นประชาชน 2,500 คน ส่วนพระประมาณ 1,000 รูป สังเกตได้ว่ามีจำนวนมวลชนเพิ่มขึ้น 200-300 คน เนื่องจากยังมีการแทรกซึมเข้าไปได้ ขณะที่บางส่วนก็ทยอยออกมาแล้ว” พ.ต.ต.วรณันกล่าว

มอบดาบ ผวจ.เชือด จนท.ท้องถิ่น

พ.ต.ต.วรณันกล่าวอีกว่า อธิบดีดีเอสไอได้อาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 5/2560 มอบให้ ผวจ.ปทุมธานี เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ สามารถใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช.ฉบับนี้ได้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการข่าวทราบว่า มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้สนับสนุนมวลชนและรถสุขาเข้าไปในพื้นที่ของวัด ดังนั้น ผวจ.ปทุมธานี มีอำนาจสามารถเรียกผู้บริหารท้องถิ่น หรือบุคคลที่ต้องสงสัยเข้ามารายงานตัวเพื่อซักถามข้อเท็จจริงแล้ว คาดว่าในวันนี้ทางจังหวัดจะแถลงข้อเท็จจริงให้ทราบต่อไป

ทำหนังสือเรียกมารายงานตัว

ต่อมา นายสุรชัย ขันอาสา ผวจ.ปทุมธานี มีหนังสือออกคำสั่งเลขที่ ปท 0023.4/3240 ให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมารายงานตัวตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ใจความในหนังสือระบุว่า ด้วยหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 5/2560 มาตรการให้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ลงวันที่ 15 ก.พ.60 อาศัยความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557) กำหนดให้วัดพระธรรมกาย และพื้นที่บริเวณโดยรอบวัดพระธรรมกายใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นพื้นที่ควบคุม ผู้ใดขัดขวางหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ให้จังหวัดดำเนินการตรวจสอบหากพบหรือสืบทราบว่ามีบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใดสนับสนุนในการระดมคนหรือสร้าง สถานการณ์ต่างๆเพื่อขัดขวางการดำเนินงานตามคำสั่งดังกล่าวให้ถือว่ามีความผิด

4 คนแรก บิ๊กท่าโขลง–คลองสาม

จังหวัดปทุมธานีพิจารณาแล้ว เพื่อให้ผู้บริหารของเทศบาลเมืองท่าโขลง และองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ถือปฏิบัติตามแนวทางคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติดังกล่าวข้างต้นโดยเคร่งครัด อาศัยอำนาจตามมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 และมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 เรียกบุคคลตามรายชื่อดังต่อไปนี้มารายงานสถานการณ์ในพื้นที่ และรับนโยบายเพิ่มเติมจากผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ณ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปทุมธานี ในวันที่ 22 ก.พ.60 เวลา 10.00 น. ประกอบไปด้วย 1.นายไท ทองปราง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง 2.นายปกรณ์ ทองปราง รองนายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง 3.นายวีระศักดิ์ ฮาดดา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม 4.นางทุเรียน ปุ่นพิทักษ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม

กำนัน ต.คลองสามโดนด้วย

ทั้งนี้ นายสุรชัย ขันอาสา ผวจ.ปทุมธานี ได้ออกหนังสือสั่งการอีกฉบับเลขที่ ปท 0018.2/30 โดยให้นายวีระศักดิ์ ฮาดดา นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลคลองสาม และนายสถาพร มาทรัพย์ กำนัน ต.คลองสาม มารายงานตัวที่จังหวัดปทุมธานี ในเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ก.พ.นี้

เรียก 300 ผู้นำท้องถิ่นรับนโยบาย

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายสุรชัย ขันอาสา ผวจ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ เรียกนายอำเภอคลองหลวง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้อง ประมาณ 300 คน มาประชุมและมอบแนวทางปฏิบัติในกรณีวัดพระธรรมกาย โดยนายสุรชัย และ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ได้กำชับ และขอให้ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานะเจ้าพนักงานของรัฐ ให้ความร่วมมือโดยให้ปฏิบัติตามกฎหมาย และคำสั่งมาตรา 44 ของ คสช. และกฎหมายต่างๆ อย่างเคร่งครัด ไม่ให้กระทำการสนับสนุนแก่ผู้กระทำความผิด และให้ความร่วมมือสนับสนุนแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงาน พร้อมให้ติดตามสถานการณ์กรณีวัดพระธรรมกาย และสั่งการให้หน่วยงานด้านปกครองฯ ในจังหวัดปทุมธานีทั้ง 7 อำเภอ เตรียมพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา

6 บิ๊กท่าโขลง–คลองสามมาด้วย

มีรายงานด้วยว่า ผู้บริหารองค์กรท้องถิ่นที่ ผวจ.ปทุมธานี เรียกให้เข้ามารายงานตัวคือ 1.นายไท ทองปราง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง อ.คลองหลวง 2.นายปกรณ์ ทองปราง รองนายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง 3.นายวีระศักดิ์ ฮาดดา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม อ.คลองหลวง 4.นางทุเรียน ปุ่นพิทักษ์ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม 5.นายสถาพร มาทรัพย์ กำนันตำบลคลองสาม 6.นายวีระ วงษ์มั่งมี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.คลองสาม เดินทาง มารายงานตัวและรับฟังแนวทางการปฏิบัติครั้งนี้ด้วย

ค้นอีกเพราะต้องตอบคำถามสังคม

ช่วงเวลาเดียวกัน ที่กระทรวงยุติธรรม นายสุวพันธุ์ ตันยุววรรธนะ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า ทราบว่าเมื่อเช้าได้มีการประชุมร่วมกับวัดพระธรรมกายอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ต้องการเข้าไปในพื้นที่วัดอีก เพื่อทำหน้าที่ของเราให้เสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานต้องสามารถตอบคำถามกับรัฐบาลและสังคมได้ ที่สำคัญรวมทั้งศาลที่ออกหมายค้นให้เราด้วย เพราะเมื่อปฏิบัติหน้าที่แล้ว จะต้องชี้แจงต่อศาลให้รับทราบ

เป็นดุลพินิจของผู้ปฏิบัติงาน

“รัฐบาลมอบหมายนโยบายให้ปฏิบัติตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้ปฏิบัติงานด้วยความอดทน รับผิดชอบรักษาวินัย และที่สำคัญ ต้องทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมายที่มีอยู่ อยากเรียนต่อสังคมว่าทางฝ่ายราชการกำลังปฏิบัติงานตามหน้าที่ ดังนั้น อยากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อทำเรื่องให้ได้ข้อยุติที่เป็นผลดีต่อส่วนรวมทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นไปแล้ว แต่มีบางส่วนที่ต้องการขอตรวจค้นเพิ่มเติม เพื่อที่จะตอบข้อสงสัยทั้งหมด ชุดที่ทำงานอยู่อาจจะยังมีข้อสงสัย ถือเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ สั่งการไปว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานไปตามที่เห็นสมควรโดยร่วมมือกับผู้แทนของมหาเถรสมาคมด้วย ทราบว่ามีตัวแทนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย ขอยืนยันว่าที่ทำวันนี้นั้น ทำไปตามข้อกฎหมายทั้งสิ้น และวิธีการปฏิบัติก็เป็นไปตามมาตรฐาน” นายสุวพันธุ์กล่าว

สังฆราชต้องการให้ยุติ-ไม่รุนแรง

รมว.ยุติธรรมเผยต่อว่า ได้หารือกับสมเด็จพระสังฆราช ทั้งทางโทรศัพท์ รวมทั้งประสานงานคุยกัน ท่านต้องการให้เรื่องยุติลงด้วยความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และไม่เกิดเหตุรุนแรง ทั้งนี้ ผู้ปฏิบัติต้องรับข้อห่วงกังวลทุกด้าน สิ่งที่ทำอยู่ในขณะนี้ คือยึดหลักความอดทน ไม่ให้เกิดความรุนแรง ทุกอย่างจะดำเนินการด้วยหลายวิธี สิ่งที่เราอยากจะเห็นก็คือ ทุกอย่างเดินไปตามข้อกฎหมาย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยไม่กำหนดเส้นตายแต่อย่างใด ส่วนเจ้าหน้าที่ต้องมีวิธีการปฏิบัติไปตามความเหมาะสม ตอนนี้ที่ห่วงคือ 1.เรื่องของพระธัมมชโย มีหมายจับและหมายค้น ที่ต้องดำเนินการติดตามเพื่อให้ได้ตัวพระธัมมชโย เพื่อมอบให้อัยการ จะพบหรือไม่พบตัวก็เป็นเรื่องของการปฏิบัติยังไม่รู้ ทั้งนี้ การปฏิบัติการพบหรือไม่พบตัว ต้องมาบอกให้ทราบ 2.ทางมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะต้องเข้ามามีส่วนดำเนินการเรื่องนี้ในอนาคตที่จะต้องหารือกันต่อไป

สังคมรู้ อะไรควร ไม่ควร

“ทุกฝ่ายก็ต้องการอย่างนั้น เป็นเรื่องของการบริหารจัดการที่ต่อไปทางมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะต้องเข้ามาช่วย ขอให้รอจบการดำเนินการงานในส่วนของกระทรวงยุติธรรมให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ขณะนี้เบื้องต้นการปฏิบัติการยังสามารถใช้ ม.44 แต่ต้องขอดูวันนี้ถึงจะสามารถตอบได้ว่าอะไรเป็นอะไร ส่วนกรณีพระสนิทวงศ์โพสต์หมายเลขโทรศัพท์ตนนั้น ไม่ทะเลาะกับพระ สังคมรู้ดีว่าอะไรควร อะไรไม่ควร” รมว.ยุติธรรมกล่าว

พระเหน็บ เป็น รมต.หลับลงได้ยังไง

ส่วนความเคลื่อนไหวฝั่งวัดพระธรรมกาย เมื่อเวลา 09.15 น. วันเดียวกัน บริเวณแนวกั้นฝั่งวัดพระธรรมกาย ถนนเลียบคลองแอนทางเข้าประตู 5-6 พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่า กรณีที่นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม ออกมาโอดครวญว่า มีผู้โทร.ไปต่อว่าต่างๆนานาในยามวิกาล ขอชี้แจงว่าผู้เป็นรัฐมนตรีจำเป็นจะต้องฟังเสียงของประชาชน และน่าจะขอบใจผู้ที่โพสต์ข้อความเชิญชวนเพราะเป็นสื่อช่องทางให้ประชาชนได้เข้าถึงเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง แต่กลับออกมาพูดว่าเป็นการรบกวนยามวิกาล การเป็นรัฐมนตรีนั้นจะต้องพร้อมฟังเสียงและปัญหาของประชาชนตลอด 24 ชม. ไม่มียามวิกาล แล้วท่านนอนหลับลงได้อย่างไร ขณะที่พระสงฆ์ สามเณร ประชาชน ของรัฐบาลท่านเองตื่นอยู่ตลอด 24 ชม. เพื่อป้องกันเฝ้าระวังการใช้กำลังของทหาร ตำรวจ ในรัฐบาลของท่าน ท่านในฐานะผู้บริหารประเทศต้องรับผิดและรับชอบ

เป็นไปไม่ได้ธัมมชโยมอบตัว

“กรณีมีเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวว่าพระธัมมชโยจะไปมอบตัวที่วัดพิชัยญาติ ย่านคลองสานนั้น เรื่องดังกล่าวโอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ถึงแม้ในปี 2542 พระธัมมชโยจะเคยไปมอบตัวเพื่อขึ้นศาลสงฆ์ก็จริง ศาลยกฟ้องไม่มีความผิด เป็นเพียงการปล่อยข่าวของฝั่งตรงข้ามเท่านั้น นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นวัดเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมาไปแล้ว และมีการลงนามในการตรวจค้นทั้ง 2 ฝ่าย จนเป็นที่พึงพอใจ แต่จู่ๆกลับมีการตรวจค้นเพิ่มอีก ถ้าทางเจ้าหน้าที่ยกเลิก มาตรา 44 แล้วมาเจรจากันใหม่ ทางวัดจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี” พระสนิทวงศ์กล่าว

พศ.บอกเรื่องมอบตัวไม่จริง

ด้านนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวเรื่องที่พระธัมมชโย จะเข้ามอบตัวต่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้า คณะใหญ่หนกลางที่วัดพิชยญาติการาม ว่า ได้สอบถามกรณีดังกล่าวยังสมเด็จพระพุทธชินวงศ์แล้ว ท่านยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง และขอให้ พศ.ได้ชี้แจงต่อสาธารณชนได้รับทราบด้วย ขณะนี้ยังเป็นไปตามกระบวนการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ขณะเดียวกันหลังจากที่พระพรหมมุนี เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้ขอให้ พศ. ประสานงานระหว่างกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะผู้ปกครองในพื้นที่ กับวัดพระธรรมกาย เพื่อช่วยกันหาทางออกของปัญหาดังกล่าว ทางกรรมการ มส. หลายรูป ได้เข้ามาช่วยประสานงาน และติดต่อไปยังวัดพระธรรมกาย เพื่อให้มาหาทางออกร่วมกันแล้ว

เครือข่ายสมาพันธ์ชาวพุทธออกโรง

ขณะเดียวกัน เครือข่ายสมาพันธ์ชาวพุทธทุกระดับ ออกแถลงการณ์ขอเรียกร้องให้รัฐยกเลิกคำสั่ง ม. 44 โดยมีเหตุผลประกอบดังนี้ 1.วัดพระธรรมกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เป็นการแยก พุทธจักรกับอาณาจักรออกจากกัน คำสั่งดังกล่าวมุ่งจับกุมพระเทพญาณมหามุนี ซึ่งได้รับความยินยอมจากทางวัดให้เข้าตรวจค้นแต่ไม่พบ มีการถอดถอนพระเทพญาณมหามุนี ให้พ้นจากตำแหน่งเจ้าอาวาส การดูแลบริหารวัดทั้งหมด ขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน มีการนิมนต์พระหลายรูปไปรายงานตัวยังพื้นที่อื่น มีการคาดการณ์ว่า อาจจะถูกเชิญไปปรับ ทัศนคติ หรือแจ้งข้อหาต่างๆ พร้อมอาจกักบริเวณชั่วคราวจนถึงขั้นให้ลาสิกขา พระ เณร จำนวนมากเดือดร้อนทั้งการบิณฑบาต และการเข้าพื้นที่ คำสั่งดังกล่าวขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

ค้นแล้วไม่พบควรยกเลิก ม.44

2.รัฐควรแยกระหว่างตัวบุคคลกับสิ่งก่อสร้าง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นไม่พบพระเทพญาณมหามุนี จึงควรยกเลิกคำสั่งฉบับนี้ พร้อมถอนกำลัง และคืนพื้นที่ให้พระสงฆ์ พุทธศาสนิกชน แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่กลับใช้โอกาสปิดอาคารต่างๆ ไม่ให้พระสงฆ์ พุทธศาสนิกชนเข้าใช้ อาจทำให้เข้าใจได้ว่าเป้าที่แท้จริงแล้วคือยึดวัด ยึดทรัพย์สินเงินทอง ไม่ให้พระและพุทธศาสนิกชนได้ใช้อาคารในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ด้วยเหตุผลทั้งหมด เครือข่ายสมาพันธ์ชาวพุทธทุกระดับ ขอเรียกร้องให้รัฐยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ทั้งนี้ เครือข่ายสมาพันธ์ชาวพุทธทุกระดับ ประกอบด้วย สมาพันธ์ชาวพุทธยุโรป เอเชีย ประเทศไทย อเมริกา ศรีลังกา ออสเตรเลีย และสมาพันธ์ชาวพุทธระดับจังหวัดอีก 46 จังหวัดทั่วประเทศ ลงนามในแถลงการณ์ โดยนายบรรจบ บรรณรุจิ ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธเอเชีย นายดวงใจ เชื้อคำเพ็ง รักษาการประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย และนายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย

แชร์ว่อนคอนโทรลรูมธรรมกาย

มีรายงานข่าวว่าในโลกโซเชียล แพร่ภาพเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ขณะเข้าตรวจค้นอาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์ อาคารทรงรูปโลกขนาดยักษ์สูง 15 ชั้น ในวัดพระธรรมกาย เป็นภาพห้องคอนโทรลรูม หรือห้องยุทธศาสตร์ ที่มีจอมอนิเตอร์ สามารถดูภาพจากกล้องวงจรปิดภายในวัดพระธรรมกาย กว่า 200 ตัวได้ เห็นทุกซอกทุกมุมภายในวัด

ส่งรถ ตชด.ให้ พฐ.ตรวจ

ส่วนกรณีที่รถบรรทุกกำลังพลของ ตชด.ทะเบียนตราโล่ 86632 ถูกปากระจกร้าวขนาด 3 นิ้ว คาดว่าน่าจะเป็นหิน หรืออาจจะเป็นวัตถุบางอย่างปลิวกระแทกกระจก ช่วงกลับรถบริเวณประตู 7 เมื่อค่ำวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่บก.ตชด.ภ.1 พล.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ ลิ้มเฉลิมฉัตร ผบก.ตชด.ภาค 1 และ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดี พร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำรถคันดังกล่าวไป สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อลงบันทึกประจำวัน และให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบว่าเกิดจากสาเหตุใด

สุริยา แถลงเจรจาล้มเหลว 100%

จนกระทั่งเวลา 14.30 น.ที่หน้าห้องประชาสัมพันธ์ (information) ภายในประตู 7 วัดพระธรรมกาย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ พร้อมด้วย พระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี แถลงผลการเจรจากับวัดพระธรรมกายนานกว่า 5 ชั่วโมง โดย พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า ขณะนี้พระราชภาวนาจารย์ ทัตตชีโว (พระทัตตชีโว) รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจในวัดพระธรรมกาย ได้ปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าตรวจค้น 100% กับเจ้าหน้าที่ เเม้ดีเอสไอจะพยายามทุกวิถีทาง หรือแม้กระทั่งพระชั้นผู้ใหญ่ช่วยพยายามเจรจา ทำความเข้าใจกับพระทัตตชีโวแล้วถึงที่สุดแล้วก็ตาม เข้าใจว่าพระทัตตชีโวอาจอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่ไม่สามารถเอื้อการเข้าถึงข้อมูลและรับข่าวสารครบถ้วน 100%

จากนี้จะเป็นไปตามกฎหมาย

“ท่านอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลที่ต่างไป รวมถึงการขอเข้าพบพระทัตตชีโว ถูกปฏิเสธการเข้าพบด้วย สุดท้ายสรุปว่าการเจรจาไม่เป็นผล หลวงพ่อทัตตชีโวไม่ให้ความร่วมมือ และการเจรจาไม่เป็นผลถือว่าสิ้นสุดการเจรจาแล้ว หลังจากนี้จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป คนเจ็บป่วย พระ เณร ฆราวาส ลูกจ้างวัด ทุกคนที่ประสงค์จะเดินทางออกวัด ให้มารวมตัวกันที่ประตู 7 เจ้าหน้าที่จะพาออกนอกบริเวณวัด ส่งกลับภูมิลำเนาทันที” พ.ต.ต.สุริยากล่าว

ไพสิฐสั่งดำเนินการเต็มรูปแบบ

ขณะเดียวกัน ที่ บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะผู้บัญชาการ เหตุการณ์ ได้รายงานผลการเจรจามายังที่ประชุมให้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ทราบแล้วว่าผลการเจรจาไม่สำเร็จ หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะไม่เจรจากันอีก อธิบดีดีเอสไอได้สั่งการให้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ ตามที่ได้กำหนดไว้แล้วอย่างเต็มรูปแบบ โดยกำลังเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้มีทั้งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ทหาร และตำรวจ

ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

“สำหรับแผนปฏิบัติการนั้น ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด หากพบผู้กระทำความผิดขัดขวางการปฏิบัติการทำงานของเจ้าหน้าที่ จะถูกจับกุมดำเนินคดีตามคำสั่ง คสช.ที่ 5/2560 ส่วนปฏิบัติการในครั้งนี้จะมีการกำหนดกรอบเวลาหรือไม่ว่าต้องปฏิบัติการให้แล้วเสร็จในเวลาไหนนั้น คงตอบได้ 2 ข้อ คือ 1. ภารกิจเสร็จ และ 2.ประเมินสถานการณ์ ส่วนการเข้าค้นในครั้งนี้ ยังคงเป็นไปตามหมายค้น คือเพื่อจับกุม ผู้ต้องหาที่กระทำความผิด อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้มีแผนรองรับการปฏิบัติการในครั้งนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว” พ.ต.ต.วรณันกล่าว

บิ๊กหยม ยันดีเอสไอมีแผนสำรอง

ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในพื้นที่บริเวณโดยรอบวัดพระธรรมกาย ได้เริ่มนำตู้คอนเทนเนอร์วางปิดกั้นบริเวณประตู 8 และ 9 แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้มวลชนของวัดพระธรรมกาย รวมถึงผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในพื้นที่ได้อีก ส่วนกรณีที่ประตู 5 และ 6 ของวัดพระธรรมกายที่กลุ่มมวลชนและพระสงฆ์จำนวนมากไปรวมกันอยู่ที่บริเวณดังกล่าวนั้น ทางเรามีความเป็นห่วง แต่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอได้มีแผนการปฏิบัติสำรองไว้แล้ว ส่วนบุคคลใดที่ต้องการเดินทางออกจากวัดพระธรรมกายนั้นแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที พร้อมอำนวยความสะดวกอยู่ตลอดเวลา

ตร.เฮ ข้าวกล่องถูกและดีขึ้น

มีรายงานว่า จากกรณีการนำเสนอข่าวเรื่องเบี้ยเลี้ยงของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มาปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 44 ภายในบริเวณรอบวัดพระธรรมกาย โดยตำรวจทุกนายจะได้รับเบี้ยเลี้ยงต่อคนวันละ 440 บาท ได้มีการหักค่าอาหารทุกมื้อวันละสามเวลาคือ เช้า กลางวัน และเย็น สามมื้อมื้อละ 80 บาท เหลือ กลับบ้านจริงๆคือวันละ 200 บาทเท่านั้น ราคาของข้าวกล่องในแต่ละมื้อว่ามีเพียงข้าวและกับข้าวเพียงอย่างเดียว แต่ราคาสูงถึงกล่องละ 80 บาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ในวันนี้ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บอกว่าตอนนี้ราคาข้าวกล่องลดลงมาเหลือกล่องละ 50 บาท และมีเมนูเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่าที่ผ่านมา ทราบว่ามีการเปลี่ยนผู้ประกอบการที่ทำอาหารรายใหม่เข้ามาแทน รสชาติดีกว่าเดิมมาก มีเมนูอาหารหลากหลาย และก็กินอิ่มมากกว่าเดิม เพราะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ทำให้ค่าเบี้ยเลี้ยงต่อวันของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเหลือมากขึ้น แต่ก็ยังไม่พอในค่าใช้จ่ายต่อวันอยู่ดี เนื่องจากเหลือวันละ 290 บาท ยังมีค่าใช้จ่ายรายวัน เช่น ค่าน้ำ ค่าอาหารว่าง ไม่พอต่อวันในการมาปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้

ว่อนเน็ต “แดง อ่างทอง” นำคนสมทบ

รายงานข่าวแจ้งว่า ในกลุ่มไลน์ของเจ้าหน้าที่ชุดข่าวความมั่นคง ตำรวจและทหาร มีการส่งรูปชายวัยกลางคน รูปร่างสูงใหญ่ สวมหมวกแก๊ปและแว่นตาดำ ทราบชื่อต่อมาคือ นายณรงค์ ผดุงศักดิ์ศรี หรือเฮียสี่ หรือแดง อ่างทอง อีกทั้งมีรายงานข่าวว่า ได้นำมวลชนประมาณ 500 คน เข้ามาอยู่ที่ตลาดคลองหลวง ตรงข้ามทางเข้าคลองแอน ทางไปประตู 5 และ 6 วัดพระธรรมกาย เพื่อมาสมทบกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมาด้วย เบื้องต้นข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีผู้ใหญ่ทางดีเอสไอ และตำรวจภาค 1 ยืนยันข่าวดังกล่าว

500 ศิษย์วัดปะทะดีเอสไอ

ต่อมาเวลา 15.20 น. พ.ต.ต.สุริยา รองอธิบดี ดีเอสไอ พ.ท.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ร.12 พัน. 1 รอ.นำกำลังเข้าตรวจสอบที่ตลาดกลางคลองหลวง ฝั่งตรงข้ามทางเข้าคลองแอน มุ่งหน้าประตู 5 และ 6 วัดพระธรรมกาย หลังได้รับแจ้งจากเจ้าของตลาดดังกล่าวว่ามีกลุ่มบุคคลกว่า 500 คน เข้ามาใช้พื้นที่ โดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อ พ.ต.ต.สุริยาเข้ามาในพื้นที่ กลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายได้แสดงความไม่พอใจ พร้อมเข้ามาล้อมกรอบเจ้าหน้าที่ มีการกระทบกระทั่งกันประมาณ 5 นาที จนเจ้าหน้าที่ต้องล่าถอยออกมา

เจ้าของตลาดขอให้มาขับไล่

ขณะที่ พ.ต.ต.สุริยาเผยว่า เจ้าของตลาดได้แจ้งความไว้ที่ สภ.คลองหลวง ว่ามีกลุ่มบุคคลที่ไม่ประสงค์เข้ามาใช้พื้นที่ของตลาด และต้องการให้เจ้าหน้าที่มาขับไล่ เพราะแม่ค้าในตลาดตั้งแผงขายของไม่ได้ อีกทั้งพื้นที่ตรงนี้เป็นจุดเสี่ยงที่มือที่ 3 อาจเข้ามาก่อเหตุได้ แต่กลับมีกลุ่มบุคคลมายึดพื้นที่ กางเต็นท์ และมีพฤติกรรมก้าวร้าว

อัยย์รับหน้าที่หาเสบียงเข้าวัด

ขณะเดียวกัน ที่หน้าตลาดกลางคลองหลวง นายอัยย์ เพชรทอง ประธานองค์กรพลังชาวพุทธ พร้อมด้วยพระอิสรภาพ อาจรสัมปันโน พระลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้แถลงข่าวว่า กลุ่มพระและชาวบ้านที่นั่งสวดมนต์อยู่ตลาดกลางคลองหลวงนี้มีชื่อว่ากลุ่ม อารยะ 072 เป็นกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าวัดได้ มารวมตัวกันเพื่อสนับสนุนกลุ่มที่อยู่ภายในวัด คอยหาทางส่งเสบียงเข้าไปให้ บริเวณนี้รองรับคนได้ถึง 10,000 คน หากลูกศิษย์วัดที่มาจากต่างจังหวัดเข้าวัดไม่ได้ตรงนี้ก็จะเป็นที่รองรับ ทั้งนี้หากถูกไล่ที่ เตรียมจะย้ายไปปักหลักบริเวณป่ากกที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร

พระ 7 รูปประท้วงอดอาหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการแถลงข่าวเสร็จ มีพระ 7 รูปได้มานั่งสมาธิเริ่มทำอารยะขัดขืน อดอาหาร บริเวณทางเข้าตลาดทันที เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการใช้ ม.44 กับทางวัดพระธรรมกาย โดยมีพระครูมงคลกิจจารักษ์ เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ เดินทางมาเจรจา เพื่อให้พระที่ชุมนุมกลับวัดต้นสังกัด โดยมีพระณัฏฐ์วัต พระวัดพระธรรมกาย ตัวแทนพระร่วมเจรจาในครั้งนี้ แต่การเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จ เจ้าคณะอำเภอคลองหลวงจึงเดินทางกลับทันที

วัดระดมตั้งป้อมป้องกันการบุก

ส่วนความเคลื่อนไหวภายในวัดพระธรรมกาย มีรายงานด้วยว่า ตั้งแต่ช่วงบ่าย ภายในประตู 4 และบนสะพานแสงตะวันที่ข้ามไปประตู 4 กับประตู 1 วัดพระธรรมกาย มีเจ้าหน้าที่วัด ช่วยขนท่อน้ำซีเมนต์ขนาดใหญ่ เส้นรอบวงขนาด 2 เมตร กว่า 5 วง มาวางกันไว้ตรงปากทางเข้า เพื่อปิดตายไม่ให้เจ้าหน้าที่บุกเข้ามาทางช่องประตูนี้ นอกจากนี้ยังมีรถบรรทุก 6 ล้อ ขนเครื่องปั่นไฟมาจอดไว้ เพื่อป้องกันการตัดน้ำตัดไฟ ขณะที่ด้านในประตู 1 มีพระประมาณ 2,000 รูปนั่งสวดมนต์อยู่

ลูกศิษย์บางส่วนเริ่มทยอยกลับ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเจรจาไม่สำเร็จ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ ได้แจ้งให้กลุ่มลูกศิษยานุศิษย์ออกจากวัดได้ โดยมีกลุ่มลูกศิษย์ได้ทยอยเดินทางออกจากวัด แต่ต้องลงทะเบียนรายชื่อกับเจ้าหน้าที่ ที่หน้าประตู 7 ก่อน พร้อมประสานรถกู้ชีพ มูลนิธิร่วมกตัญญู มาจอดที่หน้าประตู 7 เพื่อมารับคนป่วยที่ต้องการออกจากวัด ไล่เลี่ยกัน ที่หน้าประตู 7 มีหญิงวัยกลางคนขี่รถ จยย.มา พร้อมกล่าวว่า จะมารับลูกที่มากับรถบัสจากจังหวัดสกลนคร โดยลูกโทรศัพท์บอกว่าจะมาสวดมนต์ พร้อมกับเพื่อนบ้านอีกจำนวนหลายคน แต่ในขณะนี้ไม่สามารถติดต่อลูกได้ด้วยความเป็นห่วง อยากจะมารับลูกกลับ เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น

ดีเอสไอสอยโดรนลึกลับร่วง

มีรายงานข่าวแจ้งอีกว่า ในช่วงเย็นที่ประตู 7 ได้มีโดรนลึกลับไม่ทราบสังกัด และไม่ใช่ของสื่อมวลชน บินวนถ่ายอยู่รอบๆประตู 7 ก่อนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะใช้ตัวตัดสัญญาณยิง จนโดรนค่อยๆลดระดับลงและนำเก็บไว้ เพื่อไปตรวจสอบว่าเป็นของใคร

ดีเอสไอแถลงซ้ำใช้ ก.ม.เต็มรูปแบบ

ต่อมาเวลา 18.00 น. ที่ บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ ร่วมกันแถลงข่าว โดย พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า ในวันนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอได้ติดต่อพูดคุยโทรศัพท์กับพระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพื่ออธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องเข้าค้น แต่การเจรจาล้มเหลว มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายเต็มรูปแบบ รวมถึงการนำกำลังเฝ้าจุดต่างๆ
ในพื้นที่

ยึดหลักไม่ให้เกิดความรุนแรง

“ส่วนของมวลชนที่ต้องการออกจากวัดสามารถเดินทางออกได้ทันที โดยไม่ถือว่ามีความผิด สำหรับการบิณฑบาตซึ่งเป็นกิจของสงฆ์ทำได้ตามปกติ ทั้งนี้ การดำเนินการของดีเอสไอไม่ต้องการให้ยืดเยื้อ โดยจะยึดหลักไม่ให้เกิดความรุนแรงจะใช้อำนาจตามที่กฎหมายให้ไว้เท่านั้น จุดสำคัญคือต้องบังคับใช้กฎหมายให้ได้ ส่วนแผนการเข้าตรวจค้นจะเป็นอย่างไรไม่ขอเปิดเผย” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าว

“บิ๊กป้อม” ไม่รู้ “ธรรมกาย” จบวันไหน

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมกล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย ของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จะดำเนินการให้จบวันนี้หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ต้องถามนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม เมื่อถามถึงกรณีที่พระสนิทวงศ์ วุฒิวังโส ฝ่ายประชาสัมพันธ์ วัดพระธรรมกายมีการโพสต์เบอร์โทรศัพท์ของนายสุวพันธุ์และภรรยา ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า นายสุวพันธุ์ดูแลเรื่องนี้อยู่ โดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ ไม่ต้องห่วง เพราะอีกไม่นานนายสุวพันธุ์คงเปลี่ยนเบอร์ ส่วนกรณีที่วัดพระธรรมกายใช้โซเชียลมีเดียปลุกระดมมวลชนนั้น รมว.ยุติธรรม จะแก้ไขปัญหาเอง ซึ่งเชื่อว่าไม่มีอะไร

อัยย์ เพชรทอง ขอบิ๊กตู่ ทบทวน ม.44

ส่วนที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. เมื่อเที่ยงวันเดียวกัน กลุ่มอริยะศูนย์เจ็ดสอง นำโดยนายอัยย์ เพชรทอง พร้อมตัวแทนลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านศูนย์บริการประชาชน เรียกร้องให้ทบทวนคำสั่งตามมาตรา 44 ให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมและถอนกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจออกจากพื้นที่ นายอัยย์กล่าวว่า อยากขอความเห็นใจและความเมตตาจากนายกฯ ให้ทบทวนหรือยกเลิกคำสั่งตามอำนาจมาตรา 44 เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติโดยรวม และกระทบต่อความมั่นคงของศาสนาพุทธ ขณะเดียวกัน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประเทศ อาจเป็นความเสื่อมเสียจากทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ในนามลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ขอปกป้องพุทธศาสนา เมื่อคนปกป้องพุทธศาสนามาเจอกับเจ้าหน้าที่ที่เข้มแข็งอะไรจะเกิดขึ้น พวกเราไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังหยุดเพื่อไม่ให้เหตุการณ์นำไปสู่ความรุนแรงได้

“ออมสิน” รับห่วงปัญหายังไม่จบ

ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ส่วนตัวยอมรับว่าเป็นห่วง แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของดีเอสไอ นำพระธัมมชโยมาดำเนินคดีให้ได้ คาดว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย เมื่อถามว่า พศ.ได้รายงานหรือไม่ มีปัญหาอะไร ทำไมเรื่องถึงยังไม่จบ นายออมสินตอบว่า ยังไม่มีการรายงานมา เมื่อถามว่ามีข่าวว่าวันเดียวกัน คณะสงฆ์ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 323 วัด ยื่นหนังสือถึงนายกฯขอบิณฑบาตให้พิจารณาดูแลเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช้ความรุนแรง และแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี นายออมสินกล่าวว่า ไม่ทราบ เพิ่งได้ยินข่าว

ฝ่าฝืน ม.44 คุมพื้นที่มีความผิด

ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้สัมภาษณ์ กรณีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ออกตาม ม.44 ประกาศพื้นที่วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมว่า การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช.จะมีความผิดตามคำสั่งดังกล่าว และพระราชบัญญัติอื่น ทั้งนี้คำสั่งฉบับดังกล่าวไม่ได้ออกมาเพื่อกรณีวัดพระธรรมกายเพียงอย่างเดียว สามารถใช้กับการก่อปัญหาที่อื่นได้ด้วย เพื่อไม่ต้องไปประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือกฎอัยการศึก เพราะเป็นมาตรการที่เบาที่สุดในภาวะปกติ แต่ในคำสั่งดังกล่าวระบุให้เริ่มใช้กรณีแรกกับวัดพระธรรมกายและพื้นที่ใกล้เคียงเท่านั้นพื้นที่อื่นไม่เกี่ยว แต่ถามว่าเมื่อไหร่จะไปใช้กับพื้นที่อื่นต้องตอบว่าจนกว่าจะมีคำสั่งของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ รมว.ยุติธรรม สั่งอีกครั้ง

ชี้ตรวจสอบทรัพย์สินวัดใช้ ก.ม.ปกติ

เมื่อถามว่าการตรวจสอบทรัพย์สินในพื้นที่วัดพระธรรมกายจะใช้กฎหมายใด นายวิษณุตอบว่าใช้กฎหมายอื่น เช่น พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งได้ใช้แล้วตั้งแต่คดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ส่วนการตรวจสอบทรัพย์สินของวัดพระธรรมกายนั้น ไม่ทราบคงต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ อย่างไรก็ตาม วัดเป็นเหมือนองค์กรเอกชนเป็นศาสนสถาน เป็นหน่วยงานรัฐก็ไม่ใช่เอกชนก็ไม่เชิง ถวายให้อยู่ในความดูแลของมหาเถรสมาคม แต่รัฐมีหน้าที่ถวายอารักขา ตามที่สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19 เคยตรัสว่าบางอย่างคณะสงฆ์จัดการกันเองไม่ได้บ้านเมืองต้องเข้ามาช่วยถวายอารักขาเข้ามาคุ้มกันคุ้มครองจัดระเบียบ

“นิพิฏฐ์” เหน็บ “วิษณุ” ชิ่งหลบของร้อน

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง “ธรรมกาย กับ ความเชื่อ (ตอน 1)” ว่า มนุษย์มีความเชื่อหลายระดับ เช่น ความเชื่อธรรมดาที่เปลี่ยนแปลงได้ อีกชนิดหนึ่งความเชื่อที่ไม่เปลี่ยนแปลง เช่น ความเชื่อตามคำสอนในทางศาสนา จะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เป็นความเชื่อสูงสุด มนุษย์ยอมปกป้องความเชื่อนั้นแม้เอาชีวิตเข้าแลก โลกจึงเกิดสงครามศาสนาหลายครั้ง แม้บางเรื่องไม่ใช่คำสอนทางศาสนา แต่คนเชื่อไปแล้วว่าเป็นคำสอนทางศาสนา จึงยอมตนเข้าปกป้องความเชื่อนั้น อย่างนี้ก็แก้ยาก แต่มิใช่ว่าแก้ไม่ได้ ทุกอย่างแก้ได้ ส่วนเรื่องคำสอนของวัดพระธรรมกายกลายเป็นความเชื่อสูงสุดที่มีผู้ยอมตนเข้าปกป้องไปแล้ว เรื่องนี้กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน ผมไม่กล้าแนะนำอะไรกลัวโดนลูกหลงจากทั้ง 2 ฝ่าย ความจริงเรื่องเหล่านี้ นายวิษณุ เครืองาม ท่านเก่งจะตายไป แต่ดูไม่ค่อยอยากพูดเท่าไหร่ คงไม่อยากเอาเผือกร้อนไว้ในมือล่ะสิ

เจรจา 5 ชั่วโมงล่ม ดีเอสไอประกาศบังคับใช้ กฎหมายเต็มรูปแบบ อ้างพระทัตตชีโว ผู้มีอำนาจเต็มในวัดปฏิเสธให้ความร่วมมือ 100% ขณะที่พระในวัดพระธรรมกายพร้อมตั้งป้อมค่ายรับมือตัดน้ำตัดไฟเต็มที่ 23 ก.พ. 2560 07:59 23 ก.พ. 2560 08:10 ไทยรัฐ