วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มหากาพย์เรือโกงตาย

โดย หมวดแซม

ต้องยกให้เป็นแมตช์คลาสสิกที่ตื่นเต้นเร้าใจที่สุดอีกนัดหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกเลยทีเดียว สำหรับเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ พลิกนรกโกงความตาย แซงจากตามหลัง 2–3 กลับมาเอาชนะโมนาโกได้อย่างเหลือเชื่อ 5–3 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

เกมที่สนามเอติฮัด สเตเดียม มีอัตราความมันระดับ 5 ดาว เพราะมีการยิงประตูให้ชมอย่างจุใจถึง 8 ลูก โดยเป็นของแมนฯซิตี้ 5 ลูก และของโมนาโก 3 ลูก แถมเกมยังพลิกไปพลิกมาหลายตลบ

ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงให้แมนฯซิตี้นำก่อนในนาที 26 แต่หลังจากนั้น ราดาเมล ฟัลเกา และ คิเลียน เอ็มบัปเป ช่วยกันทำคนละประตูให้โมนาโกแซงนำ 2-1 ก่อนหมดครึ่งแรก

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลังแค่ 3 นาที โมนาโกมาได้ลูกจุดโทษ แต่ฟัลเกายิงไม่เข้า ถูกวิลลี กา–บาเยโร นายทวารซิตี้ เซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ทีมจ่าฝูงลีกเอิงชวดขึ้นนำ 3-1 อย่างน่าเสียดาย ก่อนที่แมนฯซิตี้จะไล่ตีเสมอ 2-2 จากการยิงของเซร์คิโอ อเกวโร นาที 58

อย่างไรก็ตาม ฟัลเกาแก้ตัวยิงให้โมนาโกขึ้นนำอีกครั้ง 3-2 นาที 61 แต่ “เรือใบสีฟ้า” ตายยาก ไล่เจ๊า 3-3 จาก

อเกวโร นาที 71 ก่อนที่ช่วงท้ายเกม แมนฯซิตี้จะมารัวยิงเพิ่มอีกสองประตู จากจอห์น สโตนส์ และลีรอย ซาเน ในนาที 77 และ 82 ตามลำดับ

จบเกมเป็นอันว่าแมนฯซิตี้เปิดบ้านแซงถล่มชนะโมนาโก 5-3 กุมความได้เปรียบก่อนบุกไปเยือนโมนาโกที่ถิ่นสตาด หลุยส์ เดอซ์ ในวันพุธที่ 15 มี.ค.นี้

จะว่าไปเกมนี้โมนาโกน่าจะมีคะแนนติดมือกลับบ้านอย่างน้อย 1 แต้ม เพราะเล่นได้ดีมากๆ แถมยังมีเกมรุกที่อันตรายสุดๆ

นับจนถึงตอนนี้โมนาโกกลายเป็นทีมที่ยิงประตูมากที่สุดในลีกยุโรปฤดูกาลนี้ โดยยิงไปแล้วถึง 111 ประตู มากกว่าบาร์เซโลนา (109 ประตู) และเรอัล มาดริด (106 ประตู) ด้วยซ้ำไป

ขณะที่ราดาเมล ฟัลเกา ศูนย์หน้าทีมชาติโคลอมเบียกลับมาเป็นดาวยิงโคตรอันตรายอีกครั้ง หลังยิงไป 20 ประตู จากการลงเล่น 26 นัดให้โมนาโกในฤดูกาลนี้

ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวถูกวิญญาณสากกะเบือเข้าสิง ซัดได้แค่ 4 ประตู จากการเล่น 26 เกมเท่ากัน ตอนที่ถูกยืมตัวมาเล่นกับ “ผีแดง” แมนฯยู เมื่อฤดูกาล 2014-15

สำหรับแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้ สื่อเมืองผู้ดีอย่าง “บีบีซี” ยกให้ลีรอย ซาเน ปีกหัวหยองของแมนฯซิตี้ คว้าตำแหน่งนี้ไปครอง หลังยิงเอง 1 และจ่ายให้เพื่อนยิงอีก 1

หลังจบเกมเป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือแมนฯซิตี้ ออกมาโปรยยาหอมยกย่องโมนาโกเป็นทีมที่เล่นเกมรุกได้ดุดันสมกับเป็นทีมที่ยิงประตูมากที่สุดในลีกยุโรป “ถ้ามีทีมไหนที่สามารถยิงได้ 1 พันหรือ 1 ล้านประตูก็ต้องเป็นโมนาโกนี่แหละ มันยากมากที่ต้องระวังเกมโต้กลับ พวกเขาเร็วมากทั้ง (โตมาส์) เลอมาร์ และ (เบนจามิน) เมนดี”

ขณะที่เลโอนาร์โด ยาร์ดิม กุนซือโมนาโก บอกว่าลูกจุดโทษที่ฟัลเกายิงพลาดในช่วงต้นครึ่งหลังเป็นจุดเปลี่ยนของเกม เพราะถ้าฟัลเกายิงเข้าไป ทีมของเขาก็จะนำห่าง 3-1 ซึ่งจะฝัง แมนฯซิตี้ลงหลุมสนิท และไม่สามารถฟื้นคืนชีพกลับมาได้

สำหรับยาร์ดิม เทรนเนอร์คนเก่งชาวโปรตุเกส ของโมนาโกนั้น กำลังเนื้อหอมอย่างมาก โดยล่าสุดก็มีชื่อเป็นแคนติเดตที่จะมาคุมทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอลแทนอาร์แซน เวงเกอร์

ส่วนนัดหน้าหากโมนาโกยังรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีแบบนี้ไว้ได้ ก็มีโอกาสไม่น้อยที่พวกเขาจะน็อกแมนฯซิตี้ตกรอบ.

หมวดแซม

22 ก.พ. 2560 23:20 22 ก.พ. 2560 23:20 ไทยรัฐ