วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลิตไฟฟ้าจากแสงแดด ถูกกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ผมเกริ่นไปเมื่อวานนี้ “โลกยุค 4.0” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ใฝ่ฝันอยากให้เป็น “ประเทศไทย 4.0” บ้าง แต่ กระทรวงพลังงาน และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ กลับคิดแบบ 2.0 “ยุคถ่านหิน” และทุ่มเงินมหาศาลเพื่อสร้าง “โรงไฟฟ้าถ่านหิน” ขณะที่ประเทศพัฒนาทั่วโลก สหรัฐฯ ยุโรป จีน กำลังทุ่มสุดตัวไปยัง “โรงไฟฟ้าแสงแดด” ที่เป็น “พลังงานสะอาด” เพื่อล้างมลพิษในประเทศที่เกิดจากโรงไฟฟ้าถ่านหินและฟอสซิลทั้งหลาย

สิ่งที่รัฐบาลพูด กับสิ่งที่รัฐบาลทำ กำลังไปกันคนละทาง ก็ไม่รู้ เมื่อไหร่ ประเทศไทย จะไปถึง “ยุค 4.0” ถ้ายังคิดแบบ 2.0 ที่กำลังพูดและทำกันอยู่ในวันนี้

เรื่องที่ผมจะเล่าสู่กันฟังวันนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และจะเป็นพลังงานหลักของโลกในอนาคต นั่นคือ “Solar Power พลังงานจากแสงอาทิตย์” ที่มีราคาถูกกว่าไฟฟ้าที่ผลิตจาก โรงไฟฟ้าถ่านหิน และจะมีราคาถูกลงไปเรื่อยๆจากเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ที่มีคุณภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2017 (ผมระบุวันที่เพื่อให้อ้างอิงได้) ว่า ปี 2016 ที่ผ่านมา ประเทศต่างๆตั้งแต่ ชิลี ไปจนถึง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สามารถทำลายสถิติโลกด้วยการ ผลิตไฟฟ้าจากแสงแดดในราคาต่ำกว่า 3 เซ็นต์ต่อกิโลวัตต์/ชั่วโมง หรือ ต่ำกว่า 1.05 บาทต่อกิโลวัตต์/ชั่วโมง ซึ่งเป็นราคาที่ ถูกกว่าไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหินครึ่งหนึ่ง จากราคาเฉลี่ยทั่วโลก

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ในปีนี้ ซาอุดีอาระเบีย (มีน้ำมันสำรองมากอันดับ 2 ของโลก) จอร์แดน เม็กซิโก วางแผนที่จะ เปิดประมูลซื้อไฟฟ้าแสงแดด โดยมีเป้าหมายที่จะ ลดค่าไฟฟ้าแสงแดดลงมาในอนาคต โดยใช้ตัวอย่างจาก ยุโรป ที่ประสบความสำเร็จ จนกำลังซื้อเต็มหมดแล้ว ต้องออกไปหาตลาดในต่างประเทศ

บลูมเบิร์ก นิว เอนเนอยี ไฟแนนซ์ คาดว่า ภายในปี 2025 (โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่คงเสร็จพอดีถ้าได้สร้าง) ไฟฟ้าที่ผลิตจากแสงแดดจะมีราคาเฉลี่ยถูกกว่าถ่านหิน ในขณะที่ อัดนัน อามิน ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานหมุนเวียนนานาชาติ กล่าวว่า ทุกครั้งที่คุณเพิ่มกำลังการผลิตเป็นสองเท่า ราคาจะลดลงราว 20% แสดงว่าไฟฟ้าแสงแดดยิ่งผลิตมากราคาก็ยิ่งถูกลง

ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เซลล์แสงอาทิตย์สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นจากแสงแดดเท่าเดิม ต้นทุนโรงไฟฟ้าแสงแดดขนาด 1 เมกะวัตต์ขึ้นไปในปี 2025 จะอยู่ที่ 73 เซ็นต์ต่อวัตต์ ลดลง 36% จากราคาปัจจุบัน 1.14 เหรียญ เทียบกับ โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ที่จีนประมูลไป 32,300 ล้านบาท กำลังผลิต 870 เมกะวัตต์ ราคาต่างกันแค่ 0.08 เซ็นต์ แต่ถ้านับต้นทุน ท่าเทียบเรือขนถ่านหิน ค่าถ่านหิน ค่าขนส่งทุกอย่างเข้าไปด้วย ไฟฟ้าจาก โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่จะแพงกว่าไฟฟ้าแสงแดด ที่ราคาเฉลี่ยของโลก

เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (WEF) ชื่อนี้คนไทยรู้จักกันดี รายงานเมื่อเดือนธันวาคม 2016 ระบุว่า พลังงานแสงแดด และ ลม ในปัจจุบัน มีราคาถูกกว่าพลังงานฟอสซิลในกว่า 30 ประเทศ และไฟฟ้าจากแสงแดดและลมจะมีราคาถูกลงไปเรื่อยๆ

สำนักงานข้อมูลพลังงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ปี 2016 สหรัฐฯได้เพิ่มไฟฟ้าจากแสงแดดเข้าสู่ระบบสายส่ง 9.5 กิกะวัตต์ มากกว่าพลังงานอื่นเป็นครั้งแรก ทำให้ปี 2016 ไฟฟ้าจากแสงแดดในสหรัฐฯเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 1 ถึง 11.2 กิกะวัตต์ อันดับ 2 ก๊าซ 8 กิกะวัตต์ อันดับ 3 ลม 6.8 กิกะวัตต์ อันดับ 4 นิวเคลียร์ 1.1 กิกะวัตต์ อันดับ 5 น้ำ 0.3 กิกะวัตต์ อันดับ 6 น้ำมันและอื่นๆ 0.3 กิกะวัตต์

นี่คือ “ความจริง” ที่เกิดขึ้นใน “โลกยุค 4.0” ผมก็เก็บข้อมูลมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้คนไทยมีข้อมูลในการตัดสินใจมากขึ้น แทนที่จะถูกกรอกหูด้วยข้อมูลข้างเดียว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

22 ก.พ. 2560 11:21 ไทยรัฐ