วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ธรรมกาย” ต้องแก้ให้สุดซอย

“ธรรมกาย” ต้องแก้ให้สุดซอย

โดย สายล่อฟ้า
23 ก.พ. 2560 05:01 น.
  • Share:

ต้องแก้ไขปัญหา “ลัทธิธรรมกาย” ให้สุดซอยไปเลย...

หลังจากเปิดปฏิบัติการลุยค้นวัดพระธรรมกายด้วยการใช้คำสั่ง ม.44 เพื่อกำหนดให้เป็นพื้นที่อยู่ในความคุ้มครองของรัฐยังประโยชน์ในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น

แต่ก็ได้รับการต่อต้านจากพระและฆราวาสด้วยการปิดบังใบหน้า สวมหน้ากาก บางคนก็ใช้หมวกและผ้าอย่างมิดชิด

มิหนำซ้ำยังลุยใส่เจ้าหน้าที่อย่างไม่เหมาะสมกับสมณเพศแต่อย่างใด

ที่สำคัญก็คือการใช้สื่อโซเชียลปล่อยข่าวเท็จเพื่อการปลุกระดมด้วยการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ต่างๆนานาด้วยกลยุทธ์ที่เชี่ยวชาญ

ครับ...อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ในโลกปัจจุบันนั้น “สื่อไอที” ที่สามารถสื่อสารได้อย่างรวดเร็วและใส่ข้อมูลอย่างใดก็ได้

ใครได้รับรู้ก่อนก็เชื่อกันไปเหมือนชนะไปหนึ่งก้าวแล้ว

เป็นเรื่องที่ภาครัฐโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตั้งรับให้ดี หมายถึงว่าจะต้องตามให้ทันออกข่าวข้อเท็จจริงให้รวดเร็วก่อนที่จะตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำได้

เพราะปัญหานี้แม้เจ้าหน้าที่จะใช้ความละมุนละม่อมเพื่อไม่ให้นำไปสู่ความรุนแรง แต่อีกฝ่ายหนึ่งพยายามดำเนินการเพื่อให้ไปสู่จุดที่พวกเขาต้องการ

คือเจ้าหน้าที่ทำร้าย “พระ” เพื่อจุดชนวนสร้างแนวร่วมมองว่าพวกเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ

ยังมีนักการเมืองบางคนยังพยายามใช้เรื่องนี้เป็นประเด็นการเมืองกล่าวหาว่ารัฐบาลรังแกพระ รังแกวัด กำจัดสิทธิเสรีภาพ

คงไม่ประหลาดหรอกครับ...ที่นักการเมืองแบบนี้จึงเป็นที่น่ารังเกียจของสังคม

จากการบุกเข้าไปในพื้นที่คงได้เห็นภาพและความเป็นจริงที่เกิดขึ้นว่านี่คือวัดหรือเป็นสถานที่ซ่องสุมรังโจรกันแน่

เพราะมีความพร้อมไปทุกด้านทั้งอาคารต่างๆที่ต้องใช้เงินสร้างจำนวนมาก เงินนั้นมาจากไหนล่ะ...ก็เพราะศรัทธาการลวงโลกถึงขั้นที่ว่าวัดพระธรรมกายทั้งสาขาใหญ่ สาขาทั่วโลก และสาขาทั่วราชอาณาจักรไทยจะมีทรัพย์สินมากกว่า 4.4 ล้านล้านบาท

มากกว่างบประมาณในแต่ละปีของประเทศเสียอีก

หากย้อนกลับในปี 2513 หรือ 40 กว่าปีที่ผ่านมา วัดพระธรรมกายเริ่มต้นด้วยการก่อสร้างวัดมีเงินอยู่เพียง 3,200 บาท ที่ดิน 196 ไร่ที่ได้รับการบริจาค จากนั้นก็ไล่บีบซื้อที่ดินจากชาวนาโดยให้ราคาสูง

ชาวนารายไหนไม่ยอมก็ส่งคนเข้าไปทำร้ายอย่างน่าเวทนา ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่กล่าวหากันลอยๆแต่อย่างใด

เพราะเคยมีข่าวมีภาพให้ปรากฏมาแล้ว

ปัจจุบันวัดพระธรรมกายสาขาใหญ่คลองหลวงมีพื้นที่มากกว่า 4,000 ไร่ แต่ถ้ารวมกันทั้งหมดจากสาขาอื่นๆในราชอาณาจักรไทยครอบครองที่ดินมากกว่า 50,000 ไร่

สิ่งก่อสร้างในวัดล้วนแต่มหึมาหลายตึกหลายอาคารเพื่อใช้ในการวัตถุประสงค์ต่างๆแถมยังมีอุโมงค์ ห้องลับ โรงอาหารขนาดใหญ่และน้ำมันที่สามารถเก็บน้ำมันได้จำนวนมาก

ความจริงที่ปรากฏออกมาจึงประจักษ์ต่อสายตากันแล้วว่าได้เกิดอะไรขึ้นในวัดแห่งนี้ ขืนปล่อยเอาไว้ไม่มีการควบคุมหรือจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งให้ชัดเจน

หากไม่แยกเจ้าลัทธิออกจากศาสนาพุทธ ไม่แยกพระออกจากโจร ไม่แยกโจรออกจากพระ ไม่แยกวัดออกจากซ่องโจร...อะไรจะเกิดขึ้นลองนึกภาพกันดูเอาเองก็แล้วกัน

ทางเดียวก็คืออาณาจักรจะต้องร่วมมือกับศาสนจักรเพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพื่อจรรโลงพุทธศาสนาให้ยืนยงสถาพรต่อไป

ไหนๆจะทำกันแล้วก็ต้องว่ากันให้สุดซอยไปเลย.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้