วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ ณ หอฝิ่น/สามเหลี่ยมทองคำ

โดย ซูม

อีกหนึ่งความประทับใจที่ผมได้รับจากการไปเยือนเชียงรายเที่ยวนี้ ก็คือการมีโอกาสไปเยี่ยม “หอฝิ่น” ณ อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก อำเภอเชียงแสน

ที่นี่คือศูนย์ศึกษาวิวัฒนาการเรื่องยาเสพติดที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง ของโลก และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บและรวบรวมเรื่องราวของฝิ่น ต้นธารหลัก ของยาเสพติดเอาไว้อย่างครบถ้วน

พร้อมกับนำมาจัดเรียงลำดับและนำเสนอในสไตล์เดียวกับพิพิธภัณฑ์ทันสมัย ซึ่งมีทั้งนิทรรศการภาพโสตทัศนูปกรณ์ วีดิทัศน์ และการแสดงแสงสีเสียง ที่จะจูงใจให้เราอยากเรียนรู้เรื่องราวของฝิ่นจากอดีตถึงปัจจุบันอย่างเป็นขั้นตอน

ซึ่งเมื่อรู้เรื่องราวของมันทั้งหมดแล้ว เราก็จะรู้ด้วยว่าโทษอันมหันต์จากฝิ่นนั้นคืออะไร? และทำไมเราจึงจะต้องกำจัดมัน

หอฝิ่นแห่งนี้เกิดขึ้นจากพระราชปรารภของสมเด็จย่าเมื่อครั้งเสด็จมาทอดพระเนตรบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อันเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียง ในเชิงเสียหายไปทั่วโลกว่า เป็นแหล่งยาเสพติดใหญ่ ภายในพื้นที่ของ 3 ประเทศ ได้แก่ ลาว พม่า แล้วก็ไทย

ทรงปรารภกับคณะข้าราชบริพารที่ตามเสด็จว่า พระองค์ได้ดำเนินการพัฒนาดอยตุงควบคู่ไปกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพัฒนาอาชีพของชาวไทยภูเขาตามดอยต่างๆในภาคเหนือ เพื่อชักจูงให้ชาวเขาที่เคยปลูกฝิ่นบนดอยต่างๆเลิกการปลูกฝิ่นหันมาปลูกพืชผักผลไม้ที่มีราคาอย่างอื่นแทน

จนเป็นผลให้ชาวไทยภูเขามีอาชีพใหม่ที่สดใส มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเลิกการปลูกฝิ่นไปในที่สุด

แต่ถ้าหากเราไม่มีการให้ความรู้แก่ประชาชนว่า มหันตภัยของยาเสพติดนั้นมีมากขนาดไหน กระทบกระเทือนต่อชีวิตมนุษย์เพียงใด ผู้คนก็อาจจะไม่กลัวเกรง และอาจจะหันมาเสพอีกในอนาคต ซึ่งก็จะมีผลทำให้ชาวไทยภูเขากลับมาปลูกอีกก็ได้เพราะมีตลาดรองรับ

จึงทรงพระราชดำริว่าควรจะสร้างหอ หรือพิพิธภัณฑ์รวบรวมเรื่องราวทั้งหมดของฝิ่น เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้อย่างครบวงจร ณ สถานที่ที่ได้ชื่อว่าแหล่งผลิตยาเสพติดระดับโลกแห่งนี้

ต่อมามูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯได้ดำเนินการตามพระราชปรารภจัดสร้างหอฝิ่นแห่งนี้ขึ้น ตั้งแต่ พ.ศ.2542 ใช้เวลาในการก่อสร้างควบคู่ไปกับการค้นหาข้อมูลอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับฝิ่นเป็นเวลาถึง 6 ปี และได้เปิดอย่างเป็นทางการให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่ พ.ศ.2548

การก่อสร้างได้รับการสนับสนุนจากกองทุนความร่วมมือเศรษฐกิจภาคโพ้นทะเลของรัฐบาลญี่ปุ่น หรือ OECF คิดเป็นเงินไทย 358 ล้านบาท และอีกส่วนหนึ่งจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ

จุดเด่นของหอฝิ่นเริ่มจากการเดินเข้าสู่อุโมงค์ลึกลับค่อนข้างมืดสลัว ที่เรียกว่าอุโมงค์มุข มีความยาว 137 เมตร เจาะทะลุภูเขาทางด้านหน้าประตูทางเข้าไปสู่บริเวณที่แสดงนิทรรศการอันตื่นตาตื่นใจ

เมื่อทะลุอุโมงค์ออกมาแล้วผู้ซื้อบัตรเข้าชมจะต้องแวะไปที่ห้องฉาย VTR เพื่อให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของหอฝิ่น ตลอดจนแผนผังแผนภูมิในซอกต่างๆของหอที่เราจะไปเดินดูในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

เริ่มฉาย VTR ไปหน่อยเดียว คนดูในรอบผมก็น้ำตาไหลกันเสียแล้ว เมื่อวีดิทัศน์บรรยายว่า “พ่อหลวง” และ “สมเด็จย่า” ของเรา ริเริ่มโครงการปลูกพืชแทนฝิ่นมาอย่างไร? เพราะเหตุใดทั้ง 2 พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยที่จะดำเนินการเช่นนี้?

ในขณะที่บรรยายไปนั้นก็จะมีภาพยนตร์ข่าวการเสด็จตามยอดเขา ต่างๆของทั้ง 2 พระองค์ ทั้งประทับเฮลิคอปเตอร์ โดยรถยนต์และประทับหลังลา หลังม้า ฯลฯ

จะกลั้นน้ำตาไว้ได้อย่างไรล่ะครับที่เห็นทั้ง 2 พระองค์ทรงเสียสละ และยอมเหนื่อยยากเพื่อพสกนิกรยากไร้กลุ่มหนึ่ง และเพื่อที่จะขจัดต้นธารของยาเสพติด อันได้แก่ฝิ่นให้หมดไปจากประเทศไทยของเรา

ไปเชียงรายไปเชียงแสน ถึงสามเหลี่ยมทองคำแล้ว อย่าลืมไปแวะหอฝิ่นด้วยนะครับ...เพื่อไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และความน่ากลัวของยาเสพติด

แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ การไปรับทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 และสมเด็จย่า ที่พระราชทานไว้แก่แผ่นดินไทย

แม้บัดนี้ทั้ง 2 พระองค์จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่สิ่งที่ 2 พระองค์พระราชทานไว้ จะอยู่คู่ประเทศไทย และอยู่ในหัวใจของปวงชนชาวไทยไปตราบกาลนิรันดร์.

“ซูม”

22 ก.พ. 2560 10:56 ไทยรัฐ