วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยอมล้มไฟฟ้าถ่านหิน

‘ประยุทธ์’ขอถอย ถ้าผลศึกษาติดลบ ยันไม่ดันทุรังแน่

ครม.รับทราบเผือกร้อนในมือรัฐบาล “บิ๊กโย่ง” แจงยิบเริ่มต้นใหม่กระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโครงการไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ “ประยุทธ์” กวักมือแกนนำม็อบต้านร่วมวงไตรภาคีทำอีไอเอ-อีเอชไอเอ แนะทุกภาคส่วนเปิดใจรับฟังข้อมูลก่อนทบทวนผลดี-ผลเสีย สุดท้ายผลออกมาผ่านก็เดินหน้า ถ้าไม่ผ่านรับรองไม่ดันทุรังต่อ หวั่นไม่ทันต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน วอนอย่ายุยงปลุกระดมม็อบ กลุ่มคัดค้านฯเฮรับทราบผล ครม.เป็นไปตามข้อตกลงที่รับปากเอาไว้ ตั้งเงื่อนไขเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ต้องโปร่งใส เสนอให้รัฐบาลหรือเอกชนที่น่าเชื่อถือเป็นผู้ว่าจ้างทำอีไอเอ-อีเอชไอเอ

ระหว่างที่ชาวกระบี่และกลุ่มผู้คัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ รอลุ้นมติ ครม.จะทบทวนโครงการดังกล่าวตามที่รัฐบาลได้รับปากกับกลุ่มผู้คัดค้านเอาไว้หรือไม่ ล่าสุดรัฐบาลได้ทำตามคำพูด ปลดชนวนร้อนโดยเบรกการก่อสร้างโครงการนี้เอาไว้ก่อน พร้อมเทียบเชิญแกนนำม็อบร่วมวงไตรภาคี เริ่มนับหนึ่งศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพเสียใหม่

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2560 เวลา 09.45 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธาน เพื่อพิจารณาทบทวนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ภายหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มเครือข่ายปกป้องอันดามันมาชุมนุมที่บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาลว่า รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยบังคับใช้กฎหมายทำเท่าที่จำเป็น และเห็นว่าพี่น้องประชาชนเหล่านี้ยังมีความเข้าใจที่เป็นปัญหาอยู่ ดังนั้น จึงไม่อยากดำเนินคดีอะไร ถือว่าใช้หลักรัฐศาสตร์ หลังจากพูดจาทำความเข้าใจก็ส่งกลับไป ไม่ใช่เรื่องว่ากลัวหรือไม่กลัว จะใช้มาตรา 44 ให้เต็มที่ไม่กลัวก็ให้รู้ไป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงปัญหาโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ว่า ได้ดำเนินการไปตามขั้นตอน ที่ผ่านมาให้ชะลอการทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และวันนี้ไม่ต้องชะลอให้ไปศึกษาทำความเข้าใจกันใหม่ หากผลอีไอเอออกมาว่าทำไม่ได้ก็สร้างไม่ได้ ทุกอย่างมีขั้นตอน ทั้งการทำอีไอเอและการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) อย่าไปวิตกกังวลหรือมองว่ารัฐบาลถอยหลัง โครงการนี้มีมานานแล้ว เพียงแต่ชะลอให้มีคณะกรรมการ 3 ฝ่าย หรือไตรภาคี ที่ผ่านมาอ้างว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในไตรภาคี ตอนนี้ก็ร่วมเสีย เดี๋ยวเขาทำต่อก็ไปคุยกัน ทำได้ก็ได้ ทำไม่ได้ก็ไม่ได้ ก็ต้องไปหาวิธีการว่าจะทำอย่างไร รัฐบาลมีหน้าที่จัดหาพลังงานและแหล่งพลังงานให้กับประเทศ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่มีไฟฟ้าใช้ในอนาคต ใครจะรับผิดชอบก็ไม่รู้เหมือนกัน ท้ายที่สุดจะกลับมาให้รัฐบาลนี้รับผิดชอบหรือไม่ เพราะมีกฎหมายนี้มาตั้งแต่ปี 2550 อย่าหยิบยกมาเป็นประเด็น พี่น้องเขากลับไปเขาพอใจแล้ว ก็ไปทำอีไอเอและอีเอชไอเอใหม่ ต้องใช้เวลา เดิมถ้าทำผ่านจะใช้เวลาก่อสร้างกว่าจะได้ใช้งานประมาณปี 2565 ไม่ใช่ทำวันนี้ผ่านวันนี้แล้วพรุ่งนี้เสร็จ ถ้าทำใหม่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี ประมาณ 2566-2567 ถึงจะได้ใช้ หากสามารถสร้างได้ แต่จะทันต่อความต้องการการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันหรือไม่ ฉะนั้นไปดูรายละเอียดให้ดี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า เดิมที่ทำไว้ยังตอบคำถามได้ไม่หมดทุกข้อ แล้วไปหยุดไม่ให้เขาทำต่อ วันนี้ก็ไปทำต่อ ทำได้ก็คือได้ ถ้าทำไม่ได้จะไปสร้างโรงไฟฟ้าแบบใหม่ที่ไหน ให้คุ้มค่ากับการลงทุน ตรงนี้สื่อมวลชนจะต้องไปศึกษาข้อมูลรายละเอียดแล้วมาถาม ไม่อ่านอะไรเลยแล้วเอาเหตุการณ์ต่อหน้าต่อตามาถาม มันไม่ใช่ ตนไม่ใช่รัฐบาลแบบนั้นจะตอบส่งเดชไม่ได้ ยินดีที่จะตอบทุกคำถาม แต่ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ว่าทำได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็ขาดไฟฟ้าไป ถ้าไม่ได้ก็ไม่ได้จะไปดันทุรังเสียเมื่อไร วันนี้เอาไตรภาคีมาตั้งให้ รัฐบาลนี้ทำให้ทุกอย่าง และจะเอาอะไรอีก อย่าไปยุแหย่ประชาชนให้ขึ้นมา ทั้งนี้ต้องยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต วันหน้าถ้าต้องซื้อทั้งแก๊สทั้งน้ำมันจะมีปัญหาไหม เมื่อโลก เปลี่ยนแปลงราคาแก๊สสูงขึ้น พลังงานจะเดือดร้อนหรือไม่ รัฐบาลต้องคิดเผื่ออนาคต เช่น รถยนต์ จะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าหรือไม่ ต้องพัฒนากันตั้งแต่วันนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไปล้มเลิกรถแก๊ส รถน้ำมันในวันนี้มันไม่ใช่ แต่กลับเอาไปพันกันหมด

“วันข้างหน้าถ้าค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ก็ต้องไปบวกค่าไฟฟ้ามาอีก เพราะต้นทุนมันสูงขึ้น คงไม่มีอะไรได้มาฟรี วันนี้ต้องคิดว่าจะเอาอะไรมาเผาโดยที่ต้นทุนถูก ต้องฟังหลักการของทางราชการด้วย ถ้าคิดเอง เออเองมันก็ผิด แล้วทำไม่ได้ใครจะรับ อย่าไปเขียนว่าผมอยากจะสร้าง เพราะจะสร้างหรือไม่สร้างไม่ใช่เรื่องของผม เพราะผมไม่ได้ประโยชน์ แต่ประเทศได้ประโยชน์ ผมทำเพื่อคนไทย ทำเพื่อประเทศไทยไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง เพราะถ้าทำเพื่อตัวเองผมไม่เข้ามาหรอก นอนอยู่บ้านสบายกว่า” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ภายหลังแถลงข่าว พล.อ.ประยุทธ์ส่งเอกสารการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินให้กับทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อนำแจกให้ผู้สื่อข่าวอ่านทำความเข้าใจ พร้อมกล่าวว่า “แสดงว่าการชี้แจงของโฆษกฯไม่ได้เรื่อง ผมพูดเองดีกว่า ชี้แจงอะไร ไม่ได้เรื่อง ไม่เข้าใจสักอย่าง”

ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.ไม่ได้มีมติอะไรเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะไม่ได้สรุปเรื่องนี้เข้าที่ประชุม แต่เมื่อเป็นประเด็นที่เกิดขึ้น นายกฯจึงมอบหมายให้ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ กรณีที่รัฐบาลให้นำกลับไปดำเนินการกระบวนการการมีส่วนร่วม ที่เป็น 1 ในขั้นตอนของกระบวนการวิเคราะห์อีเอชไอเอ เนื่องจากประชาชนรู้สึกว่าไม่มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ขอให้กลับไปดำเนินการตรงนี้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ผลออกมาอย่างไรทุกฝ่ายจะพร้อมรับ ถ้าผลบอกว่าสร้างได้ก็สร้างได้ แต่ถ้าบอกถ่านหินไม่ได้ก็ต้องไปหาทรัพยากรธรรมชาติอย่างอื่น หากวันข้างหน้าสร้างอะไรไม่ได้เลย ทุกคนเป็นกังวลไปหมด ท่านก็ต้องประหยัดไฟ ไม่มีวิธีการอื่น ทั้งภาคประชาชน ภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม นายกฯจึงเน้นย้ำว่าความขัดแย้งหมดไปแล้ว ขอให้ทุกคนทบทวนดูอย่าเชื่อข้อมูลที่คนอื่นเขาเล่ามา เปิดใจฟังข้อมูลทั่วๆไป ที่บอกว่าไม่มีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้ว ท่านก็ยกตัวอย่างที่มาเลเซีย มีใครไปร้องเขาหรือไม่ ตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินชายฝั่งทั้งสิ้น

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ประเทศมาเลเซียมีโรงงานผลิตไฟฟ้าถ่านหิน 7 โรงงาน ทั้งหมดตั้งอยู่ติดชายฝั่งตลอดแหลมมลายูทั้งสิ้น แล้ววันหนึ่งถ้าพื้นที่ภาคใต้ของเรากระแสไฟฟ้าไม่พอ จะไปขอซื้อกระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มาเลเซีย หรือประเทศเพื่อนบ้านเราจะรู้สึกอย่างไรหรือไม่ สังคมต้องไปคิดกัน ทั้งนี้ตามหลักการเดิมที่ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบ ให้ดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ต่อ โดยที่ไม่ต้องย้อนกลับมาทำกระบวนการการมีส่วนร่วมใหม่อีกครั้ง น่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ภายในปี 2565 แต่วันนี้เราแก้ปัญหาร่วมกัน จึงจะเสร็จสิ้นประมาณปี 2567 ล่าช้าไปอีก 2 ปี แต่ถ้าเร่งรัดขั้นตอนทางธุรการ อาจลดระยะได้หรือจะเสร็จภายใน 2566

“นายกฯอยากให้ทุกภาคส่วนมีเวลาทบทวนตัวเอง โดยเฉพาะพี่น้องที่ไม่เห็นชอบกับการสร้างโรงไฟฟ้า เมื่อมีเวลาทบทวน ท่านอยากให้ทบทวนข้อมูลทั้งหลายว่าสิ่งที่เราได้ข้อมูลจากคนรอบข้างมันถูกแล้วหรือยัง เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะไม่มีความแย้ง จึงเหมาะกับการทบทวน เช่น ที่กระบี่เคยมีโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ เคยมีตั้งแต่ปี 2507-2538 หรือไม่แล้ว ณ วันนั้นมีผลกระทบเกิดขึ้นต่อพื้นที่ชายฝั่ง แหล่งท่องเที่ยวทั้งหลาย ที่ท่านวิตกกังวลกัน ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้น มันเกิดจากการทิ้งขยะของนักท่องเที่ยวหรือไม่อย่างไร” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่มีการประชุม ครม. ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ จ.ชุมพร นำโดยนางวัชรี จันทร์ช่วง พร้อมชาวบ้านประมาณ 30 คน ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เพื่อคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ ผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ จ.ชุมพร ระบุว่า การสร้างเขื่อนไม่ใช่ทางออกของแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ควรฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำและบริหารจัดการเขื่อนที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพน่าจะเป็นแนวทางที่ยั่งยืนมากกว่าและไม่ทำลายระบบนิเวศ ดังนั้นชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ 4 หมู่บ้าน รวม 600 ครัวเรือน ยืนยันจะไม่ย้ายออกจากพื้นที่ เนื่องจากเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน แม้จะมีทหารเข้ามาในพื้นที่ช่วงกลางคืนตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค.-19 ก.พ.60 เข้าข่ายลักษณะข่มขู่ ถือเป็นการละเมิดสิทธิของชาวบ้าน เราขอให้ยุติการกระทำดังกล่าว

ทางด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ เมื่อเวลา 15.30 น. นายสมนึก กรดเสือ แกนนำคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ กล่าวว่า ทราบผลการ พิจารณาของ ครม.แล้ว ให้มีการศึกษาอีไอเอและอีเอชไอเอใหม่ เป็นไปตามข้อตกลงที่ได้รับปากกับชาวบ้าน ถือว่ารับได้ แต่การศึกษาต้องมีความโปร่งใส ผู้ที่มาศึกษาต้องเป็นรัฐบาลหรือเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ กฟผ.เป็นผู้ว่าจ้าง ส่วนกรณีที่ให้เวลา 1 ปีนั้น เชื่อว่าไม่สามารถทำได้ เพราะการศึกษาจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี จะต้องคอยจับตาว่าในการศึกษาจะรอบด้านและเป็นกลางหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จะนำมติ ครม.ดังกล่าวมาหารือกับแกนนำอีกครั้งว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากได้มีการขึ้นป้ายขนาดใหญ่หน้าสนามบินนานาชาติกระบี่ ขอบคุณนายกฯที่ให้สร้างโรงไฟฟ้า ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสม และมีการเรียกร้องให้ปลดป้ายดังกล่าวออก หลังนายกฯสั่งให้ทบทวนผลกระทบทั้งสองด้าน มาถึงวันนี้ (21 ก.พ.) ป้ายดังกล่าวถูกปลดออกแล้ว มีการนำป้าย “คนกระบี่ดีทุกคน” ขึ้นไปติดตั้งแทน

ขณะเดียวกัน นายดิเรก เหมนคร แกนนำต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่าย ประมาณ 100 คน รวมตัวที่ทุ่งสาธารณะหมู่ 4 บ้านคลองประดู่ อ.เทพา จ.สงขลา อ่านแถลงการณ์ประกาศชัยชนะยกที่ 1 ร่วมกับชาวกระบี่และประชาชนทั่วประเทศที่ไปต่อสู้ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล นายดิเรก กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลยกเลิกให้กลับไปศึกษาอีเอชไอเอใหม่ ขอถามว่าโรงไฟฟ้าเทพา ท่าเรือน้ำลึกสงขลา ท่าเรือน้ำลึกปากบาราฯควรจะต้องเริ่มต้นใหม่หรือไม่ เพื่อให้เป็นมาตรฐานและเป็นธรรม

ด้านนายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการการไฟฟ้า ฝ่ายผลิต (กฟผ.) กล่าวว่า โรงไฟฟ้าเทพา จำเป็นต้องเดินหน้า เนื่องจากการศึกษาอีเอชไอเอผ่านแล้วและไม่เกี่ยวกับการยกเลิกที่กระบี่ ตามกำหนดการจะต้องส่งไฟฟ้าเข้าระบบได้ในปี 64 ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ต้องการ เพราะสามารถรองรับคนงานในพื้นที่ได้หลายพันตำแหน่ง โรงไฟฟ้าใช้เครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีทันสมัยที่สุด ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มั่นใจต่อรัฐบาลได้เลย วันนี้มาเลเซียมีโรงไฟฟ้าถ่านหิน 7 โรง หากเราต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านเมื่อใด ประเทศไทยจะตกอยู่ในความเสี่ยงขั้นวิกฤติ ไม่เป็นผลดีต่อยุทธศาสตร์ของชาติด้วย

ครม.รับทราบเผือกร้อนในมือรัฐบาล “บิ๊กโย่ง” แจงยิบเริ่มต้นใหม่กระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโครงการไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ “ประยุทธ์” กวักมือแกนนำม็อบต้านร่วมวงไตรภาคีทำอีไอเอ-อีเอชไอเอ... 22 ก.พ. 2560 08:15 22 ก.พ. 2560 08:15 ไทยรัฐ