วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่เลิกม.44 จนกว่าจะได้ตัว ‘ธัมมชโย’ (ชมคลิป)

นายกฯกร้าวต้องคุมตลอด วัดธรรมกายเริ่มขาดอาหาร ‘พศ.-มส.’ให้ถอยคนละก้าว

“บิ๊กตู่” ยันไม่ยกเลิก ม.44 จนกว่าจะได้ตัว “ธัมมชโย” ด้าน “บิ๊กเจี๊ยบ” ผบ.ทบ. เตือนสติควบคุมอารมณ์ให้ดี หวั่นบานปลายมีเหตุปะทะ ขณะที่สมเด็จพระสังฆราช ทรงห่วงใยในเรื่องนี้ สอดรับกับ พศ.-มส. มีมติร่วมให้ทั้งสองฝ่ายเจรจายอมถอยคนละก้าว สภาพวัดพระธรรมกายอาหารเริ่มขาดแคลน พระสงฆ์ต้องออกบิณฑบาตเป็นวันแรกหลังการปิดล้อมตรวจค้น ประกาศห้ามสื่อ 3 สำนักเข้าวัดทำข่าวเด็ดขาด แฉเริ่มเล่นแรงมีการโพสต์เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของ รมว.ยธ.และภรรยา ให้บรรดาศิษย์กระหน่ำโทร. เตรียมแจ้งความเอาผิดแล้ว ขณะที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลกเริ่มเป็นห่วงหวั่นสถานการณ์บานปลาย

เข้าสู่วันที่ 6 หลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สนธิกำลังทหาร ตำรวจหลายพันนาย เปิดปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ภายใต้การประกาศใช้ ม.44 ให้พื้นที่วัด เป็นเขตควบคุมพิเศษ เพื่อตามจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์ วัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีรับของโจร สมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์ เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จนเกิดการกระทบกระทั่งระหว่างศิษยานุศิษย์กับเจ้าหน้าที่รัฐหลายครั้ง ท่ามกลางกระแสข่าวพระธัมมชโยหลบหนีออกนอกพื้นที่วัดตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. ที่มีปฏิบัติการตรวจค้นวัดเป็นวันแรก

บิณฑบาตวันแรกหลังถูกล้อม

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 21 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าประตู 5 และ 6 วัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นจุดปะทะกันเมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 ก.พ. พบมีพระสงฆ์ภายในวัดรวมตัวกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 8-10 รูป เดินออกบิณฑบาต โปรดญาติโยมภายนอกวัดเป็นวันแรกหลังการเข้าตรวจค้นวัด ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างแน่นหนา ส่วนภายในเต็นท์ที่วัดนำมาตั้งด้านหลังแนวกั้นของตำรวจ ยังมีพระสงฆ์อีกกลุ่มนั่งสวดมนต์ตามปกติ ตั้งแต่เมื่อคืน เหตุการณ์โดยรวมยังสงบไม่มีความเคลื่อนไหวในลักษณะส่อให้เกิดความรุนแรงแต่อย่างใดกระทั่งเวลา 08.30 น. พระมหาสุรัตน์ อัคครตโน พระผู้ดูแล ฝ่ายต่างประเทศ วัดพระธรรมกาย พร้อมพระลูกวัด อีก 7 รูป เดินทางเข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน หลังกลับจากบิณฑบาต แต่ตำรวจ ทหารที่จุดคัดกรองทางเข้าคลองแอน มุ่งหน้าประตู 5 และ 6 ไม่ยอมให้ กลับเข้าวัด

เหตุเสบียงในวัดเริ่มร่อยหรอ

พระสุรัตน์กล่าวว่า อาตมาขอร้องอยากให้สื่อมวลชนเสนอข่าวตามความเป็นจริง หลังจากเจ้าหน้าที่ล้อมวัดทำให้ไม่สามารถบิณฑบาตได้ตามปกติ จนวันนี้อาตมาพร้อมพระลูกวัดตัดสินใจออกไปบิณฑบาต ตั้งแต่บวชมา 20 ปีกว่ายังไม่เคย เจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ เพราะขณะนี้ภายในวัดข้าวปลาอาหารนั้นก็เริ่มร่อยหรอลงทุกที ส่วนการเก็บกักตุนอาหารนั้นอาจจะมีบ้าง แต่ไม่รู้ว่าทางวัดจะอยู่อย่างนี้ได้นานอีกกี่วัน

แจ้งห้ามสื่อ 3 ค่ายเข้าวัด

ก่อนหน้านี้ เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “Phra Sanitwong Charoenrattawong” ของพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ใจความว่า “ประกาศจากสำนักสื่อสารองค์กร 21 ก.พ.60 เนื่องจากสถานการณ์อ่อนไหว ขอแจ้งงดสื่อมวลชนเข้าพื้นที่วัดพระธรรมกาย ประกอบด้วยสำนักข่าวทีนิวส์ สำนักข่าวอมรินทร์ สำนักข่าวเนชั่น ตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ.2560 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป”

ยันใช้หลัก “สงบ สันติ อหิงสา”

หลังจากนั้นประมาณ 30 นาที พระสนิทวงศ์ ได้โพสต์ข้อความอีก ระบุว่า “สำนักสื่อสารองค์กร 21 ก.พ.60 เวลา 09.00 น. เนื่องจากมีการเตือน มาจากพี่น้องสื่อมวลชนและโลกโซเชียลว่า อาจมีการแทรกตัวของมือที่สาม ในรูปแบบแต่งกายคล้ายพระหรือประชาชน ทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐแล้วป้ายความผิดให้ ขอประกาศว่า วัดและลูกศิษย์ยึดหลัก อนูปวาโท (ไม่ว่าร้ายกัน) อนูปฆาโต (ไม่ทำร้ายกัน) ปาฏิโมกเขจะสังวโร (สำรวมในศีลและปาฏิโมกข์) และหลัก “สงบ สันติ อหิงสา” วัดพระธรรมกายปฏิเสธความรุนแรงทุกประการ ดังนั้น หากมีความรุนแรงใดเกิดขึ้นจากมือที่สาม ขอปฏิเสธว่าไม่ใช่การกระทำของลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย”

ประชุมปรับแผนก่อนแยกย้าย

ที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เวลา 09.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุขชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี ร่วมประชุมหารือวางแผนปรับเปลี่ยนปฏิบัติ การเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ใช้เวลานานประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนแยกย้ายโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลใดๆกับผู้สื่อข่าวที่มารอสัมภาษณ์

ปฏิเสธข่าวห้ามเข้าวัดไปสอบบาลี

หลังจากนั้นไม่นาน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีมีข่าวเจ้าหน้าที่จะไม่ให้พระภิกษุและสามเณรจากทั่วประเทศเข้าวัด เข้าไปสอบภาษาบาลีที่วัดพระธรรมกาย ในวันที่ 21-23 ก.พ. ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังอำนวยความสะดวกให้พระภิกษุและสามเณรเดินทางไปสอบบาลีหลายสิบรูป การเสนอข่าวของวัดพระธรรมกายเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง มุ่งเน้นป้ายสีให้เจ้าหน้าที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งความกลับฐานหมิ่น ประมาทเจ้าพนักงานกับผู้เกี่ยวข้อง เวลาไล่เลี่ยกัน พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ เดินทางเข้าพบพระมหานพพร ปุญญชโย ผช.ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ที่ห้องศูนย์ข้อมูล ภายในพื้นที่ประตู 7 เพื่อเจรจาขอเข้าค้นวัด ใช้เวลาเจรจานานกว่า 30 นาทีจึงเดินทางกลับ โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ

รถปราบจลาจล-กู้ชีพเตรียมพร้อม

มีรายงานว่า บริเวณด้านหลังอาคาร บก.ตชด.ภ.1 ได้มีการระดมกำลังรถปราบจลาจล 3 คัน และรถน้ำ 1 คัน เตรียมไว้สำหรับฉีดน้ำแรงดันสูงในการปราบม็อบ โดยดีเอสไอประสานกับ บช.น.มาเตรียมใช้ตั้งแต่คืนวันที่ 20 ก.พ. นอกจากนี้ ตำรวจ บก.ภ. จ.ปทุมธานี ประสานหน่วยแพทย์ พยาบาล จัดชุดปฏิบัติการฉุกเฉินจากโรงพยาบาลใน จ.ปทุมธานี รวมทั้งมูลนิธิร่วมกตัญญูเตรียมพร้อมตั้งเต็นท์ปฐมพยาบาลที่หน้า สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ด้วย

“บิ๊กแป๊ะ” ตรวจเยี่ยมยันต้องเข้าค้น

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานและประชุมหารือร่วมกับ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุขชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ. 1 พล.ต.ต. ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี ใช้เวลาประชุมนาน 1 ชม. ก่อน พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า เตรียมปฏิบัติการแผนตรวจค้นโซนเอและบี อยู่ระหว่างการประสานงาน แต่ทางวัดอ้างว่าลูกศิษย์ไม่ยอมให้ค้น แม้จะพยายามอธิบายและทำความเข้าใจแล้ว ยังไงก็ต้องเข้าค้น เพราะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย หมายค้นวัดออกมาแล้ว ไม่ค้นได้อย่างไร ถ้าเจตนาดีต้องยอมให้ค้นตั้งแต่เช้าแล้ว ส่วนที่โซเชียลลงว่าตำรวจมีอาวุธ อยากบอกว่าแม้แต่กระบองตนยังไม่ให้พกเลย ประชาชนและคนเสพข่าวอย่าหลงเชื่อและวิเคราะห์พิจารณาในการรับเสพข่าวด้วย ที่จริงวัดพระธรรมกายต่างหากที่มีอาวุธ วันก่อนยังค้นเจอปืนกับมีดของลูกศิษย์วัดเลย ส่วนการตัดน้ำตัดไฟขึ้นอยู่กับอธิบดีดีเอสไอตัดสินใจ

“ธัมมชโย” มอบตัวทุกอย่างจบ

“อยากให้พระธัมมชโยมามอบตัวซะ อย่าใช้มวลชนเลย ดูอย่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ทั้งคู่มีมวลชนเป็นของตัวเอง แต่ถูกออกหมายจับยังเข้ามามอบตัวเลย หากผมถูกออกหมายจับ แล้วใช้มวลชนให้ลูกน้องกว่า 2 แสนคนมาปกป้องบ้างจะว่าไง ที่พูดนี้ไม่ได้ท้านะ แค่พูดให้เอากลับไปคิด บางเรื่องบางราวมันใช่กิจของสงฆ์ไหม ลักษณะแบบนี้มันกิจของนักเลงแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่พระธัมมชโยองค์เดียวเลย ลูกศิษย์ก็เอาตัวหลวงพ่อมาซิ ทุกอย่างก็จบ ไม่งั้นจบตั้งแต่ 3 วันที่แล้ว” พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว

บรรยากาศสงบมีคนในวัด 8 พัน

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ บริเวณถนนเลียบคลองแอนทางเข้าประตู 5-6 วัดพระธรรมกาย พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้าบรรดากลุ่มพระภิกษุและสาธุชนยังคงปักหลักนั่งสวดมนต์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยอยู่ในกฎเกณฑ์ข้อตกลงกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ มีเพียงกลุ่มผู้ค้าจำนวนหนึ่งที่ทยอยขนสิ่งของเข้าไปภายในพื้นที่ อ้างว่ามีเอกสารการขออนุญาตจากตำรวจ สภ.คลองหลวง รวมถึงได้มีเจ้าหน้าที่วัดออกมาเจรจาขออนุญาตลำเลียงขยะออกมาทิ้งบริเวณด้านนอก มีรายงานข่าวจากดีเอสไอแจ้งว่า ขณะนี้มียอดคนในวัดประมาณ 8,000 คน แบ่งเป็นลูกศิษย์ 4,500 คน เจ้าหน้าที่วัด 1,500 คน ส่วนพระและเณร 2,000 องค์

ผู้ค้าทยอยนำอาหารไปขายในวัด

สายวันเดียวกัน บริเวณถนนเลียบคลองแอนทางเข้าประตู 5-6 วัดพระธรรมกาย พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ก่อนกล่าวว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย ยังคงตรึงกำลังคงเดิมที่ 26 กองร้อย พร้อมทั้งเน้นหนักในเรื่องมาตรการควบคุมคนเข้าออกพื้นที่ ส่วนกลุ่มผู้ค้าภายในศูนย์อาหารที่อยู่ข้างหลังวัด พบมีบางส่วนเดินนำสิ่งของอาหารเข้าไปขายภายในวัดพร้อมกับนำเอกสารการขออนุญาตจากตำรวจ สภ.คลองหลวง มาแสดงนั้น ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ ส่วนผู้ใดต้องการเข้าไปในพื้นที่จะต้องไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเท่านั้น ตำรวจ สภ.คลองหลวง ไม่มีอำนาจออกใบอนุญาตดังกล่าว สั่งการให้เชิญตัวกลุ่มผู้ค้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดที่ สภ.คลองหลวง

อาวุธส่วนใหญ่ที่พบเป็นมีด

“วันนี้เหตุการณ์ยังปกติ ไม่มีแผนที่จะเข้าตรวจค้นภายในวัด ต้องรอผลประชุมก่อน ส่วนเรื่องมีข่าวลือที่พระสนิทวงศ์แจ้งว่ามีมือที่สามแฝงตัวเข้ามาสร้างสถานการณ์นั้น ยังไม่มีรายงานเข้ามา เพราะตำรวจดูแลรอบวัดมีการคัดกรองคนเข้าออก ที่ผ่านมายังไม่พบผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด ส่วนประชาชนที่ปักหลักรอเข้าวัดอยู่โดยรอบตลาดกลางคลองหลวง ยังไม่มีการไปเจรจาพูดคุยแต่อย่างใด ผลการตรวจอาวุธที่ประตู 8 พบส่วนใหญ่เป็นมีดพก ส่วนที่ประตู 5 พบเพียงตะปูเรือใบ นอกนั้นยังไม่ได้รับรายงาน ส่วนของตำรวจนั้นจะมีการประชุมปรับแผนปฏิบัติการทุกวันและยังไม่มีการปรับเพิ่มกำลังพลในตอนนี้” พล.ต.ต.สมบัติกล่าว

เสริมกำลังรับลูกศิษย์ระดมเข้าวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเพิ่มเติมว่า ในช่วงเที่ยง กำลังตำรวจนำแผงรั้วเหล็กมาเสริมบริเวณทางเข้าออกถนนเลียบคลองแอนทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งเป็นทางเข้าออกประตู 5 และ 6 วัดพระธรรมกาย พร้อมเสริมกำลังตำรวจจาก บช.ภ.7 เข้าตรึงพื้นที่ดังกล่าว 2 กองร้อย เพื่อป้องกันกลุ่มศิษยานุศิษย์ที่ปักหลักรวมตัวอยู่บริเวณตลาดคลองหลวง ฝั่งตรงข้ามเคลื่อนขบวนเข้ามาเสริมภายใน หลังวานนี้กลุ่มศิษยานุศิษย์ดังกล่าวได้พยายามเคลื่อนขบวนเข้ามาแต่ไม่สามารถฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่เข้าไปได้

ผู้ค้า–นร.เรียกร้องขอเปิดทาง

ที่บริเวณแนวกั้นเลียบคลองแอน ฝั่งวัดพระธรรมกาย เวลา 15.00 น. มีกลุ่มผู้ปกครองนำลูกหลานประมาณ 10 คน ออกมาพร้อมพ่อค้าแม่ค้า ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ข้างวัดพระธรรมกาย มายืนถือป้ายเรียกร้องเจ้าหน้าที่ ระบุว่าบุตรหลานพวกตนไม่สามารถเดินทางเข้าออกไปโรงเรียน รวมทั้งใกล้เข้าสู่ช่วงสอบ รวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้าไม่ได้ขายของวัตถุดิบที่เก็บไว้เริ่มเน่าเสีย คนป่วยที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านออกไปหาหมอไม่ได้ สร้างความลำบากเป็นอย่างมาก ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยเปิดทางให้สามารถเข้าออก สามารถนำของเข้ามาขายได้ตามปกติ ทั้งยังเรียกร้องขอให้รัฐบาลยกเลิกใช้ ม.44 อีกด้วย หลังจากชุมนุมเรียกร้องประมาณ 15 นาที ทั้งหมดต่างรีบแยกย้ายเดินทางกลับ

เจรจาตรวจพื้นที่ไม่เป็นผล

ด้าน พ.ต.ต.วรนันท์ ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาอธิบดีดีเอสไอ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เข้าไปเจรจาหารือกับทางตัวแทนวัดพระธรรมกายเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ก็ยังไม่เป็นผลเท่าที่ควร เบื้องต้นจากปัญหาที่ผ่านมาทราบว่าเกิดจากความไม่เข้าใจกัน ต้องใช้หลักเจรจาควบคู่กันไป ขอให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่าเข้าไปภายในพื้นที่ ส่วนผู้ที่ต้องการจะออกนอกพื้นที่ทางเจ้าหน้าที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้เต็มที่ รวมทั้งขอความกรุณาให้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงานได้โดยสะดวก เพื่อเร่งคืนพื้นที่ให้เร็วสุด

ดีเอสไอแจ้งความพระ–ศิษย์วัดแล้ว

“ส่วนกรณีที่มีกลุ่มผู้ค้าต้องการที่จะเข้าออกภายในพื้นที่ดังกล่าวพร้อมกับนำหลักฐานการแสดงเพื่อขออนุญาตเข้าออกพื้นที่จาก สภ.คลองหลวงนั้น เพิ่งทราบเรื่อง เตรียมนำปัญหานี้เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อหารือต่อไปว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร ขณะที่เมื่อช่วงเช้ามีรายงานว่าทางลูกศิษย์วัดพระธรรมกายนำธงสัญลักษณ์มาปัก ตรงบริเวณแนวรั้วเหล็กตรงข้ามกับแนวเจ้าหน้าที่ยืนอยู่นั้น เชื่อไม่น่าใช่การแสดงสัญลักษณ์เชิงต่อสู้ ส่วนกรณีมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอบางส่วนถูกทางพระทำร้ายขณะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ภายในวัด รวมถึงมีกลุ่มศิษยานุศิษย์บางกลุ่มเจาะกำแพงวัดเพื่อลักลอบแอบเข้าไปภายในวัด เบื้องต้นได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับพระและกลุ่มศิษยานุศิษย์บ้างแล้ว อยากขอชี้แจงด้วยว่าสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับเพียงเท่านั้น ไม่ได้ต้องการที่จะมาเอาผิดคนในวัดเพิ่มเติมหรือยึดสิ่งของในวัดแต่อย่างใด” พ.ต.ต.วรนันท์กล่าว

เล่นแรง! รุมโทร.หา รมว.ยธ.และเมีย

มีรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อคืนวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมาเฟซบุ๊กพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ใครอยากร้องเรียนการกระทำที่เกินกว่าเหตุของดีเอสไอที่กระทำรุนแรงต่อพระภิกษุสงฆ์แล้วไม่ทราบว่าจะติดต่อไปที่ไหน เชิญที่นี่เลย รัฐมนตรีที่กำกับดูแลดีเอสไอ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ เบอร์มือถือ 089 967xxxx หากกลางคืนติดต่อท่านไม่ได้ให้ติดต่อไปที่ภริยาแทนนะครับ นางรุ่งนภา เบอร์ 091 334xxxx ช่วยกันติดต่อสอบถามรัฐมนตรีกันหน่อยนะครับ” หลังจากนั้นไม่นานได้มีผู้โทรศัพท์ไปตามเบอร์ดังกล่าวทั้งคืน ล่าสุดทางนายสุวพันธุ์ได้ปรึกษาหารือ กับอธิบดีดีเอสไอให้ดำเนินการสืบหาว่าใครปล่อยเบอร์โทรศัพท์ รมว.ยุติธรรมและภรรยา กระทั่งพบว่ามาจากเพจของพระสนิทวงศ์ จึงประสานให้ลบออกจากเฟซบุ๊กแล้วขณะนี้ ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. พระสนิทวงศ์ยังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอีกว่า “ในวันที่ 16 ก.พ.60 ที่พบเจ้าหน้าที่รัฐ ท่านยื่นหมายค้นและประกาศ ม.44 ให้ดู ในหมายค้นระบุว่า ศาลอนุมัติตั้งแต่วันที่ 16-28 ก.พ.2560 ทำไมวันนี้จึงรีบกันมากขนาดนี้ ทำไม? ทำไม?”

แจ้งจับพระโพสต์ระดมพล

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.ท.สุรพันธ์ โชคปมิตต์กุล พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการดีเอสไอ เข้าพบ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป.เพื่อแจ้งความกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัว ในชื่อ “Viro Cano” ในข้อหา ยุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต หลังพบการโพสต์ข้อความปลุกระดมของพระรูปหนึ่งในวัดพระธรรมกาย ให้กลุ่มคนเสื้อหลากสีซึ่งเคยชุมนุมการเมืองมาเข้าร่วมชุมนุม

“บิ๊กเจี๊ยบ” หวั่นปะทะให้คุมอารมณ์

ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์เรื่องนี้ว่า ยังอยู่ในช่วงบังคับใช้กฎหมายและดำเนินการตามขั้นตอนที่ยุ่งยากพอสมควร เนื่องจากพื้นที่วัดพระธรรมกายกว้างขวางมีประชาชนเข้าไปอยู่ข้างในจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่ทำไปตามขั้นตอนแบ่งเป็น 2 กรอบ คือ กรอบภายในและกรอบภายนอก ส่วนที่กองทัพเข้าไปเกี่ยวข้องคือกรอบภายนอก สิ่งที่ห่วงคือพื้นที่เผชิญหน้ากัน เจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวัง ต้องรอบคอบอดทน และควบคุมอารมณ์ให้ได้ ต้องดำรงเจตนารมณ์ และความมุ่งหมายในการบังคับใช้กฎหมายให้ประสบผลสำเร็จ บางครั้งอาจต้องยอมเสียเวลา แต่ไม่ยอมให้มีการเสียเลือดเนื้อหรือเสียชีวิต ต้องยึดตามแนวทางนี้เพื่อให้ทุกอย่างจบแบบละมุนละม่อม ส่วนพระสงฆ์ 14 รูปที่ถูกเรียกเข้ารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. ยังไม่มานั้น คงไม่ก่อให้เกิดอะไรขึ้น ฝ่ายที่รับผิดชอบกฎหมายหากทำแบบไม่คิดอะไรเลยก็ถือเป็นเรื่องง่าย แค่ใช้กำลังบุกเข้าไปก็จะมีการปะทะบาดเจ็บเสียเลือดเนื้ออาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ให้พระและลูกศิษย์ได้นั่งสวดมนต์ เมื่อมีสติก็จะมีปัญญารู้ว่าอะไรที่เป็นข้อเท็จจริง ทุกอย่างน่าจะคลี่คลายไปได้ ยืนยันว่าจำเป็นต้องใช้เวลาเพราะเราดำเนินการเรื่องนี้มานานพอสมควร ทุกอย่างมีเริ่มต้นก็ต้องมีตอนจบ

ประณามรัฐใช้กำลังเกินขอบเขต

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ม.44 เผด็จการครองเมือง” ว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่กำหนดให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุม ขัดต่อ ม.44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่อนุญาตให้ออกคำสั่งเพื่อป้องกัน ระงับหรือปราบปราม การบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ นอกจากนี้คดีที่อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมกายถูกกล่าวหาว่าฟอกเงินและรับของโจร เกิดตั้งแต่ปี 52-54 จึงไม่เหลือเหตุที่ต้องออกคำสั่งเพื่อป้องกันระงับ หารือปราบปรามสิ่งใดต่อไปอีกแล้ว การยกกำลังเจ้าหน้าที่หลายพันคนในชุดพร้อมรบไปปิดล้อมวัด เพื่อจับกุมพระที่มีอายุกว่า 70 ปี ห้ามคนเข้าออก ทำลายทรัพย์สินของวัด ทำร้ายประชาชนและพระสงฆ์ รวมทั้งออกคำสั่งให้พระกว่า 10 รูปมารายตัว คือการใช้อำนาจตาม อำเภอใจ ฝ่ายที่ต้องถูกประณามคือรัฐที่เลือกปฏิบัติ ใช้อำนาจเกินขอบเขต ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงและละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเป็นแนวทางของทรราช เพราะนอกจากจะเป็นการทำร้ายพระและประชาชนผู้บริสุทธิ์แล้ว ยังเป็นการสุมไฟความขัดแย้งให้ขยายตัวมากขึ้นด้วย

ชี้ปล่อยเป็นเอกภาพไม่ได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวเรื่องนี้ว่า ประกาศดังกล่าวไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลา เราใช้ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม แต่เรื่องหมายค้นมีกำหนดเวลาถ้าพ้นกำหนดก็ยังมี ม.44 ประกาศพื้นที่ควบคุมอยู่ไม่ต้องขอหมายค้นเพิ่ม กรณีวัดพระธรรมกายขอให้ยกเลิกประกาศดังกล่าวนั้นถ้าจะยกเลิกต้องมีความพร้อมทั้งหมด เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปอยู่ในนั้นได้ ต้องตรวจค้นพื้นที่ได้ จะปล่อยให้เป็นเอกภาพทำอะไรก็ได้ได้อย่างไร ต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าไป ส่วนจะใช้เวลาเท่าไหร่ไม่สามารถตอบได้ ต้องให้ประชาชนพอใจด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ยืนยันเจ้าหน้าที่เข้าไปไม่มีอาวุธและพยายามไม่ให้มีการกระทบกระทั่ง

ตรวจสอบข่าวเกณฑ์พระปลอม

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าพระในวัดพระธรรมกายไม่ได้เป็นพระ แต่เป็นคนที่เกณฑ์มาจากโรงงานในพื้นที่ จ.ปทุมธานี พล.อ.ประวิตร ตอบว่า เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความชัดเจน ไม่ต้องกังวล ส่วนกระแสข่าวพระวัดธรรมกายจะเกณฑ์คนมาล้อมเจ้าหน้าที่อีกชั้นนั้น เรื่องดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้น ภาพรวมรัฐบาลดำเนินการตามกฎหมาย จะเกณฑ์มาล้อมทำไม เมื่อถามว่าจะป้องกันไม่ให้คนเข้ามาเติมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ผมคิดในสิ่งที่คุณถามได้อยู่แล้วไม่ต้องห่วง ถ้าสื่อคิดได้แล้วผมคิดไม่ได้ก็ยืนตรงนี้ไม่ได้ ส่วนกรณีมหาเถรสมาคม (มส.) ประชุมเพื่อหาทางออกเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม เป็นผู้ดูแล ตกลงกันแล้วว่าทางพระวัดธรรมกาย ตัวแทน มส. และดีเอสไอ จะเป็นผู้เข้าไปดูในพื้นที่ ทางวัดพระธรรมกายก็เห็นด้วย เมื่อถามย้ำว่าหากคุยกันได้เช่นนี้แสดงว่าเรื่องอาจจบภายใน 7 วันเหมือนที่ ผบ.ตร.พูด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะจบวันไหนก็วันนั้นหากตกลงกันได้ถือว่าดี แต่หากไม่พบพระธัมมชโยจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น เป็นเรื่องของ มส.

นายกฯติงระวังบ้านเมืองแพ้

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวน้า คสช. กล่าวว่า กรณีโทรทัศน์บางช่อง พิธีกรบางคน ระบุว่าใช้ ม.44 กับวัดพระธรรมกายแล้ว แต่ไม่มีความหมาย กลายเป็นว่ารัฐบาลไม่มีน้ำยา เรื่องนี้หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ปัญหาก็จะเกิด กลายเป็นเชียร์มวย ดูกันว่าใครจะชนะระหว่างพระกับเจ้าหน้าที่ ถามว่าเกิดประโยชน์อะไรกับบ้านเมืองบ้าง เรื่องนี้เป็นคดีความ ถ้าสู้กันตามกระบวนการ ทุกอย่างก็จบ เมื่อตำรวจบอกว่า 7 วัน คือหมายความว่าต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป วันนี้ทำงานร่วมกันทั้งสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มหาเถรสมาคม (มส.) มาหารือร่วมกันเพื่อทำให้วัดพระธรรมกายเป็นสถานที่ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปได้ไม่แปลกประหลาดหรือแตกต่างจากที่อื่น คดีความเป็นเรื่องของบุคคลใครผิดก็ว่ากันไป อย่าพูดเหมือนเดิมพันใครจะชนะเพราะบ้านเมืองจะแพ้ตลอด

ยันไม่เลิก ม.44 จนได้ตัว “ธัมมชโย”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกรณีวัดพระธรรมกายต่อเติมอาคารและใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางการ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายนั้น อย่าเพิ่งไปไล่ถามว่าผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีความผิดหรือไม่ ดังนั้น สื่อมวลชนจึงควรบอกผู้ที่กระทำความผิดให้มามอบตัว และที่ขอให้ยกเลิก ม. 44 ตนไม่ยกเลิก เพราะยังไม่จบเรื่องราว จะยกเลิกได้อย่างไร กฎหมายเลิกได้ที่ไหน ในเมื่อยังนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีไม่ได้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องควบคุมไปตลอดจนกว่าพระธัมมชโยมอบตัวหรือได้ตัวมาดำเนินคดี

“สุวพันธุ์” ยันขอค้นวัดอีกรอบ

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายว่า ไม่ได้รับรายงานในที่ประชุม ครม. เพราะดีเอสไอประสานงานเพื่อขอเข้าไปดูบางส่วนในวัดพระธรรมกายเพิ่มเติมอีกรอบเพื่อให้มั่นใจ โดยมีเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีเป็นตัวแทนของมหาเถรสมาคม (มส.) เข้ามาช่วยดู เพื่อให้ดีเอสไอตอบรัฐบาลได้ว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัดหรือไม่ ส่วนเรื่องของวัดในอนาคต มส.และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะรับดูแล ส่วนกรณีที่มีพระบางรูปเห็นว่าพระธัมมชโยออกไปทางไหนนั้น บางทีอาจเห็นจากจุดที่ออกไป แต่ไม่รู้ว่าออกไปไหน ข้อมูลต่างๆ ดีเอสไอจะตรวจสอบหลังจากจบภารกิจการตรวจค้นวัดแล้ว

เช็กข่าว “ธัมมชโย” ขออเมริกาลี้ภัย

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัด รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า อยากให้รอดีเอสไอสรุป เพราะมีเรื่องที่จะต้องซักถามทางดีเอสไอส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพระธัมมชโยเตรียมจะขอลี้ภัยไปประเทศสหรัฐอเมริกาจริงหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างตรวจสอบ ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐจะไม่ใช้ความรุนแรงแน่นอน ไม่มีอาวุธ ขณะนี้ทางศิษยานุศิษย์ตอนนี้อยู่ห่างกับเจ้าหน้าที่แล้ว ถ้าไม่ยั่วยุ ร่วมมือกันให้ทุกอย่างจบ จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ส่วนพระจะไปสอบบาลีที่วัดต่างๆ สามารถทำได้และกลับมาได้ ไม่มีเรื่องการจับพระ จับเณรสึกทั้งวัด ไม่มีทั้งสิ้น และนายกฯเองได้กำชับว่า ต้องไม่มีการใช้ความรุนแรง แต่ต้องบังคับใช้กฎหมาย

พศ.–มส.มีมติร่วมให้ถอยคนละก้าว

ส่วนกรณีพระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช มีบัญชาให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ประสานเจ้าคณะผู้ปกครองเพื่อดำเนินการหาทางออกเกี่ยวกับกรณีวัดพระธรรมกายนั้น สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ได้ประชุมร่วมกับพระราชวิสุทธิเวที เจ้าคณะภาค 1 และพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี รวมทั้งผู้แทนกระทรวงยุติธรรมและผู้แทนมหาเถรสมาคม (มส.) ไปแล้วเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา มีรายงานว่า ผลการประชุมดังกล่าว มีแนวทางให้ทั้งสองฝ่ายถอยกันคนละก้าว เน้นการเจรจา เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงและเกิดผลกระทบต่อพระพุทธศาสนา ทางคณะทำงานมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากแนวทางที่จะดำเนินการไม่ได้ผล ก็อาจจะต้องมีการหาแนวทางใหม่ เพื่อให้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

“องอาจ” โพสต์ขอบคุณไร้เหตุรุนแรง

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊กเครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก ได้มีการเผยแพร่แถลงการณ์ของนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ระบุว่า จากสถานการณ์การปฏิบัติตามคำสั่ง ม. 44 ที่วัดพระธรรมกายในขณะนี้ ขอแสดงความเห็นใจ และเข้าใจต่อเจ้าหน้าที่ของผู้ปฏิบัติการทุกท่าน จากข่าวต้องขอขอบพระคุณที่ผู้เกี่ยวข้องของทางการได้ออกแถลงจุดยืนไม่ปรารถนาให้เกิดการปะทะอันนำมาซึ่งความสูญเสียใดๆ ขณะเดียวกันขอยืนยันอีกครั้งว่าคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทุกรูปทุกคน ต่างรักสงบ รักสันติ ไม่ปรารถนาให้เกิดความรุนแรงเสียหายสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินใดๆ เช่นกัน โดยเฉพาะในเขตศาสนสถานเพื่อการประพฤติปฏิบัติธรรมที่คณะศิษยานุศิษย์และผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันทุ่มเทสร้างขึ้นมาด้วยชีวิตจิตใจเป็นเวลาร่วม 50 ปี จึงวิงวอนขอร้องให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้โปรดเห็นใจซึ่งกันและกัน ร่วมกันหาทางออกที่มีเหตุผลอันเป็นที่รับฟังและเข้าใจกันได้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้สถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายจากหนักเป็นเบา จากร้ายกลายเป็นดี

ทั่วโลกหวั่นสถานการณ์บานปลาย

เฟซบุ๊กดังกล่าว ยังเผยแพร่ข้อมูลพร้อมภาพของผู้แทนองค์กรสงฆ์ประเทศพม่า นำโดยพระภะทันตะ ติโลกะภิวังสะ ประธานองค์กรพุทธเพื่อสันติภาพของมาบาธา ยื่นจดหมายถึงสมเด็จพระสังฆราชและคณะสงฆ์ในมหาเถรสมาคม ประเทศ ไทย ผ่านสถานทูตไทยในพม่า แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์กรณีวัดพระธรรมกาย โดยขอให้นายกรัฐมนตรีระงับการกระทำอันไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อพระธัมมชโย รวมถึงคณะศิษย์ นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ภาพและข้อมูล น.ส.สุรัสวดี สง่าลี ประธานกรรมการชุมนุมพุทธศาสตร์แห่งประเทศแอฟริกาใต้ นำคณะกรรมการและสมาชิก ประกอบด้วยพระภิกษุสงฆ์ รวมทั้งชาวไทยและชาวแอฟริกาใต้ไปยื่นหนังสือคัดค้านอำนาจรัฐไทยที่มีการใช้ ม.44 ละเมิดสิทธิมนุษยชนและคุกคามพระภิกษุสงฆ์และวัดในพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพริทอเรีย ประเทศแอฟริกาใต้ มีนายสุรศักดิ์ สุภารัตน์ อัครราชทูตไทยเป็นผู้รับเรื่อง ทั้งยังไปที่กระทรวงความสัมพันธ์นานาชาติและความร่วมมือของแอฟริกาใต้ เพื่อยื่นเอกสารผ่านเลขานุการรัฐมนตรี

มูลนิธิธรรมกายร้อง กสม.แล้ว

มีรายงานด้วยว่า มูลนิธิธรรมกายยื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กรณีภาครัฐปฏิบัติการตาม ม.44 อย่างเกินกว่าเหตุ สร้างความเดือดร้อน และละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างรุนแรงแล้ว ส่วนกรณีวัดพระธรรมกาย เรียกร้องขอให้เจ้าหน้าที่เปิดทางให้พระ เณร เดินทางไปสอบบาลียังวัดเขียนเขต จ.ปทุมธานีนั้น พระมหาสุรศักดิ์ จิรสักโก เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 21-23 ก.พ. คณะสงฆ์จ.ปทุมธานี จัดสอบบาลีสนามหลวงประจำปี 60 มีคณะสงฆ์วัดพระธรรมกาย ต้องเข้าสอบจำนวน 564 รูป จากการประสานของผู้เกี่ยวข้องมีมติให้พระสงฆ์วัดพระธรรมกาย สามารถเดินทางไปสอบยังสนามสอบวัดเขียนเขตได้ แต่ปรากฏว่ามาสอบไม่เต็มจำนวน เนื่องจากพระบางรูปเกรงว่า หากออกมาสอบจะเดินทางกลับวัดไม่ได้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ร.ต.จุลสัน ทันอินทร์อาจ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า กรณีที่พระสงฆ์วัดพระธรรมกายไม่มาเข้า
สอบบาลีที่สนามสอบวัดเขียนเขตนั้น สามารถสอบซ่อมได้อีก ในวันที่ 21-23 เม.ย.60 ซึ่งในเวลานั้นคาดสถานการณ์คงคลี่คลายไปในทางที่ดี

เผยสมเด็จพระสังฆราชทรงห่วงใย

ที่ชั้น 1 บก.ตชด.ภ.1 เวลา 18.20 น. พระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ นายสมเกียรติ ธงศรี ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าในการดำเนินการเรื่องนี้ว่า ที่ผ่านมามหาเถรสมาคมและสมเด็จพระสังฆราช ทรงห่วงใยและได้ติดตามข่าวสารตลอด ส่วนการตรวจสอบใบสุทธิพระวัดธรรมกาย ทางวัดพระธรรมกายกำลังดำเนินการอยู่ เพราะที่ผ่านมาวัดประสบปัญหาน้ำท่วมเอกสารเลยหายไปบางส่วน เท่าที่ทราบปัจจุบันพระวัดพระธรรมกายมีพระสงฆ์กว่า 1,000 รูป เตรียมเจรจากับวัดพระธรรมกาย กรณีขอเข้าค้นโซนเอและบี จะทราบผลเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ก.พ.นี้ หลังจากนั้นจะนำมาปรับแผนการต่อไป ที่ผ่านมาจะพยายามให้เกิดการกระทบกระทั่งกันให้น้อยที่สุด ปัจจุบันคดีเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายมีทั้งหมด 313 คดี แบ่งเป็นคดีเก่าก่อนใช้ ม.44 จำนวน 308 คดี และคดีใหม่ที่เกิดขณะใช้ ม.44 จำนวน 5 คดี ส่วนกรณีพระสนิทวงศ์โพสต์เบอร์โทรศัพท์ รมว.ยุติธรรมและภรรยานั้น เป็นเรื่องส่วนตัว อยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการ

สพฉ.ยันไม่มีเจ็บหนักจากเหตุปะทะ

ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) มีการรายงานสรุปจำนวนผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์เข้ายึดพื้นที่วัดพระธรรมกายเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ว่าจากรายงานการเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บของเจ้าหน้าที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาตินั้น พบผู้บาดเจ็บจำนวนทั้งสิ้น 5 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ 3 ราย และลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย 2 ราย ซึ่งทั้ง 5 ราย ได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอกฟกช้ำเพราะหกล้ม ยังไม่มีรายงานพบผู้บาดเจ็บซี่โครงหักหรือได้รับบาดเจ็บรุนแรงแต่อย่างใด

แจงสื่อไม่ใช่คู่ขัดแย้งธรรมกาย

นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือ พิมพ์แห่งประเทศไทย แถลงการณ์กรณีที่สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ออกประกาศห้ามสื่อมวลชนบางสำนักเข้าพื้นที่วัดว่า สมาคมนักข่าวฯ ตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของสื่อมวลชนที่ต้องรายงานข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง ครบถ้วนรอบด้าน ทั้งนี้ อาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการทำหน้าที่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีความแตกต่างทางความคิด ดังนั้น การรายงานข่าวในเรื่องนี้อาจมีความขัดแย้งทางความคิด แต่สื่อมวลชนมิใช่คู่ขัดแย้งของฝ่ายใด สื่อมวลชนมีหน้าที่เพียงแต่รายงานข่าวตามวิชาชีพเท่านั้น ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพบทบาทหน้าที่ซึ่งกันและกัน และร่วมแสวงหาหนทางคลี่คลายวิกฤติด้วยสันติวิธี แต่เนื่องจากสถานการณ์มีแนวโน้มใช้ความรุนแรง ดังนั้น นักข่าวพึงต้องระมัดระวังในสวัสดิภาพของตัวเองไปพร้อมกับการทำหน้าที่ตามวิชาชีพอย่างเคร่งครัด

ปาหินใส่รถตำรวจขณะเปลี่ยนกำลัง

มีรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 20.00 น. ขณะที่ ด.ต.ฉัตรชัย รตตะสา ผบ.หมู่ กก.ตชด.11 ขับรถบรรทุก 6 ล้ออีซูซุ ทะเบียนตราโล่ 86632 บรรทุกกำลังพลพร้อมสัมภาระเพื่อสับเปลี่ยนกำลังที่จุดทางเข้าด้านประตู 5 และ 6 ถนนเลียบคลองแอน เมื่อมาถึงหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ฝั่งตรงข้าม สภ.คลองหลวง ถนนบางขันธ์-หนองเสือ จ.ปทุมธานี ก่อนถึงที่หมายราว 300 เมตร เกิดเหตุคนร้ายปาก้อนหินใส่กระจกหน้ารถแตกร้าวทั้งบาน โดยไม่ทราบทิศทาง ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ อยู่ระหว่างตรวจสอบหาผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

“บิ๊กตู่” ยันไม่ยกเลิก ม.44 จนกว่าจะได้ตัว “ธัมมชโย” ด้าน “บิ๊กเจี๊ยบ” ผบ.ทบ. เตือนสติควบคุมอารมณ์ให้ดี หวั่นบานปลายมีเหตุปะทะ ขณะที่สมเด็จพระสังฆราช ทรงห่วงใยในเรื่องนี้... 22 ก.พ. 2560 08:11 ไทยรัฐ