วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนงานฝันเป็นวินมอเตอร์ไซค์ จบใหม่เตะฝุ่น-ก่อสร้างหาคนทำงานไม่ได้

วิกฤติแรงงานรอวันระเบิด เด็กจบใหม่ มี.ค.-เม.ย. 5.5 แสนคน เหนื่อยแน่ ปริญญาตรีมีโอกาสตกงานสะสมสูงที่สุด นายจ้างเผยคนงานก่อสร้างฝันเป็นวินมอเตอร์ไซค์ บางคนไปค้าขายออนไลน์ ด้านตลาดแรงงานไร้ทักษะยิ่งลงเหว ลาว เขมร เมียนมาเตรียมขึ้นค่าแรง เรียกคนกลับไปพัฒนาบ้านตัวเอง

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างการค้าและอุตสาหกรรม ไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มอัตราการว่างงานของประเทศไทยในเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ คาดว่าจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากจำนวนนักศึกษาที่จบการศึกษาใหม่ในเดือน มี.ค.นี้ ทั้งวุฒิปริญญาตรี ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จะเข้ามาสู่ตลาดแรงงานอีกประมาณ 550,000 คน จากล่าสุดสำนักงานสถิติแห่งชาติได้รายงานตัวเลขภาวะการว่างงานเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 440,000 คน ทำให้คาดว่านักศึกษาที่จะจบใหม่ในเดือน มี.ค.นี้จะมีอัตราการหางานทำไม่ได้เป็นจำนวนมาก และเกิดการสะสมของแรงงาน ที่ยังตกงานค้างมาจากเดือน ม.ค.เพิ่มขึ้นอีกจำนวนหนึ่ง โดยนักศึกษาที่มีโอกาสตกงานสะสมสูงมากที่สุดคือระดับปริญญาตรี ขณะที่ระดับ ปวส. และ ปวช.สายวิชาชีพมีโอกาสจะได้งานทำมากที่สุด

ทั้งนี้ จากตัวเลขการว่างงานเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา สะท้อนจากการลงทุนของภาคเอกชนในช่วง 2-3 ปีที่ติดลบ ส่งผลให้อัตราการจ้างงานไม่ขยายตัวตามไปด้วย จึงเป็นเรื่องที่น่าวิตกสำหรับเด็กที่จบการศึกษาใหม่ๆ ที่โอกาสในการหางานทำมีน้อยลงตามไปด้วย

นายธนิตกล่าวว่า ในเดือน ม.ค.-ก.พ.ของทุกๆปี จะเป็นช่วงหมุนเวียนของการจ้างงานใหม่ โดยหลังรับโบนัสพนักงานส่วนใหญ่ในโรงงานอุตสาหกรรมจะลาออก หางานใหม่ เพื่อเรียกเงินเดือนเพิ่มขึ้น แต่ปีนี้กลับพบว่าการหมุนเวียนเปลี่ยนงานค่อนข้างต่ำ คือ การออกจากงานเดิมมีจำนวนไม่มากนัก แต่เด็กที่มาสมัครงานใหม่กลับมีจำนวนเพิ่มขึ้น ดังนั้น เด็กที่จบใหม่จึงมีความเสี่ยงสูง หากวุฒิการศึกษาจบมาไม่ตรงกับตลาดแรงงาน ที่ส่วนใหญ่ต้องการสายอาชีวะและสายวิชาชีพ

สำหรับแนวโน้มการจ้างแรงงาน โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง ยอมรับว่ากำลังประสบปัญหาที่แรงงานคนไทยไม่เข้าสู่แรงงานในภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่หันไปประกอบอาชีพอื่นๆแทน โดยเฉพาะอาชีพ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นอาชีพยอดฮิตของแรงงานจากภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทย ขณะเดียวกันเด็กจบใหม่ส่วนหนึ่งก็ไม่เข้าสู่ตลาดแรงงานแต่เริ่มหันไปค้าขายออนไลน์ หรือมีธุรกิจตนเอง รวมถึงเรียนต่อปริญญาโท

ด้านนายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลหยิบยกปัญหาแรงงานให้ขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากปัญหาการขาดแคลน แรงงานในภาคอุตสาหกรรมรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแรงงานไร้ทักษะ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมต่างๆ เนื่องจากเป็นงานที่คนไทยปฏิเสธ เพราะเป็นงานหนัก คนไทยส่วนใหญ่นิยมทำงานภาคบริการ เช่น ภาคท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแรงงานต่อเนื่อง รวมทั้งระยะต่อไป ไทยยังมีแนวโน้มสูงในการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวด้วย เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นแรงงานต่างด้าว เช่น กัมพูชา เมียนมา ลาว เริ่มดึงดูดนักลงทุนเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้ต้องการ แรงงานกลับไปทำงานในประเทศของตนเอง

“แม้ไทยในขณะนี้ มีค่าแรงสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถ้าต่อไปประเทศเพื่อนบ้านต้องการแรงงานกลับคืน เขาก็ต้องปรับขึ้นค่าแรง แม้ไม่เท่ากับประเทศไทย แต่ผมมองว่าแรงงานเพื่อนบ้านย่อมต้องอยากทำงานในประเทศตัวเองมากกว่า หากค่าแรงไม่แตกต่างกันมากนัก จึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดหาวิธีรับมือกันไว้ล่วงหน้า และภายใน 10 ปีข้างหน้า ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างชัดเจน ยิ่งทำให้แรงงานในกลุ่มไร้ทักษะขาดแคลนหนักขึ้นแน่นอน”.

วิกฤติแรงงานรอวันระเบิด เด็กจบใหม่ มี.ค.-เม.ย. 5.5 แสนคน เหนื่อยแน่ ปริญญาตรีมีโอกาสตกงานสะสมสูงที่สุด นายจ้างเผยคนงานก่อสร้างฝันเป็นวินมอเตอร์ไซค์ บางคนไปค้าขายออนไลน์ ด้านตลาดแรงงานไร้ทักษะยิ่งลงเหว... 21 ก.พ. 2560 23:58 21 ก.พ. 2560 23:58 ไทยรัฐ


advertisement