วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พร้อมยืดเยื้อแต่ต้องจบ

ภาพความสวยงามตามโบราณราชประเพณี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จสักการะพระอัฐิอดีตพระสังฆราช ยังพระอารามต่างๆ โดยมีประชาชนกราบถวายสักการะตลอดเส้นทาง

ขณะเดียวกันก็ยังมีการเปิดเผยประวัติ ปูมหลังของ “สังฆราชา” องค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งในหน้าหนังสือพิมพ์และโซเชียลมีเดีย

ชื่นชมในจริยวัตรงดงามตามเส้นทางธรรม

โดยเฉพาะภาพของพระสังฆราชเมื่อครั้งดำรงสถานะเป็นสมเด็จพระมหามุนีวงศ์เข้ากราบนมัสการมุทิตาคารวะพระธรรมมงคลญาณหรือ“หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร” ในวาระครบรอบ 97 ปี

โดยก้มกราบแทบเท้าที่พื้นในฐานะที่ทรงเป็น “พระรุ่นน้อง” ในสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต โดยไม่ยึดถือสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นสมเด็จที่สูงกว่าหลวงพ่อวิริยังค์

แสดงถึงความสมถะ อ่อนน้อม ถ่อมตน ไม่ยึดติดในลาภยศตำแหน่ง

นำมาซึ่งเสียงสาธุ ด้วยความศรัทธาในความเป็น “พระแท้”

ตัดฉากกลับมาที่สถานการณ์ตื่นเต้น บรรยากาศระทึกใจรายวัน ถึงขั้นที่มีการไล่เช็กไล่ตรวจสอบกองกำลัง “พระปลอม” ที่อาจแฝงตัวเข้าวัดพระธรรมกาย

ตามฉากล่าสุด คณะทำงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชุมเตรียมความพร้อมแผนปฏิบัติการบุกตรวจค้นอาณาจักรจานบิน ภายหลังการใช้ดาบมาตรา 44 ประกาศควบคุมพื้นที่ไล่ควานหาตัว “ธัมมชโย” ผ่านพ้นวันที่ 6 ไปแล้ว

ยังไร้แววเจ้าสำนักธรรมกาย

มีการระดมรถฉีดน้ำแรงดันสูง 3 คัน พร้อมปฏิบัติการสลายกลุ่มมวลชนอารักขาวัด

ตามรูปการณ์ที่จัดเป็นวาระแห่งชาติในการเคลียร์ลัทธิที่กระเทือนต่อความมั่นคง

ประเมินในมุมความเคลื่อนไหวของฝ่าย “พุทธจักร” ที่นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนา เปิดเผยภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคมที่สมเด็จพระสังฆราชเสด็จเป็นประธาน ย้ำชัดเจนเลยว่า มหาเถรมีความห่วงใยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกรณีวัดพระธรรมกาย

โดยพระพรหมมุนี เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชมีบัญชาให้เจ้าคณะปกครองที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายประชุมหารือเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

ยกระดับความเข้มการจัดการตามวินัยสงฆ์

ขณะที่ฝ่าย “อาณาจักร” ล่าสุด “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. เบอร์หนึ่งที่คุมกำลังรักษาความมั่นคง พูดถึงสถานการณ์วัดพระธรรมกายที่มีการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับพระและศิษย์ธรรมกาย

เป็นห่วงพื้นที่ที่มีการเผชิญหน้ากัน

พร้อมยืนยันชัดถึงแนวทางการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวังในการดำเนินการ ต้องรอบคอบ อดทน และควบคุมอารมณ์ให้ได้ กลัวว่าจะนำไปสู่การปะทะกัน

“แต่ที่สำคัญต้องดำรงเจตนารมณ์และความมุ่งหมายในการบังคับใช้กฎหมายให้ประสบผลสำเร็จ บางครั้งเราอาจจะต้องยอมเสียเวลา แต่จะไม่ยอมให้มีการเสียเลือดเนื้อหรือเสียชีวิต ซึ่งต้องยึดตามแนวทางนี้”

พร้อมยื้อถึงไหนถึงกัน เพื่อบังคับใช้กฎหมาย ไม่ให้เป็นรัฐอิสระ

นั่นหมายถึงปล่อยให้ยื้อยุดฉุดกระชากกันไปก่อนระหว่าง “แรงศรัทธา” ของเหล่าสาวกกับ “พลังกฎหมาย” ของเจ้าหน้าที่ที่ต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกติกาบ้านเมือง

เอาล่อเอาเถิดกันจนกว่าจะเหนื่อยล้าไปเอง

ขณะที่ปริศนาเครื่องหมายคำถาม ตัวของ “ธัมมชโย” ยังอยู่ในวัดหรือไม่

ตามข้อมูลที่ฝ่ายต้าน “ธัมมชโย” มีการโยงความเคลื่อนไหวศิษย์เอกที่เป็นโฆษกคนดัง ซึ่งถูกจับภาพมาแชร์ในโลกโซเชียลฯ ขณะเดินทางไปโผล่ที่ประเทศฝรั่งเศส

ฟันธงเจ้าสำนักธรรมกายหนีออกต่างประเทศตั้งแต่ช่วงนั้น

แต่อีกกระแสก็ยืนยันเจ้าสำนักธรรมกายยังวนเวียนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลในเมืองไทย หลบออกนอกวัดไปตั้งหลักประเมินสถานการณ์อยู่ภายนอก ก่อนที่จะโดนมาตรา 44 ล็อกพื้นที่รอบวัด

เอาเป็นว่า ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา สังเกตพระดังที่เกิดคดีอื้อฉาว ส่วนใหญ่จะมีวิชาล่องหน

โผล่อีกทีก็ไปเป็นสมี ฤาษี เจ้าลัทธิอยู่เมืองนอกแล้ว.


ทีมข่าวการเมือง

21 ก.พ. 2560 23:34 ไทยรัฐ