วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วิษณุ' ปัดรัฐจ้องสลาย 'ธรรมกาย’ จ่อนัดถกสาง 900 คดี โยง 'จำนำข้าว'

"วิษณุ" ยันรัฐไม่ใช้ "อาวุธ-ความรุนแรง" สลาย "ธรรมกาย" ย้ำต้องรักษากฎหมาย ชี้ปล่อย 2 หน่วยงานจัดการยึดทรัพย์ "จีทูจี" พร้อมนัดถกสาง 900 คดี โยงจำนำข้าว ระบุ รบ.จำเป็นต้องใช้ "ม.44" ป้องทุจริต "โครงการัฐขนาดใหญ่" ระหว่างรอ ก.ม.จัดซื้อบังคับใช้

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 60 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อติดตามจับกุมตัวพระธัมมชโย ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (21 ก.พ.) ถึงกรณีดังกล่าว โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ใช้ความรุนแรงและไม่ใช้อาวุธอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ตนไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะยืดเยื้อไปถึงเมื่อใด  

เมื่อถามว่า ถ้าพระธัมมชโยถูกจับกุมตัวได้ จะต้องถูกจับสึกทันทีหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบ อย่าไปพูดอะไรกันมาก การจะพูดบางเรื่องต้องมีกาลเทศะด้วย เมื่อถามว่า ภาพเหตุการณ์ปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่กับฝ่ายวัดพระธรรมกาย จะสร้างปัญหาให้กับรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เราต้องช่วยกันทำความเข้าใจกันว่า การที่รัฐบาลต้องทำสิ่งเหล่านี้ เพื่อรักษากฎหมายที่ถือเป็นเรื่องใหญ่

เมื่อถามว่า มีบางฝ่ายพยายามสร้างกระแสข่าวว่า รัฐบาลต้องการสลายวัดแห่งนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ต้องการสลายวัดนี้ และไม่ต้องการสึกพระ ไม่ใช้ความรุนแรง เรารู้ว่าวัดเป็นศาสนสถาน เจ้าหน้าที่จึงได้รับการอบรมหลักการปฏิบัติว่าต้องเคารพศาสนสถาน และเคารพศาสนบุคคลคือ พระ และ เณร ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าใจตรงนี้แล้ว จะดำเนินการอย่างไรต่อก็ทำไป

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกรณีที่กรมการค้าต่างประเทศได้ส่งหนังสือมอบอำนาจยึดทรัพย์ เพื่อเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกรณีการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท กับนักการเมืองและข้าราชการ รวม 6 คน และได้มีการส่งข้อมูลการสืบทรัพย์ลอตแรกให้กับกรมบังคับคดี เพื่อไปดำเนินการยึดทรัพย์ตามหนังสือมอบอำนาจยึดทรัพย์ที่จัดส่งให้แล้ว ว่า ตนไม่ทราบความคืบหน้าเรื่องนี้ เพราะปล่อยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงมือจัดการ ซึ่งเมื่อครั้งที่ตนเรียกกรมบังคับคดีมาพบนั้น เพื่อมาสอบถาม ซึ่งหน่วยงานนี้ตอบว่าเขารู้ว่าตัวเองมีหน้าที่ใด และกรมการค้าต่างประเทศมีหน้าที่อะไรบ้าง ตนจึงให้ทั้ง 2 หน่วยงานประสานงานกันแล้วทำงานต่อไป โดยที่รัฐบาลและฝ่ายการเมืองไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ถ้าติดขัดสิ่งใดให้มาแจ้งต่อรัฐบาลได้ 

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน มีคณะกรรมการคณะหนึ่งที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาเป็นการภายใน เพื่อที่จะติดตามเรื่องทั้งกระบวนการ โดยมีตนเป็นประธาน และ นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นเลขานุการคณะกรรมการฯ ซึ่งนายประยงค์ได้มารายงานให้ตนทราบว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวที่มีประมาณ 800-900 คดี ตอนนี้เขามีข้อมูลแล้ว จึงควรเรียกประชุมคณะกรรมการชุดนี้เพื่อติดตามเรื่องว่าหน่วยงานใดควรไปจัดการเรื่องอะไร โดยคดีในส่วนนี้ ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ผู้เกี่ยวข้องเป็นข้าราชการ ซึ่งสามารถใช้คำสั่งทางปกครองมาดำเนินการเพื่อยึดทรัพย์บังคับคดี กับส่วนผู้ที่ไม่ใช่ข้าราชการ เช่น โรงสี พ่อค้าคนกลาง เป็นต้น ต้องยื่นฟ้องร้องตามช่องทางปกติ

นอกจากนี้ นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.มอบหมายให้หากลไกตรวจตรวจสอบเรื่องการทุจริตในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ว่า เรื่องดังกล่าวสืบเนื่องจากที่มีการประชุมกรรมการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ (มินิ คาบิเนต) ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยให้ไปคิดกลไกว่าจะออกมาเป็นมติ ครม.หรือระเบียบสำนักนายกฯ หรือใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่ทุจริตในโครงการขนาดใหญ่ แปลว่าเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างอยู่ในใจของนายกฯ ที่ต้องการย้ำเรื่องความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ไม่ผิดกฎระเบียบ และได้นำผลดังกล่าวมาแจ้งให้ที่ประชุม คสช.และ ครม.รับทราบเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนจะหารือกับกรมบัญชีกลาง ตัวแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาแนวทางต่อไป

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า กลไกดังกล่าวมีอยู่ใน พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อพระราชทานกลับลงมาประกาศใช้ จะมีผลใช้บังคับในอีก 180 วัน ดังนั้นช่วงเวลา 6 เดือนนี้ ใช้ระเบียบพัสดุที่มีอยู่ในปัจจุบันได้แต่ไม่เต็มที่ จึงต้องสร้างกลไกที่รับประกันความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และนำขึ้นเว็บไซต์ให้เข้าไปดูชัดเจน จนเมื่อ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างมีผลใช้บังคับ ก็จะส่งต่อเข้าไปใน พ.ร.บ. หรือถ้ากฎหมายลูกของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างยังไม่ออก ก็ให้ใช้สิ่งที่จะสร้างนี้ไปพลางก่อน หากกลไกที่มีอยู่ขณะนี้พอไปได้ก็อาจจะแก้อะไรเพียงเล็กน้อย ถ้าไม่จำเป็นไม่อยากใช้มาตรา 44 แต่ถ้าจะเป็นก็ต้องใช้

"วิษณุ" ยันรัฐไม่ใช้ "อาวุธ-ความรุนแรง" สลาย "ธรรมกาย" ย้ำต้องรักษากฎหมาย ชี้ปล่อย 2 หน่วยงานจัดการยึดทรัพย์ "จีทูจี" พร้อมนัดถกสาง 900 คดี โยงจำนำข้าว ระบุ รบ.จำเป็นต้องใช้ "ม.44" ป้องทุจริต "โครงการัฐขนาดใหญ่" ระหว่างรอก.ม. 21 ก.พ. 2560 19:16 ไทยรัฐ