วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำความรู้จักประโยชน์-ข้อควรระวัง ในธุรกิจ 'อี-มันนี่' เทรนด์นี้มาแรง!

ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีกระแสข่าวร้อนเกิดขึ้น เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งความดำเนินคดี บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือภายใต้ชื่อ "PayAll" ซึ่งมีชื่อของดารานักแสดงชื่อดังอย่าง "ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์" เป็นประธานบริษัท หลังพบว่าให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี–มันนี่) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งถ้าประชาชนมาใช้บริการจำนวนมาก อาจจะเกิดความเสียหายขึ้น (ธปท.แจ้งเอาผิด PayAll ของ ฟิล์ม รัฐภูมิ ทำ อี–มันนี่ ไม่ได้รับอนุญาต

ล่าสุด ฟิล์ม รัฐภูมิ ได้อัดคลิปชี้แจงเรื่องดังกล่าว พร้อมยอมรับผิด และจะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เตรียมเรียกผู้ประกอบการ บริษัท เพย์ออล มาดำเนินคดีเสียค่าปรับ หลังพบว่า บริษัทดังกล่าวได้ดำเนินธุรกิจผิดจากแผนที่แจ้งไว้ จึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พุทธศักราช 2545 โดยเป็นการเปรียบเทียบปรับ ฟิล์ม รัฐภูมิ และกรรมการของบริหารบริษัท คนละ 300,000 บาท และเปรียบเทียบปรับบริษัทในฐานะนิติบุคคล รวมเป็นวงเงิน 1.8 ล้านบาท

สำหรับ เงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Electronic Money หรือ e-Money ที่กำลังตกเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ทำความเข้าใจง่ายๆ มันก็คือ มูลค่าเงินที่บันทึกอยู่ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (เช่น ชิพคอมพิวเตอร์ในบัตรพลาสติก เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ต) ซึ่งผู้ใช้บริการได้ชำระเงินล่วงหน้าแก่ผู้ให้บริการ e-Money และสามารถใช้ชำระค่าสินค้าบริการได้ตามร้านค้าที่รับชำระ ทำให้มีความสะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องพกเงินสดให้ยุ่งยาก และไม่ต้องเสียเวลารอเงินทอนนั่นเอง

ผู้ใช้บริการสามารถเลือกเติมเงินผ่านช่องทางต่างๆ ได้ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ e-Money แต่ละราย อาทิ เติมเงินกับร้านค้าที่มีสัญลักษณ์เติมเงิน ทำรายการผ่านตู้ ATM หรือผ่านเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ รวมถึงผ่านระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หรือบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิตที่ได้ผูกบัญชีไว้

จากนั้นผู้ให้บริการ e-Money จะบันทึก มูลค่าของเงินที่เติมลงในบัตร ระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หรือระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แล้วแจ้งให้ผู้ใช้บริการรับทราบจากใบเสร็จรับเงิน ข้อความ SMS บนโทรศัพท์มือถือ หรือ e-mail แล้วแต่กรณี

ในปัจจุบันนี้ เรามีการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น บัตรโดยสารรถไฟฟ้า บัตรซื้ออาหารในศูนย์อาหาร บัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือ บัตรเติมเงินซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ต บัตรชมภาพยนตร์ กระเป๋าเงินบนโทรศัพท์มือถือ บัญชีเงินสดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสำหรับการช็อปปิ้งออนไลน์ เป็นต้น

แต่รู้หรือไม่ว่า? การจะเปิดให้บริการ e-Money ได้จำเป็นต้องขออนุญาตจากทางแบงก์ชาติ เพื่อประกอบธุรกิจบริการ และบริษัทที่จะได้ใบอนุญาตนั้น ต้องมีคุณสมบัติ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามกำหนด เช่น มีทุนจดทะเบียนตามกำหนด มีสภาพคล่องทางการเงิน มีการเก็บรักษาเงินที่เติมเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยฝากไว้ที่สถาบันการเงินและแยกบัญชีไว้ต่างหาก และการรักษาความลับของลูกค้า พร้อมทั้งคืนเงินให้ลูกค้าภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

บัญชี ก ใช้ซื้อสินค้าหรือรับบริการเฉพาะอย่างตามรายการที่กำหนดไว้ล่วงหน้าจากผู้ขายสินค้าหรือให้บริการเพียงรายเดียว ยกเว้น ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคโดยไม่ได้แสวงหากำไรจากการออกบัตร เช่น บัตรศูนย์อาหาร บัตรโดยสารสาธารณะ บัตรโทรศัพท์สาธารณะ หรือบัตรชำระค่าผ่านทางสาธารณะ ซึ่งปัจจุบัน มีบริษัท พีทีที ไอซีที โซลูชั่นส์ จำกัด บริษัทย่อยของกลุ่ม ปตท. เป็นผู้ได้รับอนุญาตบัญชี ก เพียงรายเดียว

บัญชี ข เป็นบริการ ใช้ซื้อสินค้า หรือบริการ จากผู้ขายหลายรายภายใต้ระบบการจัดจำหน่ายและบริการเดียวกัน หรือกิจการในเครือ เช่น ธุรกิจแฟรนไชส์ปั๊มน้ำมันระบบขนส่งมวลชนศูนย์การค้า ปัจจุบัน มีผู้ขอใบอนุญาต 7 ราย ประกอบก้วย บริษัท จีพีซีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน)

บัญชี ค เป็นบริการ ใช้ซื้อสินค้าหรือบริการ จากผู้ขายหลายราย โดยไม่จำกัดสถานที่ มี 22 ราย แบ่งเป็นกลุ่มธนาคารประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารทิสโก้ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)

ส่วนบริษัทที่ไม่ได้เป็นสถาบันการเงิน แต่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการดังกล่าวได้แก่ บริษัท ทรู มันนี่ บริษัท ทีทูพี บริษัท ทูซีทูพี พลัส (ประเทศไทย) บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม บริษัท เพย์สบาย บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส บริษัท แรบบิท-ไลน์ เพย์ บริษัท เอ็มโอแอล เพย์เมนท์ บริษัท แอดวานซ์ เมจิคการ์ด บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ บริษัท แอร์เพย์ (ประเทศไทย) บริษัท ไอพี เพย์เมนท์ โซลูชั่น และ บริษัท เฮลโลเพย์

แต่ในความสะดวกสบายก็ย่อมมีข้อควรระวัง สุดท้ายนี้ ขอฝากคุณผู้อ่านไว้อย่างแรก คือการเก็บรักษาบัตร e-Money รวมถึงการรักษาข้อมูลสำคัญบนโทรศัพท์มือถือ และที่สำคัญควรศึกษาเงื่อนไขในการใช้บริการก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการแต่ละรายด้วยนะคะ

"ไทยรัฐออนไลน์" จะพาทำความรู้จักกับ อี-มันนี่ (E-Money) กันว่าคืออะไร? และมีรูปแบบอะไรบ้าง? ... 21 ก.พ. 2560 16:33 22 ก.พ. 2560 11:23 ไทยรัฐ