วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ยันไม่เลิก ม.44 คุมโซน 'ธรรมกาย' แนะ 'ธัมมชโย' ออกมาสู้คดี

นายกฯ ลั่นไม่เลิก ม.44 ควบคุมพื้นที่ "วัดพระธรรมกาย" ชี้ใช้จนกว่าจะมอบตัว แนะออกมาสู้คดีก็จบ ถามพระปิดหน้าเหมาะสมหรือไม่ ขออย่าเชียร์ใครแพ้ใครชนะ เพราะประเทศชาติเสียหาย พร้อมเล็งออก ม.44 ควบคุมการลงทุนมูลค่าสูง ป้องทุจริต

เมื่อวันที่ 21 ก.พ.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุม คสช.และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อเสนอจากพระลูกวัดพระธรรมกายให้ยกเลิกมาตรา 44 ที่ประกาศให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ ว่า ยืนยันว่าไม่ยกเลิกมาตรา 44 เพราะยังไม่จบเรื่องแล้วจะยกเลิกได้อย่างไร ในเมื่อยังนำผู้ที่กระทำความผิดมาดำเนินคดีไม่ได้ก็ยังยกเลิกไม่ได้ และวัดพระธรรมกายยังต้องเป็นพื้นที่ควบคุมไปตลอด จนกว่ามีการมอบตัวหรือดำเนินคดีได้ จากนั้นก็บริหารจัดการใหม่ และไม่ต้องมากล่าวอ้างว่าตนจะไปยึดพระทองคำ เพราะตนยังไม่รู้เลยว่ามีหรือไม่ แล้วจะแน่ใจหรืออย่างไรว่าเป็นพระแท้ และที่นำเงินไปหล่อพระยังรั่วไปถึงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลย 


"มาตรา 44 ไม่ใช่กลัวหรือไม่กลัว ถ้าใช้เต็มที่ไม่กลัวก็ให้รู้ไป ไม่ได้ท้าทาย อย่าไปยุยงปลุกปั่น ทุกวันนี้เห็นโทรทัศน์บางช่อง พิธีกรบางคนบอกมาตรา 44 ไม่มีความหมาย ดูที่เกิดประโยชน์มากกว่าท้าทาย ผมไม่ได้ท้าทายใครทั้งสิ้น กลายเป็นรัฐบาลไม่มีน้ำยา วัดธรรมกายไม่มีน้ำยา ซึ่งไม่ว่ามาตราไหนก็ตามถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็เป็นแบบนี้ กลายเป็นเชียร์มวยทุกวัน พระหรือเจ้าหน้าที่ใครจะชนะหรือแพ้ มันเกิดประโยชน์อะไรกับบ้านเมืองบ้าง ผมไม่เข้าใจ เห็นเป็นเรื่องสนุกสนานไปได้ คดีความต่างๆ มากมายไปสู้คดีก็จบแล้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า 7 วัน จะได้ข้อยุติว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป ซึ่งวันนี้มีการทำงานร่วมกันทั้งสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถรสมาคม เพื่อมาดูว่าจะทำอย่างไรให้วัดพระธรรมกาย เป็นสถานที่ที่พุทธศาสนิกชนสามารถเข้าไปได้โดยทั่วไป ไม่มีความแปลกประหลาดหรือแตกต่างจากวัดอื่นๆ ส่วนเรื่องคดีความก็เป็นเรื่องของบุคคล หากใครทำความผิดก็ว่ากันตามกระบวนการ จึงขอร้องอย่ามาพูดเดิมพันว่าข้างใดข้างหนึ่งจะชนะ เพราะบ้านเมืองแพ้ตลอด ทั้งนี้ขอให้ไปบอกคนที่ทำความผิดให้มามอบตัว ไม่ใช่ไล่เจ้าหน้าที่รัฐ แค่เตือนพระว่าเอาผ้าอุดจมูกออกทำได้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์นั้น นายกฯ เห็นผู้สื่อข่าวสวมผ้าปิดปาก จึงกล่าวหยอกล้อว่า "เป็นอะไร มาจากวัดพระธรรมกายหรืออย่างไร โธ่ จะเป็นหวัดก็ปิดไป ถ้าไม่ได้เป็นหวัดอย่าเอาผ้าคาดจมูกมันน่าเกลียด ได้ที่ไหนคาดจมูก ปิดหน้าปิดตาได้เหรอเป็นพระด้วยนะ เหมาะสมหรือเปล่าไม่รู้ ดูความเหมาะสมด้วย"

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการเตรียมออกคำสั่งมาตรา 44 ในการเข้ามาควบคุมการลงทุนที่มีมูลค่าสูง เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริต และให้สินบนใต้โต๊ะ เช่นเดียวกันกับข้อกังวลของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสรรพสามิตฉบับใหม่ ที่มีการกำหนดพิกัดภาษีสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้ต่างกัน โดยสุรากำหนดพิกัดภาษีอยู่ที่ 1 พันบาท ต่ำกว่าพิกัดภาษีเครื่องดื่มจำพวกไวน์หรือเบียร์ ซึ่งอยู่ที่ 3,000 บาท หรือ 3 เท่าตัว อาจจะกระทบต่อราคาสินค้า เหล้าราคาเท่าเบียร์ เป็นต้น ซึ่งขัดกับข้อเสนอของทีดีอาร์ไอ ที่ระบุว่า ทั่วโลกเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามปริมาณดีกรี จนเป็นช่องว่าง เจ้าหน้าที่รัฐอาจจะไปเรียกรับผลประโยชน์จากส่วนต่างที่เกิดขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรี เชื่อว่า ในเรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องการให้เกิดความเป็นธรรม อย่างไรก็ตามมอบหมายให้กระทรวงการคลัง ชี้แจงในประเด็นนี้อีกครั้ง

นายกฯ ลั่นไม่เลิก ม.44 ควบคุมพื้นที่ "วัดพระธรรมกาย" ชี้ใช้จนกว่าจะมอบตัว แนะออกมาสู้คดีก็จบ ถามพระปิดหน้าเหมาะสมหรือไม่ ขออย่าเชียร์ใครแพ้ใครชนะ เพราะประเทศชาติเสียหาย พร้อมเล็งออก ม.44 ควบคุมการลงทุนมูลค่าสูง ป้องทุจริต 21 ก.พ. 2560 15:25 21 ก.พ. 2560 16:55 ไทยรัฐ