วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขายข้าวต้มโต้รุ่ง

โดย ซี.12

วิทยาลัยศาลรัฐธรรมนูญ สถาบันรัฐธรรมนูญศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กำลังจัดการฝึกอบรมหลักสูตร หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย หรือ นธป. ขึ้นเป็นรุ่นที่ 5

ในช่วงหนึ่งของการบรรยายเรื่องบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญกับการควบคุมความชอบด้วยรัฐธรรมนูญตามหลักนิติธรรม โดย ศ.จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีคดีตัวอย่างที่หยิบยกขึ้นมาเป็นสิ่งที่สาธารณชนควรรับรู้ จึงขออนุญาตนำมาถ่ายทอดต่อ

เอ่ยถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้วผู้คนทั่วไปมักจะคิดว่าเป็นเรื่องการตัดสินชี้ขาดทางการเมืองเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่แท้ที่จริงแล้วเรื่องราวใดที่มีข้อข้องใจว่าขัดหรือไม่ขัดรัฐธรรมนูญถ้าส่งมาตามช่องทางที่ถูกต้องแล้วศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยทั้งนั้น

อย่างเรื่องนี้ศาลจังหวัดสระบุรีส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 45 พ.ศ.2515 ข้อ 3 ซึ่งห้ามมิให้จำหน่ายและบริโภคอาหารและเครื่องดื่มระหว่างเวลาตี 1 ถึงตี 5 เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก ผบ.ตร. หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวมีเจตนารมณ์เพื่อป้องกันมิให้เหล่ามิจฉาชีพใช้สถานจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเป็นแหล่งมั่วสุมในยามวิกาล ซึ่งอาจจะมีความจำเป็นตามสภาวการณ์ของประเทศในขณะนั้น แต่ในปัจจุบัน สังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เศรษฐกิจของประเทศมีความเจริญก้าวหน้าทั้งด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม ทำให้การประกอบอาชีพการงานและการเดินทางของผู้ปฏิบัติงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จำเป็นต้องกระทำในยามค่ำคืนมากขึ้น

การห้ามมิให้ประชาชนขายอาหารหรือเครื่องดื่มในช่วงเวลาดังกล่าว ย่อมเป็นการจำกัดเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน และการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 43 วรรคหนึ่งโดยตรง

ถึงแม้มาตรา 43 วรรคสอง จะยกเว้นให้รัฐบัญญัติกฎหมายจำกัดเสรีภาพดังกล่าวได้บ้าง แต่ก็ให้กระทำได้ “เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐหรือเศรษฐกิจของประเทศ การคุ้มครองประชาชน...หรือเพื่อป้องกันการผูกขาด หรือขจัดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน” เท่านั้น ซึ่งกรณีนี้มิได้มีลักษณะตามข้อยกเว้นดังกล่าวแต่ประการใดเลย ทั้งยังเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนเกินความจำเป็นและกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้น อันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 อีกด้วย

ถึงแม้จะมีการผ่อนผันให้ขอรับอนุญาตจาก ผบ.ตร.หรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ก็ยังคงเป็นภาระแก่การใช้สิทธิเสรีภาพนั้นโดยไม่จำเป็นอยู่ดี เพราะการที่จะให้ประชาชนที่ประกอบการค้าขายอาหารและเครื่องดื่มต้องไปขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐก่อนนั้นเป็นสิ่งที่ยากต่อการปฏิบัติ ทั้งยังทำให้ประชาชนผู้ประกอบสัมมาชีพต้องตกอยู่ใต้อำนาจครอบงำของเจ้าหน้าที่โดยปราศจากเหตุผลอันสมควรอีกด้วย

จึงวินิจฉัยว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวขัดแย้งต่อ รัฐธรรมนูญ มาตรา 43 และมาตรา 29 วรรคหนึ่ง เป็นอันใช้บังคับไม่ได้ ตามมาตรา 6

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่า ปว.45/2515 ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับไม่ได้ แล้วทำไมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงไม่จัดการยกเลิกไปเสีย

ปล่อยให้ผู้รักษากฎหมายที่ฉ้อฉลหยิบไปใช้ข่มขู่รังแกคนบริสุทธิ์จนต้องขึ้นโรงขึ้นศาลดังที่เป็นอยู่ทำไม.

“ซี.12”

21 ก.พ. 2560 12:06 21 ก.พ. 2560 12:10 ไทยรัฐ