วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรื่องของทรัมป์เรื่องของโลก

การแถลงข่าวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศโต้ข่าวไม่เคยติดต่อกับ รัสเซีย และยอมรับว่าเป็นคนไล่ ไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงทำเนียบขาวออก เพราะโกหกและมีการทาบทาม พล.ร.ท.โรเบิร์ต ฮาร์วาร์ด ขึ้นทำหน้าที่แทน แต่ก็ได้รับการปฏิเสธในเวลาต่อมา ซึ่งในระหว่างที่มีการแถลงข่าวอยู่นั้น สำนักข่าว เอเอฟพี รายงานด้วยว่า ทรัมป์ ได้ตะโกนใส่นักข่าวที่รุมกันตั้งคำถาม ทั้งนี้ ซีเอ็นเอ็น รายงานเช่นกันว่า ทรัมป์ ยึดไมโครโฟน พูดอยู่คนเดียว ประกาศชนกับสำนักข่าวทุกสำนัก ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์กไทม์ส หรือหนังสือพิมพ์อื่นๆ อ้างว่า เป็นข่าวปลอม ทั้งนั้น ตลอดระยะเวลาการแถลงข่าว 1 ชั่วโมงกับ 50 นาที ทรัมป์ได้แสดงอารมณ์โกรธและฉุนเฉียวระงับอารมณ์ไม่อยู่หลายครั้ง

ที่น่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ของผู้นำในยุคปัจจุบัน

เรื่องของ ทรัมป์ ถูกนำไปตีความและคาดการณ์ถึง สถานการณ์ของโลก ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้ามากมายหลายประการ โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชากรโลกในอนาคต

ประกบกับเกิดข่าวการลอบสังหาร คิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของผู้นำโสมแดง คิม จองอึน ในสนามบินของประเทศมาเลเซีย ข่าวนี้ได้รับความสนใจจากชาวโลกเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะตื่นเต้นยิ่งกว่าหนังสายลับแล้ว ยังจะนำไปวิเคราะห์ถึงการก้าวของ ประเทศมหาอำนาจ และประเทศเกาหลีเหนือ

อุดมการณ์ทางการเมืองต่อระบอบการปกครองของ เกาหลีเหนือ ยังเหนียวแน่นคงเส้นคงวา ยังเคร่งครัดกับระบอบการปกครองที่สวนทางกับระบอบประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง ในขณะที่ประเทศอื่นๆที่เคยร่วมอุดมการณ์การเมืองได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวิธีการปกครองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโลกในปัจจุบันไปหมดแล้ว

ถ้าทางการมาเลเซียสามารถจะรีดความลับจากมือสังหารได้สำเร็จ ก็จะเห็นโฉมหน้าของโลกว่าจะเข้มข้นขนาดไหน ส่วนประเทศที่มือสังหารถือหนังสือเดินทางอยู่ไม่ว่าจะเป็นเวียดนามหรืออินโดนีเซียย่อมจะได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะเรื่องของการก่อการร้ายที่กลายเป็นความหวาดระแวงทางด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

สถานการณ์บางอย่างกำลังชี้ให้เชื่อได้ว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้น โดย ศ.ฮาโรลด์ เจมส์ อาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ของ มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า เริ่มตั้งแต่การโหวตถอนตัวออกจาก สหภาพยุโรป ของ สหราชอาณาจักร หรือการที่ รมว.ต่างประเทศ รมว.กลาโหม หน่วยงานข่าวกรองของแต่ละประเทศ เริ่มดำเนินการ ด้านข้อมูล ด้วยแนวคิดที่ว่า ข้อมูลมีความสำคัญที่สุดในการควบคุมเหตุการณ์ทางทหาร เป็นการแข่งขันด้านอาวุธในแง่ของการควบคุมการสื่อสาร มีการนำเอาเหตุการณ์ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 มาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหลายสถานการณ์ พบว่ามีความใกล้เคียงกันมาก ความขัดแย้งมีความชัดเจนขึ้น

นาฬิกาวันสิ้นโลก ไม่ใช่นาฬิกาบอกเวลาจริงแต่เป็นเครื่องมือเชิงสัญลักษณ์ที่คิดค้นขึ้นโดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ผู้คิดค้นระเบิดและอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อบ่งชี้ความเสี่ยงที่โลกจะเข้าสู่ความหายนะ เดินเร็วขึ้นทุกวินาที

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th  

21 ก.พ. 2560 11:53 28 มี.ค. 2560 18:18 ไทยรัฐ