วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รอยพระบาท ร.9 ที่เชียงราย อนุสาวรีย์การคืนสู่ “สันติสุข”

โดย ซูม

สัปดาห์ที่แล้วผมหลบไปพักผ่อนแบบตะลอนทัวร์ที่จังหวัดเชียงราย มา 4 วันกับ 3 คืน ตักตวงความสุข ความสนุก ตลอดจนความรู้ใหม่ๆติดตัวกลับมาเพียบเลยละครับ

แต่เผอิญว่าใน กทม.ของเราเกิดเรื่องร้อนๆขึ้นมา 2 เรื่อง อันได้แก่ เรื่องการยกกำลังเข้าค้นวัดพระธรรมกายเพื่อหาตัวพระธัมมชโย กับเรื่องการชุมนุมคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่

ผมก็เลยต้องเขียนถึงทั้ง 2 เรื่องดังกล่าวไปก่อน เพื่อให้ทันเหตุการณ์ ตามธรรมเนียมการเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์รายวัน

วันนี้ขออนุญาตย้อนกลับไปเล่าเรื่องเที่ยวเชียงรายที่ประทับใจผมสูงสุดสักเรื่องหนึ่งนะครับ

นั่นก็คือการได้มีโอกาสไปถวายสักการะ รอยพระบาทของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ณ ศาลารอยพระบาท ในบริเวณค่าย เม็งรายมหาราช ซึ่งอยู่ในตัวอำเภอเมืองจังหวัดเชียงรายนั่นเอง

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ในยุคที่บ้านเมืองของเราตกอยู่ในภาวะแตกแยกทางความคิด แบ่งออกเป็นฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา หลังช่วง 6 ตุลาคม 2519 นั้น ถือเป็นยุควิกฤติที่สุดอีกครั้งหนึ่งของประเทศ

มีการถือปืนเข้าป่ากลายเป็นผู้ก่อการร้าย เกิดการสู้รบจนเสียชีวิตล้มตายไปด้วยกันทั้ง 2 ฝ่ายจำนวนมาก

เป็นเหตุการณ์ช่วงหนึ่งที่นักวิเคราะห์ตะวันตกเชื่อว่า ประเทศไทยเราจะกลายเป็นตัวโดมิโนที่จะต้องล้มเป็นตัวต่อไป เช่นเดียวกับเวียดนาม กัมพูชาและลาว ที่ต่างก็ล้มและตกอยู่ภายใต้การปกครองในระบอบสังคมนิยมไปก่อนหน้านั้น

แต่ประเทศไทยของเรากลับรอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ และเมื่อมองย้อนหลังไปก็พบว่าเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ แต่เป็นปาฏิหาริย์จากการรวมใจเป็นหนึ่งของคนไทยภายใต้พระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9

เพราะตลอดเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้เสด็จไปทรงเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจแก่ทหารและประชาชนที่รวมกำลังกันต่อสู้ในทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทุรกันดารแค่ไหนและเสี่ยงอันตรายเพียงใดก็ตาม

รวมทั้งเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2525 ในขณะที่สถานการณ์การสู้รบยังดำเนินการอยู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จเยือนฐานปฏิบัติการ ดอยพญาพิภักดิ์ บนดอยยาว ในเขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

ณ โอกาสนี้ได้ทรงประทับรอยพระบาทของพระองค์ท่านไว้บนแผ่นปูนปลาสเตอร์ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อเป็นมิ่งขวัญแก่ทหารกล้าและอาสาสมัครของฐานปฏิบัติการดังกล่าว

เหล่าทหารหาญก็ได้เก็บรักษาเทิดทูนไว้ จนเมื่อสงครามความคิด ครั้งนั้นสิ้นสุดลง บ้านเมืองไทยกลับสู่ภาวะปกติ ประเทศไทยได้ชัยชนะเด็ดขาดเหนือผู้การร้ายคอมมิวนิสต์ จึงได้อัญเชิญรอยพระบาทมาประดิษฐาน ณ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ค่ายเม็งรายมหาราช

ปัจจุบันได้มีการสร้างศาลารอยพระบาท ณ บริเวณดอยโหยด ในค่ายเม็งรายมหาราชเช่นกัน และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมและสักการะได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น.

ผมรับทราบเรื่องราวข้างต้นมานานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสเข้าไปถวายสักการะรอยพระบาทที่นำมาซึ่งชัยชนะอันใหญ่หลวงและนำความสันติสุขกลับคืนสู่ประเทศไทยแม้สักครั้งเดียว

ไปเชียงรายงวดนี้พอมีจังหวะ จึงขอให้รถตู้ที่มาดูแลแวะขับไปที่ค่ายเม็งรายมหาราชและได้สักการะสมกับที่ตั้งใจและใฝ่ฝันไว้

เมื่อสักการะเสร็จสิ้นแล้ว ระหว่างเดินลงจากศาลาอันเป็นที่ประดิษฐาน รอยพระบาท ก็จะเห็นทัศนียภาพบางส่วนของจังหวัดเชียงรายอันเขียวชอุ่ม และสวยสดงดงามอยู่เบื้องหน้า

อดที่จะนึกถึงภาพแต่หนหลังเสียมิได้ เพราะเกือบจะไม่มีความเขียวความชอุ่มแบบนี้ให้เห็นไปเสียแล้ว เนื่องจากหลายๆพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายก็เป็นส่วนหนึ่งของสมรภูมิสู้รบบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากเช่นกัน

แต่ในที่สุดเราก็มีวันนี้ วันแห่งความสุขของคนไทย ซึ่งแม้จะยังมีการขัดแย้งกันอยู่บ้าง แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับช่วงเวลาที่เรารบราฆ่ากันเอง ในยุคโน้น

ทั้งหลายทั้งปวงที่เปลี่ยนจากร้ายมาเป็นดีเช่นนี้ เป็นเพราะพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยแท้.

“ซูม”

21 ก.พ. 2560 11:39 21 ก.พ. 2560 11:39 ไทยรัฐ