วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นับหนึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

ผมเขียนคัดค้านการสร้าง “โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่” ไปหลายครั้ง เพราะไม่อยากเห็น แหล่งท่องเที่ยวอันสวยงามของชาติ ถูกทำลายไปชั่วนิรันดร ก็ต้องขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตัดสินใจให้มีการทำ อีไอเอ–ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ และ อีเอชไอเอ–ผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมใหม่ ของ โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ เพื่อนับหนึ่งใหม่

วันนี้ โลกยุค 4.0 ได้พัฒนา การผลิตไฟฟ้าจากแสงแดดได้ถูกกว่าถ่านหินแล้ว การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯยังจะ ผลิตไฟฟ้าแบบ 2.0 กันอีกหรือ วันนี้ผมยังไม่พูดเรื่องนี้ เพราะมีจดหมายชี้แจงจาก กฟผ.เรื่อง “โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ บทเรียนจากจีน” ค้างอยู่ไปฟังดูครับ

1.ภาคใต้มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงในระบบไฟฟ้า มีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ 2,700 เมกะวัตต์ แต่โรงไฟฟ้าหลักผลิตได้เพียง 2,406 เมกะวัตต์ ส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่เขื่อนรัชชประภาและเขื่อนบางลาง ผลิตเสริมได้บางช่วงเท่านั้น ขึ้นกับการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานและปริมาณน้ำในอ่าง โรงไฟฟ้ากระบี่ มีต้นทุนสูง เพราะใช้น้ำมันเตา จะเดินเครื่องเสริมเฉพาะกรณีมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า หรือแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติหยุดผลิตตามแผน

จากภาพรวมจะเห็นว่า ไฟฟ้าภาคใต้มีความเสี่ยง แม้จะมีการส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปภาคใต้วันละ 200-600 เมกะวัตต์ก็ตาม ภาคใต้มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ 4–5% การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมเกษตร ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงต้องสร้างแหล่งผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อรองรับการเจริญเติบโตดังกล่าว

2.ประเด็น บริษัทจีนร่วมกับอิตาเลียนไทย เสนอราคาต่ำสุดในการประมูล โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ทำให้ไม่มั่นใจในเทคโนโลยีนั้น ขอชี้แจงว่า เทคโนโลยีของบริษัทที่ชนะการประมูล จะต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด ผู้เข้าประมูลทุกรายต้องนำเสนอรายละเอียดและคุณสมบัติทางเทคนิค รวมทั้งบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ ให้คณะกรรมการพิจารณา อุปกรณ์หลักจะต้องผ่านการตรวจสอบ มีระยะเวลาการเดินเครื่องจริงตามที่กำหนด เมื่อผ่านเกณฑ์เทคนิคจึงจะเปิดซองราคาต่อไป

บริษัทจีนที่เสนอราคาต่ำสุด ได้เสนอรายละเอียดอุปกรณ์หลัก เช่น หม้อต้ม เครื่องกำจัดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เครื่องกำจัดฝุ่น เครื่องกำจัดออกไซด์ของไนโตรเจน เครื่องกำจัดปรอท ออกแบบและผลิตจากสหรัฐฯและเยอรมนี ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมทั้งสหรัฐฯ เยอรมนี ญี่ปุ่น จีน ได้เปลี่ยนมาสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีใหม่ดังกล่าว

3.ทำไมไม่ซื้อไฟฟ้าจากลาวที่กำลังจะส่งผ่านไทยไปขายให้มาเลเซีย กฟผ.ชี้แจงว่า การซื้อขายไฟฟ้าข้ามประเทศไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ ระหว่างลาวกับมาเลเซียครั้งนี้ จากการศึกษาพบว่ายังมีข้อจำกัดหลายประการ ทั้งด้านเทคนิคและกติกาการซื้อขาย การซื้อขายไฟฟ้าระหว่างลาวกับมาเลเซีย ไทยจะรับไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์จากลาวมาใช้ในภาคอีสาน และไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ที่ภาคกลางส่งให้ภาคอีสานในปัจจุบัน ก็จะส่งลงภาคใต้เพื่อส่งต่อไปยังมาเลเซีย

การทดลองส่งไฟฟ้าดังกล่าวยังมีข้อจำกัด เช่น ไม่สามารถส่งให้มาเลเซียในช่วง 18.00-23.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ภาคใต้ต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด รวมทั้งช่วงหยุดซ่อมบำรุงแหล่งจ่ายก๊าซธรรมชาติหรือโรงไฟฟ้า และกรณีระบบไฟฟ้าไทยขัดข้อง เป็นต้น ปัจจุบันจึงยังไม่มีการซื้อขายไฟฟ้าจากลาวไปมาเลเซีย

เนื้อความชี้แจงก็มีแค่นี้ กฟผ.ได้แนบแผนที่โลกมาด้วยระบุว่า ถ่านหินเป็นพลังงานหลักของโลกที่ผลิตไฟฟ้าร้อยละ 40 และจะเป็นพลังงานหลักต่อไปอีกอย่างน้อย 2 ทศวรรษ 20 ปี

มีประเด็นหนึ่งที่หลายฝ่ายสงสัย แต่ไม่อยากฟังคำตอบซ้ำๆก็คือ ทำไม กฟผ. จึงให้บริษัทลูก “กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล” ไป ซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียล่วงหน้า โดย ซื้อหุ้น Adaro Indonesia 11.53% เป็นเงิน 325 ล้านดอลลาร์ 11,700 ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นแหล่งสำรองโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ เทพา และในอนาคต ทั้งที่ถ่านหินมีขายทั่วโลกเต็มไปหมด.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

21 ก.พ. 2560 11:34 21 ก.พ. 2560 11:34 ไทยรัฐ