วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สาวกฮือปะทะตร. อ้างบาดเจ็บซี่โครงหัก!

ดีเอสไอโต้แค่แผลถลอก ตกค่ำเผชิญหน้าอีกระลอก บิ๊กแป๊ะจี้ธัมมชโยมอบตัว

ปะทะเดือดแต่เช้าหลังพระและศิษย์ธรรมกายกว่า 200 คน เดินแถวมาเผชิญหน้าตำรวจบนถนนปากทางเข้าคลองแอนใกล้ประตู 5 วัดพระธรรมกาย เพื่อฝ่าแนวตำรวจออกไปรับกลุ่มลูกศิษย์ที่เข้าวัดไม่ได้ หลัง ชุลมุนกว่า 20 นาที ฝ่ายวัดพระธรรมกายถูกดันถอยร่นกลับไป มีผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย อ้างรัฐทำเกินเหตุ เพราะมีหญิงสูงอายุซี่โครงหัก 1 คน และมีลูกศิษย์ผู้ชายถูกเครื่องช็อตไฟฟ้าด้วย ทั้ง 2 ฝ่ายรีบเปิดโต๊ะ เจรจา สรุปใช้แผงเหล็กกั้นให้อยู่ห่างกัน 2 ช่วงเสาไฟฟ้า “พระมหานพพร” รับกลุ่มที่มีเรื่องเป็นพระและศิษย์ในเครือข่าย ควบคุมได้ไม่หมด “บิ๊กแป๊ะ” ยันสั่งห้ามปะทะเด็ดขาด ตำรวจไม่มีทางเริ่มก่อน ยันพระธัมมชโยมอบตัวคนเดียวเรื่องจบ “บิ๊กป้อม” เผย ธรรมกายไม่ใช่เอกเทศ อยากทำอะไรก็ทำ เมื่อพระธัมมชโยมีหมายจับ ศาลให้หมายค้น เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการไม่งั้นโดน ม.157

กรณีอัยการสูงสุดสั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมพวกรวม 5 คนรวม 3 ข้อหา ประกอบด้วย สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร คดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นประมาณ 1,400 ล้านบาท พร้อมสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) จับกุมพระธัมมชโยมาส่งฟ้อง แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำตัวพระธัมมชโยมาส่งอัยการได้ ทำได้เพียงดำเนินคดีกับพระธัมมชโย วัดพระธรรมกายและผู้เกี่ยวข้องกว่า 300 คดี หลังจากนั้น ความเคลื่อนไหวต่างๆเริ่มเงียบไป ล่าสุดรัฐบาลใช้ยาแรงออกคำสั่งใช้ ม.44 ให้วัดพระธรรมกายเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ ส่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ ทหารกว่า 4,000 นาย เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุมพระธัมมชโย หลังเจรจาทางวัดพระธรรมกายยอมพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นทั่วพื้นที่กว่า 2,000 ไร่แล้ว แต่ต้องคว้าน้ำเหลวไม่พบพระธัมมชโย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ระดมตำรวจ-ทหาร 16 กองร้อย

ความคืบหน้าจาก บก.ตชด.ภ.1 เมื่อเวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ และทหาร ที่ถูกเรียกเป็นกำลังเสริมเตรียมเข้าไปสับเปลี่ยนกำลังปฏิบัติหน้าที่บริเวณโดยรอบวัดพระธรรมกาย ทยอยมารวมกำลังกันที่บริเวณอาคารกองบังคับการ ตชด.ภ.1 เบื้องต้นมีคำสั่งเรียกกำลังทั้งหมดประมาณ 16 กองร้อย ประกอบด้วยกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน บช.ภ.2 จำนวน 5 กองร้อย บช.ภ.7 จำนวน 5 กองร้อย และตชด. 2 กองร้อย นอกนั้นเป็นกำลังทหารและดีเอสไอ เตรียมรอคำสั่งผู้บังคับบัญชาก่อนลงปฏิบัติงานในพื้นที่

ศิษย์ธรรมกายเตรียมพร้อมแต่เช้า

ส่วนบรรยากาศที่บริเวณประตู 5 และ 6 วัดพระธรรมกาย มีการประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงปลุกกลุ่มพระสงฆ์และศิษยานุศิษย์ให้เตรียมตัวตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเตรียมตัวปฏิบัติการอะไรบางอย่าง ส่วนบริเวณปากทางเข้าถนนเลียบคลองแอน ที่ตั้งของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาคที่ 1 จำนวน 4 กองร้อย 600 นาย ยังคงตั้งแถวตรึงกำลังอยู่ เพื่อปิดกั้นคณะศิษยานุศิษย์เดินทางเข้าไปสมทบภายในวัดพระธรรมกาย ตามเส้นทางที่จะมุ่งหน้าเข้าไปยังประตู 5 และ 6

เคลื่อนขบวนเผชิญหน้าตำรวจ

ต่อมาเวลา 08.00 น. พระวัดพระธรรมกายประมาณ 50 รูปและกลุ่มลูกศิษย์กว่า 200 คน ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงพากันตั้งแถวโดยมีพระสงฆ์อยู่ด้านหน้า เดินตรงเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งแถวอยู่บริเวณใกล้ปากทางคลองแอน จนเกิดการเผชิญหน้ากันชนิดประชิดตัว เบื้องต้นมีพระรูปหนึ่งถือเครื่องขยายเสียงขนาดเล็กประกาศวัตถุประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเปิดทางให้ศิษย์วัดพระธรรมกายที่เดินทางมารออยู่ด้านนอกเข้าไปวัดทางด้านประตู 6 ได้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจตอบปฏิเสธไม่อนุญาต ยืนยันตามคำสั่ง คสช.ว่า พื้นที่ภายในวัดพระธรรมกายและโดยรอบเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ สร้างความไม่พอใจให้กลุ่มพระและลูกศิษย์เป็นอย่างมาก

ปะทะเดือดมีคนเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย

หลังจากนั้นพระสงฆ์และศิษย์วัดพระธรรมกาย เริ่มออกแรงผลักดันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งแถวขวางอยู่ให้ถอยออกไป พร้อมส่งเสียงโห่ร้องปลุกใจเสียงดัง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน บช.ภ.1 ที่ไม่พกพาอาวุธ มีเพียงมือเปล่าเช่นกัน เริ่มผลักดันพระและลูกศิษย์กลับไปเป็นจังหวะตามยุทธวิธี จนถอยร่นชนกันล้มลงเหยียบกันเองบาดเจ็บ จึงขว้างปาขวดน้ำถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บเล็กน้อยหลายนาย ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนจึงออกแรงดันฝ่ายวัดพระธรรมกายต่อไป จนผู้บาดเจ็บบางคนที่นอนอยู่กับพื้นไปอยู่ด้านหลังแนวตำรวจ เหตุการณ์ วุ่นวายเกิดขึ้นอยู่กว่า 20 นาที พระและลูกศิษย์วัดพระธรรมกายบางคนจึงเข้ามาห้ามปรามกันเอง ยกมือแสดงท่าทางว่ายอมแล้ว ตำรวจจึงหยุดการผลักดัน พร้อมให้พระและลูกศิษย์วัดพระธรรมกายถอยกลับไปตั้งแถวดูเชิงห่างประมาณ 50 เมตร ปล่อยให้เจ้าหน้าที่พยาบาลเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลคนเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย

ตำรวจรายงานศิษย์ธรรมกายเจ็บ 1 คน

พ.ต.ท.วิโรจน์ ตัดโส รอง ผกก.คฝ.สภ.สุวรรณภูมิ ฐานะผู้บังคับกองควบคุมฝูงชนที่ 1 รายงานผู้บังคับบัญชาถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นระบุว่า พระและลูกศิษย์วัดพระธรรมกายพยายามเข้ามายึดด่านคัดกรองบุคคล ที่สกัดไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปในวัดพระธรรมกายบริเวณปากทางคลองแอน อ้างว่าจะออกไปรับศิษยานุศิษย์ด้านนอกที่เข้ามาภายในวัดพระธรรมกายไม่ได้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตจึงเกิดการปะทะกัน เบื้องต้นศิษย์วัดบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คนเป็นผู้หญิง จึงประสานรถพยาบาลนำตัวส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เรียบร้อยแล้ว

ดีเอสไอโต้ข่าวใช้ความรุนแรง

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ เดินทางเข้าตรวจสอบความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่บริเวณประตู 7 เผยว่า วันนี้ยังคงมีการตรวจค้นพื้นที่ภายในวัดพระธรรมกาย และดูแลพื้นที่โดยรอบเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายเหมือนเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ยืนยันว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่มีการใช้ความรุนแรง จะประเมินสถานการณ์นาทีต่อนาทีเพื่อไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ (19 ก.พ.) จนถึงวันนี้ กลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายได้ปลุกระดมมวลชนผ่านโซเชียลมีเดีย ใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ว่าใช้ความรุนแรง เป็นการบิดเบือนข้อมูลไม่เป็นความจริง จึงขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้หลงเชื่อ ขอยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และไม่ได้ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด จนทำให้วัดพระธรรมกายเติมมวลชนเข้าภายในวัด

คนล็อกคอ จนท.หญิงเป็นพระวัดธรรมกาย

“ส่วนกรณีเชิญพระสงฆ์ 14 รูปของวัดพระธรรมกายให้เข้ามารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ภายในเวลา 18.00 น.วันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด ส่วนพระที่ล็อกคอพยายามแย่งกล้องวีดิโอจากเจ้าหน้าที่หญิงดีเอสไอ ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นพระที่อยู่ภายในวัดพระธรรมกายจริง” พ.ต.ต.สุริยากล่าว

ธรรมกายแจงขอใช้พื้นที่ร่วมกัน

ต่อมาเวลา 09.20 น.ที่ประตู 5 วัดพระธรรมกาย พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เผยหลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างพระสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่ใช่เป็นการขอยึดพื้นที่ แต่เป็นเพียงการขอใช้พื้นที่ร่วมกัน เพราะมีความจำเป็นต้องเข้าออกไปทำธุระและไปรับประทานอาหาร เนื่องจากอาหารในวัดมีจำกัด ส่วนหมายเรียกพระ 14 รูปของวัดพระธรรมกาย เข้ารายงานตัว ยังไม่ได้รับเอกสาร เห็นแต่ที่เป็นข่าวในโซเชียลมีเดีย พร้อมชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 16 ก.พ.วันแรกของการค้นวัด พระภิกษุทุกรูปยกเว้นที่อาพาธหนักตามตัวไม่ได้หรืออยู่ต่างประเทศ มาพบเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว

พังกำแพงเพราะกลัวไม่ได้เข้าวัด

ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เผยด้วยว่า แต่หลังจากมีข่าวในโซเชียลฯเผยแพร่ข้อมูลว่า ผู้ที่ไปพบเจ้าหน้าที่ก่อนหน้านี้ถูกกักตัว ทำให้ญาติโยมขอร้องว่า อย่าเพิ่งไปพบเจ้าหน้าที่ในสถานการณ์ที่อ่อนไหว และเกิดความหวาดระแวงกัน ส่วนการทำลายกำแพงเพื่อต้องการเข้าไปในวัด นับเป็นความตื่นตระหนกของลูกศิษย์ ที่ได้ข่าวว่าเจ้าหน้าที่จะยึดพื้นที่วัดคืน รวมถึงใช้เครื่องปล่อยสัญญาณความถี่คลื่นเสียงสูง และยังมีภาพเฮลิคอปเตอร์บินวนเวียนอยู่บริเวณรอบวัดตลอดเวลา ทำให้ลูกศิษย์ยิ่งเกิดความตื่นตระหนกตกใจ ขอให้ยกเลิกมาตรา 44 เพราะลูกศิษย์กลัวว่าจะไม่สามารถเข้ามาภายในวัดได้อีก

“บิ๊กแป๊ะ” สั่งห้ามปะทะ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า สั่งการให้ตำรวจ บช.ภ.2 และ บช.ภ.7 ส่งกำลังมาสนับสนุน เข้ามาดูแลเรื่องความปลอดภัยบริเวณรอบวัดพระธรรมกาย เนื่องจากวัดระดมคนทางโซเชียล จึงกลัวว่าจะมีมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ เพื่อความไม่ประมาทไม่ว่าจะเป็นการกระทำของใคร ต้องดูแลความปลอดภัยให้ดีที่สุด เพราะทางวัดมากันมากพอควร และเป็นการมาแบบไม่ปกติ แต่เราจะใช้อำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายให้ไว้ จะเห็นได้ว่าช่วง 2-3 วันแรกเหตุการณ์สงบอยู่แล้ว เป็นการตรวจค้นตามปกติ เพราะรัฐบาลบอกไว้ เมื่อมีหมายศาลเจ้าหน้าที่ต้องเข้าตรวจค้นได้ ที่ผ่านมาเน้นย้ำมาตลอดว่า ห้ามปะทะ ดังนั้น เราจะไม่เสี่ยง ใครเริ่มก่อนให้ดูแล้วกัน แต่ที่แน่ๆ เจ้าหน้าที่ไม่เริ่มก่อนอยู่แล้ว เรื่องนี้ใครเริ่มก่อนคนนั้นแพ้

สถานการณ์ต่อไปเกิดได้ทุกอย่าง

ผบ.ตร.กล่าวต่อไปว่า ตามคำสั่ง คสช.การเดินทางเข้าบริเวณนี้ถือว่าเป็นการเข้าไปชุมนุม สิ่งที่กระทำอยู่ทุกวันนี้เป็นตัวอย่างไม่ดี เพราะทำให้กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย ต้องเข้าใจก่อนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นเจ้าภาพ ตำรวจและทหารเป็นฝ่ายสนับสนุน เน้นเข้าไปดูแลด้านความปลอดภัย เนื่องจากไม่ทราบว่าใครเป็นใคร การดำเนินการอย่างเฉียบขาดไม่มี มีแต่การเจรจา ให้รู้ว่าหน้าที่ของใครทำอะไร ส่วนพระจะเป็นพระปลอมหรือไม่ ไม่ทราบ ให้ไปดูวัดอื่นมีพระใส่หน้ากากหรือไม่ มีวัดนี้วัดเดียว ไม่ต้องห่วง พ.ร.บ.สงฆ์มีอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามหมายศาล ส่วนการเตรียมรถน้ำและอุปกรณ์ต่างๆไว้ เผื่อมีใครมาก่อเหตุมิดีมิร้าย ถ้าถามว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ทุกหน้า เราต้องป้องกันอย่างเดียว แต่เราไม่มียุทโธปกรณ์เพราะต้องการให้ทุกอย่างโปร่งใสที่สุด

เชื่อธัมมชโยยังอยู่ในประเทศ

“ส่วนกรณีพระลูกวัดออกมาบอกว่า พระธัมมชโยหนีอออกจากวัดไปแล้ว เห็นว่าควรมีพระอย่างนี้เยอะๆมาให้ข้อมูลลูกพี่ตัวเอง ขอขอบคุณ แต่น่าจะบอกด้วยว่าเบอร์โทรศัพท์อะไร จะได้ตามถูก ผมเชื่อว่าพระธัมมชโยอยู่ในประเทศไทยและวัดก็อยู่ในประเทศไทย เรื่องนี้ถ้าออกมาคนเดียว เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกอย่างจบ ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยังไม่สั่งการเป็นอย่างอื่น ยังให้ดีเอสไอเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ ส่วนจะยั่วยุอย่างไร เจ้าหน้าที่ไม่ไปปะทะด้วยอยู่แล้ว ส่วนที่มีกระแสข่าวเรื่องความไม่เพียงพอเรื่องอาหารการกิน มีการโกงค่าข้าว เป็นของหน่วยไหน พูดกันไปเรื่อยว่าตำรวจเสียขวัญ คนอย่างผมจะไปอมค่าข้าวลูกน้องได้อย่างไร ไม่เคยเอาเปรียบลูกน้องที่ไปทำงาน ใครไม่ได้รับความเป็นธรรมมีกระบวนการตรวจสอบ เรื่องนี้ต้องจบภายใน 7 วัน วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ต้องจบ” พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว

เจ้าคณะปทุมธานี-จนท.ประชุมเครียด

ต่อมาเวลา 09.30 น. พระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ผู้แทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทยอยเดินทางมาประชุมที่ชั้น 2 บก.ตชด.ภ.1 เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแนวทางการปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายเป็นวันที่ 5 หลังมีประกาศหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 5/2560 เรื่องมาตรการการใช้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย หลังจากนั้น เวลา 10.15 น. พระเทพรัตนสุธีเดินทางออกจาก บก.ตชด.ภ.1 ทันที

ตำรวจ-ธรรมกายเจรจาหลังปะทะ

หลังจากนั้น พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ เดินทางเข้าไปเจรจากับพระมหานพพรปุญญชโย ผู้ช่วย ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าระหว่างวัดและเจ้าหน้าที่เหมือนช่วงเช้า โดยนำแผงเหล็กมากั้นตรงกลางระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า เจ้าหน้าที่ห่วงใยและกังวลเรื่องผลกระทบ เพราะอาจบานปลายเนื่องจากความระแวง ทำให้ผู้ไม่หวังดีบางกลุ่มมาปลุกระดม เนื่องจากความไม่เข้าใจกัน ก่อให้เกิดความเสียหายและไม่เป็นผลดี ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารวัดพระธรรมกาย การพูดคุยได้ข้อสรุปคือ จะไม่เผชิญหน้ากัน เว้นระยะห่างเพื่อสร้างความเข้าใจ

สรุปกั้นแผงเหล็กห่าง 2 เสาไฟฟ้า

“นอกจากนี้ ของดการขึ้นปราศรัยต่างๆของทางวัด เพื่อหลีกเลี่ยงผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์ความไม่เข้าใจระหว่างวัดกับเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามาจากบริเวณใด จึงกราบนมัสการพระมหานพพร เพื่อขอความร่วมมือปิดเครื่องขยายเสียงปลุกระดม แต่ทางวัดต่อรองว่า จะเปิดบทสวดมนต์ธรรมะแทน ส่วนการอำนวยความสะดวกส่งตัวผู้ป่วยพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนบริเวณรอบนอก เจ้าหน้าที่ระมัดระวังไม่มีการใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่ง ได้กั้นแผงเหล็กห่าง 2 เสาไฟฟ้า กำหนดเขตเจ้าหน้าที่และทางวัด สำหรับการตัดน้ำตัดไฟเจ้าหน้าที่กำลังประเมินสถานการณ์” พ.ต.ต.สุริยากล่าว

ธรรมกายยอมถอยกลัวเหตุรุนแรง

ด้านพระมหานพพร ปุญญชโย เผยว่า การกั้นแผงเหล็กเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงระหว่างทางวัดและเจ้าหน้าที่ เพราะเชื่อว่าความรุนแรงไม่ใช่ทางออกของปัญหา จึงมีข้อตกลงร่วมกันให้เว้นระยะห่างที่เหมาะสม ดังนั้นเหตุการณ์ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ภาพที่สื่อออกไปอาจเป็นภาพไม่ดีหรือไม่พึงประสงค์ ส่งผลกระทบกับพระพุทธศาสนา และประเทศชาติที่อยู่ในช่วงปรองดอง ทางวัดพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อตกลงร่วมกัน ยึดหลักพื้นฐานให้พระสงฆ์ ประชาชนและเจ้าหน้าที่ปลอดภัยไม่ใช้ความรุนแรง ส่วนการตัดน้ำตัดไฟขอความเห็นใจด้วย เนื่องจากไม่ใช่เพียงวัดพระธรรมกายเท่านั้น แต่รวมถึงชาวบ้านคลองสามอีกหลายหมู่บ้านได้รับผลกระทบ ตั้งแต่หมู่ 3 ถึงหมู่ 6 ขอวิงวอนผู้มีอำนาจเห็นใจ สำหรับแบตเตอรี่ของวัดถึงแม้จะมีแต่สามารถใช้เพียงได้แค่ครึ่งวันเท่านั้น เนื่องจากมีมวลชนจำนวนมาก ไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะกลางคืนเพื่อรักษาความปลอดภัย ส่วนการประสานเข้าตรวจค้นวันนี้ ยังไม่ได้รับการประสาน นอกจากนี้การช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เจ้าหน้าที่พร้อมให้ความร่วมมือ

รับคุมพระ-ลูกศิษย์ได้ไม่หมด

“ส่วนกรณีมีพระในวัดออกมาเปิดเผยข้อมูลนั้น อาตมาไม่เคยยืนยันว่า พระธัมมชโยยังอยู่ในวัด แต่การออกมาแสดงความคิดเป็นเรื่องส่วนตัว สื่อต้องตรวจสอบกันเอง รวมถึงไม่เคยเจอและพูดคุยกับพระรูปดังกล่าวเลย ทั้งนี้ กลุ่มพระที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่เมื่อเช้า เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน ได้ติดตามสถานการณ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ อย่างไรก็ตาม กลุ่มพระและลูกศิษย์เป็นกลุ่มเครือข่าย ทำให้ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด” พระมหานพพรกล่าว

“บิ๊กใหม่” ขึ้น ฮ.สังเกตการณ์

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผช.ผบ.ตร. (ที่ปรึกษา สบ 10) พร้อมด้วย พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาคดีเอสไอ พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ขึ้นเฮลิคอปเตอร์จากกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ไปตรวจสถานการณ์บริเวณโดยรอบวัดพระธรรมกาย เพื่อนำกลับมาใช้ประเมินสถานการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกระชับพื้นที่รอบวัดพระธรรมกาย พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปสำรวจบริเวณโดยรอบและภายในวัดพระธรรมกายยังไม่พบสิ่งผิดปกติ ขณะที่ยอดตัวเลขจำนวนคนและพระที่อยู่ในวัดยังไม่สามารถประเมินได้ เพราะบรรดาลูกศิษย์และพระนั่งหลบแดดอยู่ตามใต้เต็นท์และต้นไม้ ส่วนเจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังอยู่โดยรอบวัด

“จักรทิพย์” ยันในวัดมี 4-5 พันคน

ต่อมาเวลา 14.40 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางมาประชุมที่ชั้น 2 บก.ตชด.ภ.1 ใช้เวลาเกือบ 2 ชม. พล.ต.อ.จักรทิพย์เผยว่า วันนี้มาเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และรับฟังผลการปฏิบัติงาน มีกำลังตำรวจประมาณ 26 กองร้อยประมาณ 3,900 นาย อยากชี้แจงว่า เหตุที่เกิดขึ้นเราไม่ได้ทำร้ายพระ อย่าใช้คำว่าปะทะ เจ้าหน้าที่มาดูแลความปลอดภัย มาคุมพื้นที่ไม่ให้มีเหตุอะไร และคัดกรองบุคคลที่จะเข้าไปในวัดเท่านั้น อย่างวันก่อนจับลูกศิษย์วัดมีปืนและมีดไว้ในรถ ขณะนี้ในวัดพระธรรมกายมีพระและศิษยานุศิษย์ประมาณ 4-5 พันคน

“ธัมมชโย” กล้ามอบตัวเรื่องจบ

“ส่วนเรื่องพระที่อยู่ต่างประเทศ อยากให้ยกเลิกมาตรา 44 รัฐบาลเป็นคนประกาศ หากรัฐบาลจะสั่งยกเลิก เจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติตาม ส่วนจะควบคุมพื้นที่วัดอีกกี่วันขึ้นอยู่กับอธิบดีดีเอสไอ ผบช.ภ.1 และแม่ทัพภาค 1 หารือกัน แต่ท่านนายกฯเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก หากปะทะกันหวั่นจะบานปลาย ถ้าพระธัมมชโยมามอบตัวก็หมดเรื่อง เพราะลูกศิษย์เชื่อฟังท่านอยู่แล้ว มาสู้กันในทางกฎหมาย ขนาดนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และนายสนธิ ลิ้มทองกุล รู้ว่าต้องติดคุกยังมาเลย กล้าๆหน่อย” พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว

“พระสนิทวงศ์” ยันธัมมชโยอาพาธหนัก

เย็นวันเดียวกัน ที่ประตู 5 พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย เผยว่า ยืนยันว่าวัดพระธรรมกายไม่ได้เป็นเอกเทศหรือปกครองกันเอง พร้อมให้ความร่วมมือการตรวจค้นทุกส่วนของวัด แม้ช่วงนี้จะมีมาตรา 44 และทางวัดไม่เห็นด้วย เพราะไม่ได้รับความชอบธรรม ขณะนี้วัดมีข้อกล่าวหา 3 หมายจับ 308 คดี และถูกยึด 6 ประตู เจ้าหน้าที่ยังปิดอาคารอีก 15 อาคาร เจ้าหน้าที่ยังลาดตระเวนในพื้นที่ 2 พันไร่ แสดงให้เห็นว่าวัดอยู่ภายใต้กฎหมายทุกข้อ เจ้าหน้าที่ตรวจค้นทุกพื้นที่แล้ว และเซ็นเอกสารรับรองว่าไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย แต่ที่เจ้าหน้าที่มีมาตรการคัดแยกคนและไม่ให้พระออกจากวัด รวมทั้งประกาศให้พระวัดพระธรรมกาย 14 รูป ไปรายงานตัว ยืนยันว่าพระที่ถูกเรียกทั้งหมดเข้าใจสถานการณ์ดี ที่ผ่านมาเข้าไปพบเจ้าหน้าที่แล้ว ยกเว้นพระธัมมมชโยเพราะอาพาธหนัก

โวยศิษย์ซี่โครงหัก-ถูกช็อตไฟฟ้า

พระสนิทวงศ์กล่าวอีกว่า ส่วนยอดผู้บาดเจ็บในเหตุปะทะเมื่อช่วงเช้าพบว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งหมด 7 คน อาการค่อนข้างหนัก 2 คน คนแรกเป็นผู้หญิงอายุ 63 ปี ถูกล้มทับจนกระดูกซี่โครงหัก 6 ซี่ ไหปลาร้าหัก และมีรอยฟกช้ำที่ใบหน้า ไม่แน่ใจว่าจะกระทบกระเทือนทางสมองด้วยหรือไม่ คนที่ 2 เป็นชายอายุ 55 ปี ถูกช็อตด้วยเครื่องช็อตไฟฟ้า และในจำนวนดังกล่าวยังมีพระสงฆ์อายุ 41 ปี บาดเจ็บตามแขนขาและร่างกาย ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ประชาธิปัตย์ ทางเรามีเอกสารเป็นใบรับรองแพทย์ยืนยัน แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตาม จากเหตุการที่เกิดขึ้นถือว่าทางรัฐทำเกินกว่าเหตุ จึงขอวิงวอนให้เปิดเส้นทางถนนเรียบคลองแอนที่ใช้เป็นเส้นทางมายังประตู 5 และ 6 ให้ใช้งานได้ตามปกติ

มีพระบัญชาสั่ง พศ.ประสานแก้ปัญหา

ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ว่า มส.ไม่ได้หารือกรณีวัดพระธรรมกาย อย่างไรก็ตามพระพรหมมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธ สถิตมหาสีมาราม กรรมการ มส.ฐานะเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชหารือกับตนนอกรอบ มีบัญชาให้ พศ. ประสานกับสมด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัด พิชยญาติการาม ฐานะเจ้าคณะใหญ่หนกลาง พระราชวิสุทธิเวที เจ้าคณะภาค 1 และพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะ จ.ปทุมธานี นัดหารือเพื่อหาทางแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับวัดพระธรรมกาย ส่วนสถานที่และเวลาไม่ขอเปิดเผย ขณะเดียวกันตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้น พศ.ส่งทีมงานนำโดย น.ส.ประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้ตรวจราชการพศ. และนายบุญเชิด กิตติธรางกูล ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม คอยประสานงานกับดีเอสไอมาโดยตลอด

มอบเจ้าคณะ จ.ปทุมธานี ตามพระ

ด้านว่าที่ร้อยตรีจุลสัน ทันอินทร์อาจ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานีกล่าวว่า วันที่ 21-23 ก.พ. คณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานีจัดสอบบาลีสนามหลวงประจำปี 2560 คณะสงฆ์วัดพระธรรมกายมีพระภิกษุสามเณรเข้าสอบ 564 รูป พระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะ จ.ปทุมธานี พร้อม พศ.ทำหนังสือพร้อมรายชื่อพระภิกษุสามเณรที่จะต้องสอบบาลีสนามหลวงต่อดีเอสไอแล้ว และดีเอสไอพร้อมให้ความร่วมมืออำนวยความสะดวก ส่วนกรณีดีเอสไอมีหนังสือเรียกพระสงฆ์วัดพระธรรมกาย 14 รูปมารายงานตัวนั้น ดีเอสไอหารือกับเจ้าคณะ จ.ปทุมธานีแล้ว เป็นเรื่องของทางเจ้าคณะ จ.ปทุมธานีว่าจะประสานงานกับพระทั้ง 14 รูปอย่างไร พศ.ไม่มีอำนาจเข้าไปดำเนินการเรื่องดังกล่าว จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดพบว่า วัดพระธรรมกายมีพระภิกษุสามเณร 1,200 รูป มีพระต่างชาติจากสหภาพเมียนมา 3 รูปมาแปลพระไตรปิฎกอยู่ในวัดพระธรรมกาย ทางดีเอสไอได้ตรวจสอบไปแล้ว

สอบพระที่เห็นธัมมชโยออกจากวัดแล้ว

ที่กระทรวงยุติธรรม นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ตามรายงานของดีเอสไอยังมั่นใจว่าพระธัมมชโยยังอยู่ภายในบริเวณวัดพระธรรมกายเมื่อช่วงวันที่ 16 ก.พ. หลังจากนั้นไม่แน่ใจว่าจะหลบไปอาศัยอยู่จุดไหนหรือบริเวณใด ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงคำบอกเล่าของพระอาจารย์ธรรมศักดิ์ จารุธัมโม พระลูกวัดวัดพระธรรมกายออกมาระบุว่า เห็นพระธัมมชโยหลบออกจากวัดเมื่อวันที่ 16 ก.พ. แต่ข้อมูลตรงกับที่ดีเอสไอทราบ จึงนำตัวพระธรรมศักดิ์สอบปากคำหาข้อมูลเพิ่ม ยืนยันได้เพียงว่า เห็นพระธัมมชโยออกจากวัดทางประตู 3 และเห็นเป็นครั้งสุดท้าย จากนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จะต้องค้นหาต่อ

สรุปยังไม่ตัดน้ำตัดไฟ

ต่อมาเวลา 18.30 น. ที่ชั้น 1 บก.ตชด.ภ.1 พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ฐานะโฆษกดีเอสไอ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.สำนักบริหารคดีพิเศษ ฐานะรองโฆษก แถลงผลการดำเนินการ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่แบ่งการดำเนินการตรวจค้นพื้นที่เพื่อจับกุมพระธัมมชโยพร้อมเจรจาควบคู่กันไป นอกจากนี้ การควบคุมพื้นที่วัด เจ้าหน้าที่ไม่ต้องการใช้กำลัง ห่วงเรื่องความปลอดภัยประชาชนเป็นหลัก และดำเนินการด้วยวิธีที่นุ่มนวลที่สุดไม่ต้องการให้เกิดความชุลมุน ส่วนการตัดน้ำ-ตัดไฟ ยังไม่ได้ทำ หากจะดำเนินการจะต้องมีเหตุผลเพียงพอที่จะดำเนินการ ส่วนการตรวจค้นวัดจะดำเนินการจนกว่าจะสิ้นสงสัย

โต้ธรรมกายเจ็บหนักแค่ถลอก

“ทั้งนี้ อยากชี้แจงว่า กรณีมีเหตุชุลมุนเมื่อช่วงสาย และมีข่าวลงในโลกโซเชียลว่าลูกศิษย์บาดเจ็บซี่โครงหัก และถูกปืนไฟฟ้าช็อต ทราบว่าจริงๆแล้วผู้บาดเจ็บมีเพียงแค่แผลถลอกจากการหกล้ม เพราะเจ้าหน้าที่ทั้งหมดไม่มีการพกพาอาวุธใดๆ นอกจากนี้ยังประกาศภายในวัดว่า เจ้าหน้าที่ไม่ให้ออกจากวัดและจะจับกุมคนในวัดให้หมด ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง หากผู้ที่อยู่ในวัดท่านใดอยากออกมาจากวัดเจ้าหน้าที่ยินดีให้ออก หากป่วยเจ้าหน้าที่มีรถพยาบาล ขอให้บอกเจ้าหน้าที่ พร้อมยินดีอำนวยความสะดวกให้ ส่วนที่ออกหมายเรียกพระ 14 รูปมาพบตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ก.พ. เพื่อทำความเข้าใจและชี้แจง ขณะนี้ยังไม่มีติดต่อเข้ามา วันที่ 21 ก.พ. จะประชุมหารือออกหมายเรียกมาพบอีกครั้ง หรือหามาตรการใด แต่ยึดตามหลักกฎหมายทั้งสิ้น” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าว

สั่งสกัดศิษย์ธรรมกายเคลื่อนไหว

เมื่อบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา สั่งการผ่านศูนย์วิทยุสื่อสารถึงทุกสถานีตำรวจในสังกัดทั้ง 32 อำเภอ รวม 51 แห่ง กำชับให้หัวหน้าสถานีและผู้เกี่ยวข้องติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มพระสงฆ์ และเครือข่ายวัดพระธรรมกาย โดยให้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับ หน่วยงานความมั่นคง และจัดกำลังเฝ้าระวังสถานที่พักอาศัยของพระสงฆ์และญาติโยม มิให้มีการรวมตัวหรือเคลื่อนไหวหรือดำเนินกิจกรรมใดๆที่เป็นการสนับสนุน ยุยง ปลุกปั่น อันส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง หากพบความ เคลื่อนไหวว่าจะมีการเดินทางไปที่วัดพระธรรมกาย ให้ชี้แจงทำความเข้าใจถึงคำสั่งของ คสช. ให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุม หากขัดขวางหรือฝ่าฝืนจะมีโทษทางกฎหมาย รวมถึงให้สกัดกั้นกลุ่มพระสงฆ์ และเครือข่ายมิให้เดินทางสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาที่วัดพระธรรมกายในห้วงเวลานี้ จนกว่าการปฏิบัติหน้าที่จะแล้วเสร็จ และมีคำสั่งยกเลิกการเป็นพื้นที่ควบคุม นอกจากนี้ให้สถานีตำรวจที่ตั้งอยู่ในเส้นทางที่เข้ากรุงเทพมหานคร และเขตภาคกลาง พิจารณาตั้งด่านตรวจความมั่นคงตลอด 24 ชั่วโมง และจะต้องรายงานผลการปฏิบัติทุก 6 ชั่วโมง

“สุวพันธุ์” โต้ข่าวลือยึดวัด-สึกพระ

“ส่วนการปฏิบัติกับมวลชนและศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายที่เดินทางเข้ามาสมทบเพิ่มเติม ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามคำสั่งมาตรา 44 และคงปฏิบัติตามแผนเดิมคือ ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในวัดแต่สามารถออกมาได้ ส่วนการที่วัดพระธรรมกายออกมาปลุกระดมลูกศิษย์ผ่านโลกโซเชียลให้เข้ามาภายในวัดเพื่อปกป้องวัดพระธรรมกาย ตนขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า สิ่งที่ปลุกระดมเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือว่า เจ้าหน้าที่จะเข้ายึดวัดพระธรรมกาย ควบคุมพระสงฆ์และจับสึกพระ รวมถึงห้ามเดินทางไปสอบบาลีที่วัดเขียนเขตที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 ก.พ. ไม่เป็นความจริง ทั้งพระและสามเณรสามารถเดินทางไปสอบได้ตามปกติ ยกเว้นพระสงฆ์ที่มาจากวัดอื่น ขอให้เดินทางออกจากวัด” นายสุวพันธุ์กล่าว

ปัด “นพ.มโน” ขอร่วมตรวจค้น

รมว.ยุติธรรมเผยต่อว่า สุดท้ายดีเอสไอจะ ต้องรายงานต่อรัฐบาลว่า ผลการตรวจค้นสุดท้ายเป็นอย่างไร ส่วนค้นแล้วยังไม่สามารถหาตัวพระธัมมชโยพบก็ไม่เป็นไร แต่อยากขอความร่วมมือให้มหาเถรสมาคม คณะสงฆ์ฝ่ายปกครองคณะสงฆ์วัดพระธรรมกายและเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาช่วยกัน ร่วมมือแก้ไขสิ่งที่เป็นปัญหาให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้สังคมสงบเรียบร้อย ส่วนกรณี นพ.มโน เลาหวาณิชย์ อดีตพระวัดพระธรรมกาย อาสาขอนำทีมเข้าร่วมค้นหากับเจ้าหน้าที่ ขอให้เรื่องของเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการ

“ไก่อู” ลั่น ก.ม.ต้องใช้ได้ทุกที่

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ติดตามเรื่องนี้ตลอด เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างชัดเจน ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนทหารเข้าไปสนับสนุนวงนอก เช่น การดูแลประชาชนที่จะออกจากวัดพระธรรมกาย เรายึดหลักการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นลัทธิตัวอย่างที่กฎหมายไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ ทุกพื้นที่ต้องสามารถบังคับใช้กฎหมายได้ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ระมัดระวังการดำเนินการเพราะเป็นเรื่องที่อ่อนไหว ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ นายกฯระบุว่า หลายคนบอกว่าเข้าใจประเด็นวัดพระธรรมกายเกิดจากอะไร อยากให้บังคับใช้กฎหมายให้เสร็จสิ้นสะเด็ดน้ำโดยเร็ว แต่พอเจ้าหน้าที่เริ่มปฏิบัติ คนเดิมมาบอกว่า ต้องระมัดระวังเป็นเรื่องอ่อนไหว อย่าให้กระทบกระทั่ง หากฟังคำพูดแล้วเหมือนเข้าใจแต่ในทางปฏิบัติค่อนข้างลำบาก

ยํ้านายกฯกำชับห้ามปะทะ

พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ประชาชนอย่าเป็นห่วง นายกฯกำชับเจ้าหน้าที่ให้ยืดหยุ่นการปฏิบัติบังคับใช้กฎหมาย ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการปะทะ ที่สำคัญประชาชนต้องเข้าใจว่ามีอะไร เกิดขึ้นที่วัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่ไปกลั่นแกล้งหรือไม่ หรือเจ้าหน้าที่พยายามทำตามกฎหมาย เมื่อถูกขัดขวางจึงต้องมีมาตรา 44 ออกมา แต่ยังระวังไม่ให้ปะทะ ขอร้องสื่อมวลชนช่วยทำให้สังคมเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น อย่าตกเป็นแนวร่วมมุมกลับของผู้ทำผิดกฎหมาย เช่น ไปสอบถามกลุ่มต่อต้านให้พยายามเล่าเรื่องที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงว่าถูกทำร้าย ที่ผ่านมาไม่มีใครบอกว่า พระธัมมชโยถูกหรือผิด เพียงอยากให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อถามว่า เรื่องจะบานปลายหรือไม่ เพราะมีข่าวว่าวัดพระธรรมกายเรียกคนเข้ามาเพิ่ม พล.ท.สรรเสริญตอบว่า สื่อคิดว่าสังคมเข้าใจหรือไม่ว่า ที่เขาเชิญชวนประชาชนมาที่วัดเพื่ออะไร เกี่ยวกับ พระพุทธศาสนาหรือไม่ เห็นชัดเจนว่ามันไม่เกี่ยว เจ้าหน้าที่ต้องทำหน้าที่ อยากให้ประชาชนพิจารณาดูว่า ควรหรือไม่ควรเข้ามา ยืนยันไม่ต้องการให้เกิด การเผชิญหน้า แค่มีคนบาดเจ็บก็ดูเป็นภาพไม่ดีแล้ว

“บิ๊กป้อม” ปัดกดขี่สาวกธรรมกาย

ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคงรุ่น 1 ถึงกรณีวัดพระธรรมกายว่า เราต้องอยู่ในขบวนการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลและ คสช. ไม่ใช่เป็นเอกเทศ อยากทำอะไรก็ทำ เมื่อพระธัมมชโยมีหมายจับและศาลออกหมายค้นต้องทำ ถ้าไม่ทำผิดมาตรา 157 ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อใช้กำลังทหาร ตำรวจและดีเอสไอ ต้องทำตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่าวัดพระธรรมกายจะปกครองตนเองเป็นเอกเทศ เอาลูกศิษย์ลูกหามาปกป้องไม่ได้ เราต้องเข้าไปให้ได้หมด ไม่ได้สนใจว่าจะจับพระธัมมชโยได้หรือไม่ แต่ต้องปฏิบัติตามศาลสั่งให้ได้ ต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าไปในวัดพระธรรมกายตรวจทุกมุมทุกแห่ง ต้องเข้าใจว่ารัฐบาลไม่ได้กดขี่หรือใช้ความรุนแรง เมื่อมี 2 พวกคือ พวกหนึ่งบอกว่าทำไมจับไม่ได้ ทำอะไรก็ทำไม่ได้ อีกพวกหนึ่งมองว่าไปรังแกพระ เราทำตามกฎหมาย

ลั่น จนท.ทำตามหมายศาล

พล.อ.ประวิตรกล่าวต่อว่า เราต้องชี้แจงทำความเข้าใจ เพราะศาลมีหมายค้นออกมา เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ เจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้าไปได้ทุกที่ในวัด ขอย้ำว่าไม่ได้เข้าไปรังแกใคร อยากให้ลูกศิษย์พระลูกวัดเข้าใจการบังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตัวเปล่า ไม่พกพาอาวุธ ไม่มีกระบองและโล่ กำชับไปยัง รมว.ยุติธรรม ว่า ต้องไปสร้าง ความเข้าใจกับพระในวัดและลูกศิษย์ ขณะนี้สามารถเข้าได้ทั้งหมดแล้ว มีเพียงประตู 5 ประตู 6 ที่ยังติดค้างอยู่ ส่วนการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับพระและลูกศิษย์วัด ย้ำว่าไม่มี คนจะเข้าต้องผลักกันไปนิดหน่อยเป็นธรรมดา ไม่ได้ตีกันจนหัวล้างข้างแตก ส่วนกรณีเครือข่ายวัดพระธรรมกายทั่วโลกเรียกร้องว่า อย่าทำร้ายพระและอย่าเข้าไปในวัด เห็นชัดเจนแล้วว่าทำหรือไม่ เราไม่ได้ทำอะไรรุนแรง แม้วัดจะประกาศว่า พระธัมมชโยไม่อยู่ในวัด ก็ไม่เป็นไร แต่ขอเราดูหน่อยได้ไหม จะเสียหายตรงไหน วัดพระธรรมกายอยู่ภายใต้การกำกับของมหาเถรสมาคม ไม่ได้อยู่อย่างเอกเทศ

สกัดคนนอกแทรกซึมก่อเหตุป่วน

เมื่อถามว่าจะมีมาตรการป้องกันการแทรกซึมจะกลุ่มต่างๆหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขณะนี้ดำเนินการอยู่แล้วโดยใช้กำลังตำรวจ ทหาร ป้องกันไม่ให้คนภายนอกเข้าไปในวัด ส่วนพื้นที่ในวัดเป็นอันตรายหรือไม่ เท่าที่ตรวจดูยังไม่เจอ คิดว่าไม่อันตราย เราเพียงไปดูทุกพื้นที่ว่า พวกที่ออกหมายจับยังอยู่หรือไม่ ถ้าไม่อยู่ก็จบ เมื่อถามว่า กรณี คสช.ออกหมายเรียกพระ 14 รูปมารายงานตัว ถ้าไม่มาจะดำเนินการอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องทำตามขั้นตอนกระบวนการ หากไม่มารายงานตัว 2 ครั้งออกหมายจับตามกฎหมาย

ศาลเลื่อนตรวจหลักฐานคดี “ศุภชัย”

ที่ศาลอาญา วันที่ 20 ก.พ. ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น (สคจ.) กับพวกรวม 11 คน เป็นจำเลยที่ 1-11 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน กรณีระหว่างเดือน ม.ค.51-ธ.ค.55 ร่วมกันทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่าง สคจ.กับสมาชิกสมทบ ซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่ไม่ได้ถือหุ้นในสหกรณ์ จำนวน 28 ราย รวมเงินสัญญากู้ยืม 11,858,440,000 บาท โดยมิได้มีการกู้ยืมเงินกันจริง และร่วมกันทำบันทึกรายการทางการเงินอันเป็นเท็จ โดยโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายและขอให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันคืนเงินให้ผู้เสียหาย รวม 2,254 รายด้วย ซึ่งคดีนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 11 พ.ย.59 พร้อมกันนี้ศาลยังตรวจหลักฐานคดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนางวันเพ็ญ ยอดดี อดีตผู้จัดการฝ่ายการเงิน ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จากพฤติการณ์เดียวกันที่นายศุภชัย อดีตประธานสหกรณ์ฯ กับพวกรวม 11 รายถูกกล่าวหา

รอความเห็นดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องบางคน

เมื่อถึงเวลานัดอัยการโจทก์แถลงว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้อัยการส่งสำนวนที่มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางคน ที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกระทำผิดในคดีนี้ กลับไปให้พนักงานสอบสวบคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พิจารณาว่า จะมีความเห็นแย้งกับอัยการหรือไม่ ดังนั้นวันนี้จึงไม่สามารถยื่นเอกสารที่เกี่ยวกับสำนวนคดีเพื่อประกอบการตรวจหลักฐานได้ จึงจะขอเลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานออกไปก่อน ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้เลื่อนไปตรวจพยานหลักฐานอีกครั้ง วันที่ 1 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ส่วนที่อัยการขอรวมสำนวนคดีนายศุภชัยกับพวกและนางวันเพ็ญพิจารณาเป็นสำนวนเดียวกันนั้น ศาลอนุญาตให้รวมคดีทั้งสองสำนวนเข้าด้วยกัน

พระ-ศิษย์ธรรมกายฮือจะเข้าวัด

เมื่อเวลา 20.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณถนนหน้าทางเข้าถนนเลียบคลองแอน ทางเข้าประตู 5 และประตู 6 วัดพระธรรมกาย ที่ตำรวจ ตชด.ตั้งแถวสกัดไม่ให้มวลชนของวัดพระธรรมกายเข้าไปในพื้นที่วัด มีพระสงฆ์จำนวนกว่า 10 รูป และศิษย์วัดพระธรรมกายกว่า 200 คน รวมกลุ่มกันตรงเข้ามาเจรจากับชุดควบคุมฝูงชนตำรวจ ตชด. แจ้งความจำนงว่า ต้องการเดินทางเข้าไปภายในพื้นที่วัด แต่เจ้าหน้าที่ยืนกรานไม่อนุญาต จึงเกิดการ กระทบกระทั่งผลักกันไปมาเล็กน้อยก่อนที่จะแยกย้ายกันไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบนอตหัวเกลียวยาว 1 นิ้วจำนวนมาก วางไว้บริเวณพื้นถนนใต้ยาง รถบรรทุกเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.เลขที่ 115 และ 125 จำนวน 2 คัน และใต้ยางล้อรถตู้ตำรวจ ตชด.อีก 2 คัน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ก่อนเกิดเหตุชุลมุนยังไม่พบนอตดังกล่าว เชื่อว่าเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจ จึงวางแกล้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังดีที่มาพบก่อน

ปะทะเดือดแต่เช้าหลังพระและศิษย์ธรรมกายกว่า 200 คน เดินแถวมาเผชิญหน้าตำรวจบนถนนปากทางเข้าคลองแอนใกล้ประตู 5 วัดพระธรรมกาย เพื่อฝ่าแนวตำรวจออกไปรับกลุ่มลูกศิษย์ที่เข้าวัดไม่ได้ หลัง ชุลมุนกว่า 20 นาที ฝ่ายวัดพระธรรมกายถูกดันถอย 20 ก.พ. 2560 23:54 ไทยรัฐ