วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหตุที่ม็อบกล้าท้าทาย

ไม่ต้องมาขู่จะมาสร้างม็อบ จะมาต่อต้าน

ตามอาการที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เสียงแข็งใส่ “ตุ๊ดตู่” นายจตุพร พรหมพันธุ์ หัวขบวนกลุ่มเสื้อแดง นปช. กรณีที่ประกาศเบิ้ลใส่ คสช. หากการปรองดองของรัฐบาลไม่มีความคืบหน้าใน 3 เดือน นปช.เสื้อแดงพร้อมจะตั้งเวทีคู่ขนาน

งานนี้เชื่อเลยว่า “พี่ใหญ่” ตั้งใจกระแทกแกนนำแดง แฝงสัญญาณพวกจ้องท้าทาย

ในบรรยากาศม็อบเริ่มกลับมาออกฤทธิ์ออกเดช

ตามรูปการณ์ล่าสุดพระสงฆ์จำนวนหนึ่งของสำนักธรรมกายตั้งแถวเดินฝ่าแนวสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมประกาศผ่านลำโพงจะออกมารับญาติโยมที่เข้าวัดไม่ได้

ยื้อยุดฉุดกระชากลากถูจนบาดเจ็บเลือดออกทั้งสองฝ่าย

เป็นช็อตต่อเนื่องจากการที่เครือข่ายธรรมกายระดมพลผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อยึดคืนพื้นที่

เจ้าหน้าที่อึดอัด พระเริ่มตบะแตก

แนวรบด้านธรรมกายทำท่าเผด็จศึกไม่ง่าย ในจังหวะที่แนวรบม็อบต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่บุกถึงข้างทำเนียบฯ จนรัฐบาลทหาร คสช.ต้องปล่อยตัวแกนนำพร้อมสั่งให้กระทรวงพลังงานแจ้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ใหม่

ตามเงื่อนไขที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ประกาศเลยว่า ถ้าอีเอชไอเอไม่ผ่านรัฐบาลก็พร้อมถอยยุติโครงการ

ผู้นำรัฐบาลทหารไม่กล้าลุยหักดิบ ต้องกู้สถานการณ์ม็อบต้านโรงไฟฟ้าให้กลับบ้านไปก่อน

ปมร้อนม็อบโรงไฟฟ้า ต่อเนื่องธรรมกาย สถานการณ์สะท้อนอำนาจพิเศษชักจะไม่ขลัง

“กระบองยักษ์” มาตรา 44 เริ่มโดนท้าทายจากพวกไม่กลัวตาย

ตามเหลี่ยมเชิงทางการเมืองถือว่า รัฐบาลท็อปบูตเสียรังวัดไม่น้อย

ทั้งๆที่อ่านกันตามเนื้อผ้า ปมคาราคาซังของสำนักธรรมกาย ประเมินจากกระแสผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ก็เห็นด้วยกับการเดินหน้า “เคลียร์”

ลัทธิที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ

พฤติการณ์เข้าข่ายขบวนการบิดเบือนคำสอนพระศาสดา อาศัยศรัทธาความเชื่อของสาวกบิดเบือนคดีอาญาข้อหาฉ้อโกง ฟอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์เครดิตยูเน่ียน ที่ผู้ร่วมก่อการส่วนหนึ่งถูกตัดสินความผิดเข้าไปชดใช้กรรมในเรือนจำ

พฤติกรรมทางโลกที่ไม่ได้บ่งบอกถึงความเจริญทางธรรม

ที่สำคัญโดยเครือข่ายโยงใยกับกลุ่มการเมือง กลุ่มนักธุรกิจชั้นนำ สีขาว สีเทา สีดำ ถ้าไม่ดำเนินการให้เกิดความชัดเจนในยุคที่รัฐบาลทหารมีอำนาจพิเศษเด็ดขาด

ก็ไม่ต้องพูดถึงรัฐบาลจากการเลือกตั้งต่อไปจะจัดการได้

ในสถานการณ์เดียวกันกับประเด็นการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ ตามความจำเป็นที่สังคมส่วนใหญ่ แม้แต่ประชาชนในพื้นที่ซึ่งสะท้อนผ่านอดีต ส.ส.รุ่นลายครามอย่างนาย พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ก็รับรู้ถึงปัจจัยในด้านความมั่นคงทางพลังงานรองรับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

ไม่ต้องเสี่ยงเจอกับวิกฤติไฟดับทั้ง 14 จังหวัด เหมือนเมื่อปี 2556

เพราะฉะนั้น ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ต้องสร้าง ไม่มีทางเลี่ยงไฟต์บังคับ

และทั้งๆที่รู้ทั้งรู้ว่าเป็นม็อบแฝงพวกโหนสถานการณ์เตะตัดขา แบบที่มีการออกมาดักทางนักการเมือง เอ็นจีโอ นักวิชาการ ที่ผสมโรงม็อบต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน

เป็นขบวนการผสมทั้งขั้วตรงข้ามและแนวร่วมฝ่ายเดียวกันที่หวังล่มเรือแป๊ะ

แต่จับทาง “นายกฯลุงตู่” ยังไม่เสี่ยงลุยจนสุดซอย

นั่นก็เพราะ “รัฐบาลท็อปบูต” เองก็มี “รูรั่ว”

ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงเหมือนช่วงแรกที่ยึดอำนาจ

สถานการณ์ของผู้นำที่กำลังเหนื่อยกับปมของน้องชายอย่าง “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ที่กลายเป็นบ่อน้ำมัน ล่อเป้าตำบลกระสุนตกให้พี่ชาย

ต้นทุนหน้าตักหดหายไปพอสมควร

บทดุดันเลยลดระดับลงตามเครดิตความชอบธรรม.


ทีมข่าวการเมือง

20 ก.พ. 2560 23:26 20 ก.พ. 2560 23:26 ไทยรัฐ