วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จะอยู่ร่วมกันอย่างไรกับคนไม่นับถือศาสนา

จะอยู่ร่วมกันอย่างไรกับคนไม่นับถือศาสนา

โดย ครูเคท
26 ก.พ. 2560 05:01 น.
  • Share:

วันก่อนได้อ่านกระทู้ใน pantip.com หัวข้อ “จะอยู่ร่วมกันยังไงกับคนไม่นับถือศาสนา” เห็นว่าน่าสนใจเลยขอยืมชื่อกระทู้มาพูดคุยกัน คนที่เขียนกระทู้บอกว่าที่บ้านนับถือพุทธ แต่แฟนเริ่มต่อต้านว่าชาวพุทธงมงายเพราะเห็นข่าวคราวต่างๆ ที่ไม่ดีเกี่ยวกับพระในยุคนี้ ซึ่งมีทั้งพระจริงพระปลอม ต่อมา แฟนก็เริ่มเปลี่ยนไปเข้าคริสต์ พอที่บ้านไปวัด แฟนก็จะไม่เข้าไปแต่จะยืนอยู่ข้างนอก ต่อมาแฟนก็ไม่เห็นด้วยกับศาสนาใดเลย เลยเปลี่ยนมายึดมั่นในตัวเองแทน แต่แล้วผู้ตั้งกระทู้ก็สรุปว่า แฟนเป็นคนดี เพียงแต่สงสัยว่าควรจะทำตัวอย่างไรกับแฟนที่มีความเชื่อทางศาสนาไม่เหมือนกัน

สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความเป็น collectivism หรือสังคมที่เน้นการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มสูง ตรงข้ามสังคมยุโรปหรืออเมริกาที่มีความเป็น individualism สูง หรือสังคมที่ผู้คนพึ่งพาตนเองสูง ดังนั้น คนไทยเวลาเห็นใครคิดอะไร ทำอะไร ไม่เหมือนตนหรือไม่เหมือนกลุ่มของตน ก็จะรู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อน หรือในทางกลับกัน ถ้าเราทำอะไรไม่เหมือนใคร เราก็มักจะกังวลใจ กลัวคนอื่นติฉินนินทาหรือดูแคลน นี่คือจุดอ่อนของสังคมแบบกลุ่มก้อนเดียวกัน แต่ก็มีข้อดีคือ ผู้คนจะมีน้ำใจชอบช่วยเหลือกันและกัน สนุกสนาน ไม่เหงา เพื่อนเยอะ ฯลฯ ส่วนสังคมที่เน้นความเป็นปัจเจก ข้อเสียคือ ต่างคนต่างอยู่ อาจรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวบ้าง แต่ข้อดีคือ การที่ผู้คนพึ่งพาตนเองมากกว่าสังคมกลุ่มก้อน ทำให้ผู้คนไม่ค่อยวิตกกังวลกับเรื่องต่างๆ เพราะการพึ่งพาตนเองทำให้คนเรารู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของตนเอง และรู้ว่าตนเองสามารถควบคุมชีวิตของตนเองได้ และแก้ปัญหาของตนเองได้ด้วยตนเอง

กระทู้ที่มีคนตั้งไว้ข้างต้น สะท้อนให้เห็นความเป็น collectivism ของคนไทยชัดเจน หากแต่สังคมโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไป ด้วยเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย ทำให้ผู้คนพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ความคิดความเชื่อของผู้คนก็เริ่มมีความหลากหลายมากขึ้นไปตามการรับข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์ของแต่ละคน เราจึงควรเคารพความคิดความเชื่อของคนอื่นที่ไม่เหมือนของเรา โดยให้มองที่พฤติกรรมของคนเราเป็นหลัก ไม่ว่าใครจะนับถือศาสนาอะไร หรือจะไม่นับถือศาสนาอะไรเลย เราควรดูว่าพฤติกรรมของคนๆ นั้น ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือ ผิดศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีของประเทศชาติ หรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือไม่ เช่น หากคนนั้นปฏิเสธที่จะเข้าวัด เข้าโบสถ์ เข้าสุเหร่า เข้าวิหาร ด้วยความเชื่อทางศาสนาของเขา แต่การกระทำนั้นไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรม ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงหรือคนในสังคมก็ควรเคารพความเชื่อ และการตัดสินใจที่จะกระทำหรือไม่กระทำสิ่งใดตามที่เขาเชื่อ แต่หากคนนั้นปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อของตนเองในที่สาธารณะ แล้วก่อให้ผู้อื่นเดือดร้อน เช่น เปิดลำโพงเสียงสวดมนต์ หรือเรียกคนไปทำบุญเสียงดังรบกวนผู้อื่น หรือปิดกั้นถนนจนรถติดไปทั่วเมือง อย่างนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายและศีลธรรม เนื่องจากก่อความรำคาญให้ผู้อื่น มีผู้อื่นเดือดร้อน อย่างนี้ก็ถือว่าผิด ผู้ที่ถูกละเมิดก็ควรจะเดือดร้อนและรู้จักการปกป้องสิทธิแห่งความสงบของตน


ดังนั้น ขอตอบคำถามกระทู้ว่า เราควรเคารพกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในครอบครัวกันเอง ก็ไม่ควรหาเรื่องความเหมือนไม่เหมือนมาสร้างเป็นชนวนให้เกิดความร้าวฉานกันในบ้านเลย เพราะรอยร้าวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียวจบ แต่จะสะสมและขยายตัวจนอาจถึงขั้นแตกหักเสียหายได้ ก่อนจะหงุดหงิด รำคาญใจ หรือหมั่นไส้ใครก็ตามที่คิดอ่านไม่เหมือนเรา ควรหัดเอาใจเขามาใส่ใจเรา รวมถึงการบอกความรู้สึกของเราให้เขารู้ด้วย จะได้เข้าใจความรู้สึกของกันและกันมากขึ้น และร่วมกันพิจารณาปัญหาเสมือนการมองมาจากสายตาคนนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง จะได้ไม่มีใครคิดเข้าข้างใคร จะได้เห็นมุมมองใหม่ๆ และทางออกที่ดีของปัญหา อะไรพบกันครึ่งทางเพื่อการรักษาความสุขในครอบครัวและในสังคมได้ก็ควรทำ ในหลวงของเราทุกพระองค์ทรงเป็นองค์ศาสนูปถัมภก คือผู้สนับสนุนทุกศาสนาให้อยู่ร่วมกันอย่างผาสุก แล้วคนในครอบครัวของเราแท้ๆ หากใครจะนับถือศาสนาอะไร ขอให้เขาเป็นคนดีมีความสุข เราจะบังคับกะเกณฑ์ให้ทุกคนเชื่อและเป็นอะไรให้เหมือนๆ กันไปทำไม

ใครมีปัญหา ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 0814581165 หรือ เข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้