วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้โดยสารโดนเอาเปรียบ

โดย ลมกรด

กว่าสิบปีแล้วตั้งแต่มี สายการบินต้นทุนต่ำ หรือ โลว์คอสต์แอร์ไลน์ เกิดขึ้นในประเทศไทย เครื่องบินก็ไม่ใช่ยานพาหนะเฉพาะคนรวยใส่สูทอีกต่อไป ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนก็ขึ้นเครื่องบินเดินทางไปไหนต่อไหนได้ทั่วประเทศเหมือนกัน ทุกวันนี้เห็นเดินลากรองเท้าแตะขึ้นเครื่องกันจนชินตา

บางช่วงมีตั๋วโปรโมชั่นราคาถูกกว่าตีตั๋วรถทัวร์ซะอีก

แต่ตอนนี้คนระดับล่างอาจมีลังเลบ้างที่จะควักเงินซื้อตั๋วเครื่องบิน เพราะราคาไม่ได้ถูกมากเหมือนเดิมอีกแล้ว หลังจากที่เกือบทุกสายการบินปรับราคาค่าโดยสารเที่ยวบินภายในประเทศ เพิ่มขึ้นเที่ยวละ 150 บาท ไปกลับก็ 300 บาท ขณะที่บางกอก แอร์เวย์ส เชิงสูงกว่าเพื่อน ปรับขึ้นเที่ยวละ 200 บาทเลย

ช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกินที่เกือบทุกสายการบินพร้อมใจกันขึ้นราคา 150 บาทเท่ากันเป๊ะ เหมือนกับฮั้วกัน แต่ทีหน่วยงานรัฐเรียกไปชี้แจงซักถามต้นทุน กลับอ้างว่าเป็นความลับทางธุรกิจ

การปรับราคาตั๋วเครื่องบินเป็นผลจาก มติ ครม.วันที่ 17 ม.ค. 60 เรื่องเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินภายในประเทศไทย จากเดิมเก็บอยู่ที่ 20 สตางค์ต่อลิตร เพิ่มเป็น 4 บาทต่อลิตร

การขึ้นภาษีครั้งนี้เหตุผลหลักมาจากรัฐบาลต้องการใช้เงิน แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมของโครงสร้างภาษีและภาคขนส่ง เพราะภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินปรับลดครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2535 พร้อมกับน้ำมันประเภทอื่น แต่หลังจากนั้นน้ำมันทุกประเภทก็ทยอยขึ้นภาษีมาตลอด ปัจจุบันน้ำมันเบนซินเสียภาษี 5-6 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ำมันเครื่องบินยังอยู่อัตราเดิม

สาเหตุที่ไม่ได้ขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินมากว่า 20 ปี คงเป็นเพราะต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยว ต้องการสนับสนุนโลว์คอสต์แอร์ไลน์ และน้ำมันเครื่องบินก็ไม่ได้ใช้มากมายนักในแต่ละปี เพิ่งมี 3 ปีหลังนี้เอง ที่ใช้น้ำมันมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปี 57 มีการใช้น้ำมันเครื่องบินประมาณ 700 ล้านลิตร และปี 59 เป็นปีแรกที่มีการใช้น้ำมันแตะระดับ 1,000 ล้านลิตร

กรมสรรพสามิตคำนวณต้นทุนของสายการบินเฉลี่ยแล้ว เพิ่มขึ้นประมาณ 50 บาทต่อที่นั่งเท่านั้น

แต่สายการบินกลับถือโอกาสขึ้นราคา 150 บาท

ในแง่มุมทางธุรกิจย่อมแสวงหากำไรสูงสุด ซึ่งคงประเมินแล้วว่าถึงอย่างไรคนก็ยังเลือกขึ้นเครื่องบินอยู่ดี เพราะสะดวกสบายและรวดเร็วกว่ารถทัวร์ รถไฟ แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ถือว่าเอาเปรียบผู้บริโภค

น่าเสียดายที่ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ไม่มีศักยภาพพอที่จะกล่อมให้สายการบินทบทวนการปรับขึ้น ราคาค่าโดยสารได้ ทั้งๆที่ รมว.คมนาคม สั่งการให้หาทาง ช่วยลด ภาระของประชาชน แต่จนป่านนี้ กพท.ยังไม่ได้ขยับอะไรให้เป็นที่น่าพอใจ อ้างอย่างเดียวว่าสายการบินขึ้นราคาไม่เกินเพดานที่กำหนดไว้

จะว่าไปของแบบนี้มันต้องมีชั้นเชิงใช้ลูกล่อลูกชนบ้าง ในเมื่อรัฐบาลมีนโยบายขึ้นภาษี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ควรหาวิธีรับมือ ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนมากนัก

ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอของ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่เสนอให้ กพท.ไป ปรับเพดานราคาตั๋วเครื่องบิน เสียใหม่ ให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันในปัจจุบัน ซึ่งเพดานราคาที่ใช้อยู่กำหนดไว้ตั้งแต่ราคาน้ำมันอยู่ที่ 130-140 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันอยู่ที่ 70 เหรียญต่อบาร์เรล เพดานราคาค่าโดยสารก็ควรขยับลงมาบ้าง

ถ้า กพท.มีใจและเล่นเป็น ผู้โดยสารอาจควักเงินเพิ่มไม่ถึง 150 บาท.

ลมกรด

20 ก.พ. 2560 11:47 20 ก.พ. 2560 11:47 ไทยรัฐ