วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนไทยอยากได้ไฟฟ้า แต่ยังกลัว รง.ถ่านหิน

โดย ซูม

นอกจากเรื่องร้อนๆ กรณีดีเอสไอ+ตำรวจ+ทหาร ยกกำลังกว่า 3,000 คน เข้าค้นวัดพระธรรมกายเพื่อจับกุมตัวพระธัมมชโย ซึ่งแม้จนบัดนี้ก็ยังค้นหาไม่เจอ ตามข่าวที่ทราบกันดีอยู่แล้วนั้น

ประเทศไทยเราก็ยังมีเรื่องร้อนๆอีกเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นคู่ขนานกันไป

ได้แก่ ข่าวการประท้วงของกลุ่มผู้คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งมารวมตัวประท้วงอยู่ที่หน้าทำเนียบเป็นจำนวนมาก

แรกๆก็ดูไม่ร้อนแรงเท่าไรนัก แต่เมื่อผู้ประท้วงไม่ยอมกลับ และต่อมาก็มีการล็อกตัวแกนนำไปพูดคุยใน มทบ.11 รวมทั้งสิ้น 5 คน

แม้จะมีการปล่อยตัวอย่างรวดเร็ว หลังจากพูดคุยซักถามและสอบประวัติอะไรต่างๆเรียบร้อยแล้ว แต่ก็กลายเป็นประเด็นที่มีผู้คนกลุ่มต่างๆ ทั้งนักวิชาการ นักลงทุน นักการเมืองเก่า และประชาชนทั่วๆไป ต่างออกมาแสดงความคิดความเห็นเป็นจำนวนมาก

ในขณะที่การประท้วงแม้กลุ่มที่มาจะเหลือน้อยลง แต่ก็มีข่าวว่าจะมีการประท้วงระลอกใหม่อีก ซึ่งก็คงจะต้องติดตามจับตากันต่อไป

ต้องยอมรับว่าการประท้วงโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่ครั้งนี้ ผมไม่ทราบว่าจะตัดสินใจเข้าข้างใครดี เพราะทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็มีเหตุผล

รัฐบาลมีเหตุผลเต็มเปี่ยมที่จะสร้าง เพราะความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้นั้นเพิ่มทวีขึ้นทุกวัน แต่แหล่งผลิตกระแสไฟฟ้ามีไม่พอ

ถ้าไม่สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่และที่สงขลา อีกไม่นานนักภาคใต้จะต้องเผชิญปัญหาไฟฟ้าไม่พอเพียงอย่างแน่นอน

ส่วนเหตุผลที่เลือกสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินก็เพราะทุกวันนี้โลกเรามีเทคโนโลยีทันสมัย สามารถขจัดมลพิษจากโรงไฟฟ้าถ่านหินได้ และมั่นใจว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้ง 2 โรงนี้จะเป็นโรงไฟฟ้าสะอาด

แต่เผอิญว่า “ถ่านหิน” เป็นคำที่น่ากลัว และโรงไฟฟ้าถ่านหินก็มีประวัติในการสร้างมลภาวะทั่วโลก จนหลายๆประเทศพากันเลิกใช้

แม้ทางการจะยืนยันว่าของเราทันสมัย ทำได้สะอาดจริง แต่ก็ยากที่จะทำให้ประชาชนที่ฝังใจในฤทธิ์เดชของถ่านหินหันมาเชื่อได้ง่ายๆ

โรงไฟฟ้าถ่านหินจึงเปรียบเสมือนตัวอันตรายที่ใครๆก็เกลียดและกลัว จะไปอยู่ที่ไหนก็มีแต่คนขับไล่ และยิ่งจะไปอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอย่างกระบี่ด้วยแล้ว เสียงคัดค้าน เสียงต่อต้าน จึงค่อนข้างแรง

โดยส่วนตัวผมเองมีโอกาสไปพักค้างที่กระบี่เป็นเวลา 2 วันเต็มๆ เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา เห็นความงดงามของชายทะเลกระบี่แล้ว ก็ยังนึกใจหายที่ทราบว่าจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดนี้

แม้ผมจะตระหนักดีว่าประเทศไทยเราจะต้องขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าอย่างชนิดอาจวิกฤติเลยก็ได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากประเทศไทยของเราจะพัฒนาและเจริญเติบโตไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่วางไว้

ไม่ใช่ขาดเฉพาะภาคใต้หรอกครับ แต่จะขาดทั้งประเทศแน่นอน หากอัตราการขยายตัวของการใช้ไฟฟ้ายังเป็นเช่นปัจจุบัน

ผมจึงเข้าใจดีว่าทำไมผู้ที่ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตจึงต้องใช้ความพยายาม เพื่อเตรียมการสร้างแหล่งผลิตไฟฟ้ารอไว้ รวมทั้งการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินอีก 2 แห่งในภาคใต้ดังกล่าว

แต่เผอิญว่าคำว่า “ถ่านหิน” เป็นคำที่น่ากลัวดังที่กล่าวไว้ในตอนต้น จึงยากที่จะทำให้ประชาชนยอมรับได้ง่ายๆ

แม้ตัวผมเองที่พอจะรู้ถึงความจำเป็นที่เราจะต้องใช้ไฟฟ้าเพื่อการพัฒนาประเทศอยู่พอสมควร แต่พอมาทราบว่าจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในจังหวัดที่ผมคิดว่าสวยมากเหลือเกินอย่างกระบี่ยังถึงกับสะอึกเมื่อตอนไปเที่ยวเมื่อ 2 ปีก่อน

แม้จนวันนี้ก็ยังสะอึกอยู่เลยครับ และถ้าจะย้ายไปสร้างที่อื่นที่สวยน้อยกว่ากระบี่ได้ ก็อยากให้ไปที่นั่นแทน

ที่สำคัญคำว่า “ถ่านหิน” ไม่ใช่น่ากลัวเฉพาะคนไทยเท่านั้น ว่าไปแล้วก็กลัวทั้งโลกนั่นแหละ จะมีสักกี่คนเชียวที่ทราบว่ามีเทคนิคใหม่ที่ทำให้สะอาดได้แล้ว

ห่วงแต่ว่า พอเขารู้ว่าจะมีโรงงานถ่านหินที่เมืองสวยๆอย่างกระบี่ เขาจะไม่มาเที่ยวกระบี่เอาน่ะซี

ก็ฝากไว้เป็นข้อคิดให้ทุกๆฝ่ายช่วยกันตัดสินใจ เพราะฟังแล้วก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งคู่...ลองซาวเสียงทำประชามติกันดูอีกสักครั้งนะครับ ฝ่ายไหนมากกว่าถือว่าชนะ ตัดสินไปตามนั้นก็แล้วกัน ถือเป็นการซักซ้อมระบอบประชาธิปไตยไปเสียด้วยเลย.

ซูม

20 ก.พ. 2560 11:42 20 ก.พ. 2560 11:43 ไทยรัฐ